Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย

แผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของผู้ใช้แรงงาน

สิทธิของผู้ใช้แรงงานหมายถึงสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและเพียงพอในการ ดำรงชีวิต สำหรับตนเองและครอบครัว สิทธิที่จะทำงานในสภาวะที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย สิทธิการก่อตั้งสหภาพแรงงานและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน สิทธิของสหภาพแรง งานที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเสรีปราศจากการแทรกแซง สิทธิการหยุดงาน สิทธิในการ ประกันสังคม สิทธิการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับผู้ใช้แรงงาน

1. สิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและเพียงพอในการดำรงชีวิตสำหรับ ตนเองและครอบครัว

สภาพปัญหา

1. การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างเพียง คนเดียวที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ ทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้ไม่เพียงพอ สำหรับการดำรงชีพและการเลี้ยงดูครอบครัว จึงมีความจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อหา รายได้เพิ่มในแต่ละวัน ทำให้ต้องทำงานเป็นเวลายาวนานกว่าวันละแปดชั่วโมง ย่อมส่ง ผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตอยู่ของผู้ใช้แรงงาน
2. นายจ้างที่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำก็ยังมี ไม่ถึงร้อยละหกสิบของนายจ้างทั้งหมด ดังนั้นลูกจ้างส่วนใหญ่จึงได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่า มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับลูกจ้างคนเดียวที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ นอกจากนี้ นายจ้างมักจะปรับค่าจ้างประจำปีตามการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ หากปีใดไม่มีการปรับ ค่าจ้างขั้นต่ำก็ไม่ปรับค่าจ้างประจำปีให้แก่ลูกจ้างด้วย จึงทำให้ลูกจ้างที่ทำงานเป็นเวลา หลายปีก็ไม่ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอย่างเป็นธรรม และเพียงพอในการดำรงชีวิต สำหรับตนเองและครอบครัวอีกสองคนได้โดยไม่เดือดร้อน และไม่เลือกปฏิบัติเพราะ ความแตกต่างทางเพศ และอายุ
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ฝ่ายผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมในการตรวจสอบสถาน ประกอบการต่างๆ ในการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของนายจ้างเพื่อช่วยเหลือการ ปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน
3. จัดทำรายงานผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของนายจ้าง เผยแพร่ต่อองค์กรผู้ใช้แรงงานและสาธารณชน
4. เผยแพร่และให้การศึกษาแก่องค์การผู้ใช้แรงงานและผู้ใช้แรงงานให้ทั่วถึง อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับสิทธิของผู้ใช้แรงงาน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการค่าจ้าง กระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคม องค์กรผู้ใช้แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1-3 ของแผน

2.สิทธิที่จะทำงานในสภาวะที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย

สภาพปัญหา

ผู้ใช้แรงงานต้องเสียชีวิตและทุพพลภาพจากการทำงาน มีอัตราสูงเนื่องจากการ คุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เพราะ หน่วยงานของรัฐมักจะรวบอำนาจการจัดการไว้แต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่มีบุคลากรไม่เพียงพอ และงบประมาณมีจำนวนจำกัด การขาดนโยบาย สาธารณสุขที่เกี่ยวกับการป้องกันสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการทำให้ขาดแคลนบุคลากรด้านการแพทย์เฉพาะสาขาอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ องค์กรผู้ใช้ แรงงานและผู้ใช้แรงงานยังมีความตระหนักไม่เพียงพอเกี่ยวกับ สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของผู้ใช้แรงงาน

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. เร่งออกกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัยและสิ่งแวด ล้อมในสถานประกอบการที่เป็นองค์กรอิสระประกอบผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายรัฐบาล ผู้แทนกลุ่มผู้ป่วยและผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ในการป้อง กันส่งเสริมสุขภาพการให้เงินทดแทน การศึกษาวิจัยและการบังคับใช้กฎหมายโดยให้ โอนสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและสถาบันความปลอดภัยในการทำงานมาสังกัด สถาบันนี้
2. กระตุ้นให้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเกี่ยวกับงานอาชีวเวชศาสตร์และ สิ่งแวดล้อม การผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคจากสารพิษและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการจัด อบรมบุคคลากรให้มีความรู้ความสามารถรักษาโรคจากการทำงานได้ตั้งแต่เบื้องต้น
3. เผยแพร่และให้การศึกษาแก่องค์กรผู้ใช้แรงงานและนายจ้างเกี่ยวกับสุขภาพ อนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการให้ทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและองค์กรผู้ใช้แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1-3 ปีของแผน

3. สิทธิการก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเข้าร่วมสหภาพแรงงาน

สภาพปัญหา

1. แม้จะมีกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ได้รับรองการก่อตั้งสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรองร่วม แต่การคุ้มครองผู้เริ่มก่อตั้งสหภาพแรงงาน และการคุ้มครองการรวม การสหภาพแรงงานยังไม่เป็นการเพียงพอ ลูกจ้างที่เป็นผู้เริ่มก่อตั้งสหภาพแรงงานและ กรรมการสหภาพแรงงาน มักจะถูกเลิกจ้างอยู่เสมอ
2. การจัดตั้งสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างคนเดียวกันหรือลูกจ้างซึ่งทำงาน ในกิจการประเภทเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจ้างกี่คน ซึ่งเป็นการจำกัดการก่อตั้ง สหภาพแรงงานได้เพียงสองประเภท เท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสิทธิการก่อตั้งสหภาพแรงงาน และการเข้าร่วมสหภาพแรงงานจะต้องไม่จำกัดนายจ้างหรือกิจการประเภทเดียวกัน
3. การแยกแรงงานรัฐวิสาหกิจออกจากกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เป็นการขัดขวาง การก่อตั้งสหภาพแรงงานและเข้าร่วมสหภาพแรงงานของผู้ใช้แรงงานทั้งรัฐวิสาหกิจและ เอกชน

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับสิทธิการก่อตั้งสหภาพ แรงงานและการเข้าร่วม
2. ยกเลิกกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
3. รัฐบาลต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวและอนุสัญญา ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการเจรจาต่อรอง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงการ ต่างประเทศและองค์กรผู้ใช้แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ ปีแรกของแผน

4. สิทธิของสหภาพแรงงานที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยเสรีปราศจากการแทรกแซง

สภาพปัญหา

คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้ออกประกาศ รสช. ฉบับที่ 54 ได้แทรกแซงสิทธิการปฏิบัติหน้าที่ของสหภาพแรงงานโดยการให้ที่ปรึกษาสหภาพแรงงาน ต้องเป็นบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมแรงงานตามเงื่อนไขและคุณสมบัติที่กรมแรงงานกำหนด นอกจากนี้ยังไปกำหนดว่ากรรมการสหภาพแรงงานที่ถูกปลดจะต้องรอให้พ้นตำแหน่งเกิน 1 ปี จึงจะมีสิทธิ ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่อันถือเป็นการรอนสิทธิในการปฏิบัติหน้า ที่ ของสหภาพแรงงาน

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ
ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ฉบับที่ 54

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และองค์กรผู้ใช้ แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปีของแผน

5. สิทธิการหยุดงาน

สภาพปัญหา

1. คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้ออกประกาศ รสช. ฉบับที่ 54 ลิดรอนสิทธิการหยุดงานของผู้ใช้แรงงานโดยได้กำหนดว่าการนัดหยุดงานต้องจัด ประชุมใหญ่สมาชิกโดยมีสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสหภาพแรงงานลงมติลับเห็นชอบด้วย

2. สิทธิการหยุดงานเป็นเพียงสิทธิการหยุดงานเพื่อการปรับปรุงสภาพการจ้างเท่านั้น ไม่ใช่เหตุผลทางการเมืองซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ใช้แรงงานในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ฉบับที่ 54 เกี่ยวกับการนัดหยุดงาน
2. ควรรับรองสิทธิการนัดหยุดงานเพื่อป้องกันระบบประชาธิปไตยหรือรัฐธรรมนูญ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และองค์กรผู้ใช้ แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปีของแผน

6. สิทธิการประกันสังคม

สภาพปัญหา

สิทธิการประกันสังคมของผู้ใช้แรงงานได้มีการดำเนินการ 6 ประเภท คือ กรณี การประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต การคลอดบุตร การสงเคราะห์บุตร และชราภาพ แต่การประกันการว่างงาน ยังไม่เริ่มดำเนินการขณะที่ผู้ใช้แรงงานกำลังประสพกับ การถูกปลดออกจากงานเนื่องจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ใช้แรงงานต้องสูญเสียราย ได้ทันที ซึ่งส่งผลกระทบต่อตนเองและครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

รัฐบาลต้องดำเนินการให้มีการประกันสังคมโดยให้มีผลบังคับกับผู้ใช้แรงงานทุก คนและทุกประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องประกาศใช้กองทุนการว่างงานทันที และให้ผู้ ประกันได้รับเงินทดแทนเพียงพอในการดำรงชีพ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และองค์กรผู้ใช้ แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปีของแผน

7. สิทธิการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่มีผลกระทบกับผู้ใช้แรงงาน

สภาพปัญหา

1. การกำหนดนโยบาย การออกกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน ของรัฐ ผู้ใช้แรงงานมักจะไม่ได้มีส่วนร่วมหรือปรึกษาหารืออย่างแท้จริง หรือถ้ามีส่วน ร่วมก็เป็นไปอย่างค่อนข้างจำกัด และไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่อย่าง แท้จริง เนื่องจากการตัดสินมักรวบอำนาจอยู่หน่วยงานของรัฐเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น นโยบายกฎหมาย หรือมาตรการที่เกี่ยวกับผู้ใช้แรงงานจึงไม่สอดคล้อง หรือเอื้อประโยชน์ ต่อสิทธิของผู้ใช้แรงงาน
2. ในสถานประกอบการผู้ใช้แรงงานไม่มีส่วนร่วมในการตัดสิน และไม่ได้รับ ทราบข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น เพราะนายจ้างมักอ้างความเป็นเจ้าของผูกขาดอำนาจ การตัดสินใจไว้เพียงผู้เดียวปกปิดข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อการเจรจาต่อรองที่มี ผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงาน โดยทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ใช้แรงงานและนาย จ้างอยู่เสมอ ๆ

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้แทนของผู้ใช้แรงงานให้มีส่วนร่วมในการออก กฎหมายหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแม่บทและกฎหมายลูกบทที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
2. ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการไตรภาคีเกี่ยวกับการบริหารแรงงาน ทุกชุดให้มีจำนวน 3 เท่ากันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างเพื่อ ความเสมอภาคในการมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ
3. ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีตรวจสอบการเลิกจ้างลูกจ้างในกรณี อ้างเหตุผลทางธุรกิจ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเลิกจ้างผู้ใช้แรงงานจำนวนมากอันไม่ สุจริต โดยต้องอ้างเหตุผลและข้อมูลล่วงหน้าให้ตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลิกจ้าง เพื่อให้ ทุกฝ่ายยอมรับได้ และร่วมกันแสวงหามาตรการชลอ หรือลดปัญหาการเลิกจ้างอันเหมาะ สมต่อไป
4. สนับสนุนให้ผู้แทนองค์กรผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการ ตรวจแรงงาน ตรวจความปลอดภัยในการทำงาน
5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้นายจ้างและผู้ใช้แรงงานร่วมปรึกษาหารือในการแก้ ปัญหาภายในสถานประกอบการ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม องค์กรนายจ้าง และองค์กรผู้ใช้แรงงาน

ระยะเวลาดำเนินการ ตลอดทั้งแผน

8. ผู้รับงานไปทำที่บ้าน

แรงงานนอกระบบหรือผู้รับงานไปทำที่บ้าน หมายถึง บุคคลที่รับงานจากนายจ้าง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไม่ว่าโดยตรงหรือโดยผ่านคนกลางไปทำที่บ้านของ บุคคลนั้นหรือในสถานที่อื่นที่บุคคลนั้นเลือกเองที่ไม่ใช่สถานที่ทำงานของนายจ้าง และ ได้รับค่าตอบแทนจากการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการตามที่นายจ้างกำหนด โดยไม่คำนึง ว่าผู้ใดเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ วัสดุหรือสิ่งของอื่น ๆ ที่ใช้ในการทำงาน

สภาพปัญหา

1. ผู้รับงานไปทำที่บ้านมิใช่ลูกจ้างปกติที่ทำงานในฐานะการว่าจ้างแรงงานแต่ ทำงานในฐานะการจ้างผลิตสินค้าทำให้ผู้ว่าจ้างและผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่มีความ สัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง จึงยัง ไม่มีกฎหมาย หรือระเบียบใดๆ รองรับสิทธิ ของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
2. ผู้รับงานไปทำที่บ้าน มีสภาพการทำงานที่ไม่แน่นอนไม่มีความมั่นคง ซึ่งเกิด จากสภาพการจ้างที่ไม่มีการตกลงกันอย่างแน่นอนและระยะยาว
3. ผู้รับงานไปทำที่บ้านมีสภาพแวดล้อมของการทำงานที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิด ปัญหาสุขภาพและความไม่ปลอดภัยจากการทำงานเนื่องจากสถานที่ทำงาน รวมทั้งผู้รับ ทำงานมักขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเข้าใจในการทำงานไม่เพียงพอ
4. ผู้รับงานไปทำงานที่บ้านได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนต่ำและรายได้ไม่แน่ นอน เนื่องจากทักษะและฝีมือของผู้ทำงานไม่มีความชำนาญเพียงพอ แรงงานมีจำนวน มากแต่ไม่มีการรวมกลุ่มจึงขาดอำนาจต่อรอง ผู้ทำงานขาดความรู้และความสามารถใน การจัดการ และลักษณะแรงงานและการทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูง

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. รัฐบาลต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับที่ 177 ว่าด้วยงานที่รับไปทำที่บ้าน
2. ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้มีการคุ้มครองสิทธิของผู้รับงานไป ทำที่บ้านทั้งในด้านก่อตั้งองค์กร สภาพการทำงาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ สุขภาพ อนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และการประกันสังคม
3. ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มของผู้รับงานไปทำที่บ้านโดยการให้ความรู้ความเข้า ใจเกี่ยวกับสิทธิการรวมกลุ่มและการจัดการแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านและผู้เกี่ยวข้อง
4. ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือและวิชาชีพแก่ผู้รับ งานไปทำที่บ้าน
5. สร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมคุ้มครอง และแก้ปัญหา ผู้รับงานไปทำที่บ้านให้เข้มแข็ง
6. ให้มีหน่วยงานตรวจตราดูแลการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยต้องให้ ผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านและองค์การที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมกับหน่วยงานรัฐด้วย
7. เผยแพร่ความรู้ให้มีความตระหนักถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้รับงานไปทำ ที่บ้าน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงการ ต่างประเทศ องค์กรสาธารณประโยชน์ และองค์กรผู้ใช้แรงงาน
ระยะเวลาดำเนินการ 1-3 ปี ของแผน

4.1 สิทธิมนุษยชนของเด็ก
4.2 สิทธิมนุษยชนของสตรี
4.3 สิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ
4.4 สิทธิมนุษยชนของคนพิการ
4.5 สิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย
4.6 สิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์
4.7 สิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อย
4.8 สิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าว
4.9 สิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัย
4.10 สิทธิมนุษยชนของคนไร้สัญชาติ
4.11 สิทธิมนุษยชนคนจน
4.12 สิทธิมนุษยชนของผู้ใช้แรงงาน
4.13 สิทธิมนุษยชนของเกษตรกร
4.14 สิทธิมนุษยชนของผู้บริโภค
4.15 สิทธิมนุษยชนของผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน
4.16 สิทธิมนุษยชนของผู้ต้องคุมขัง
4.17 สิทธิมนุษยชนของผู้พ้นโทษ
4.18 สิทธิมนุษยชนของผู้เสียหาย (เหยื่ออาชญากรรม)
4.19 สิทธิมนุษยชนของชุมชน
4.20 สิทธิมนุษยชนของผู้รับบริการสงเคราะห์จากรัฐ

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com