Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย

แผนปฏิบัติการแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของผู้รับบริการสงเคราะห์จากรัฐ

สภาพปัญหา

1. การพัฒนาประเทศไทยในระยะที่ผ่านมามุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้คน เป็นเครื่องมือในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ การพัฒนาให้เกิดความเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์และการพัฒนาทางกาย ภาพของคนให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการประกอบอาชีพ และปรับตัวให้อยู่ ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลของการพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลต่อ คุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสที่ไม่ได้รับผล และโอกาสจากการพัฒนาในการที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จึงเป็นกลุ่มประชาชนที่รัฐจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ เนื่องจากในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ข้อ 25 ได้กำหนดให้ประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับบริการจากรัฐในเรื่องบริการ ขั้นพื้นฐานเป็นขั้นต่ำของคุณภาพชีวิตโดยระบุไว้ว่า "บุคคลมีสิทธิในมาตรฐานการครอง ชีพที่เพียงพอสำหรับสุขภาพ และความอยู่ดีของตนเองและครอบครัว รวมทั้งอาหาร เสื้อผ้า ที่พักอาศัย การรักษาพยาบาล บริการทางสังคมที่จำเป็น และสิทธิในความมั่นคง ในกรณีว่างงาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เป็นหม้าย วัยชรา หรือการขาดปัจจัยในการเลี้ยง ชีพอื่นใดในพฤติการณ์อันนอกเหนือจากที่ตนจะควบคุมได้"

สำหรับประเทศไทยก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยในรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้บัญญัติรับรองปฏิญญาสากลฯ ดังกล่าวเพื่อที่จะ คุ้มครองกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับสิทธิไว้หลายมาตรา กล่าวคือ

มาตรา 4 บัญญัติว่า "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคลย่อม ได้รับการคุ้มครอง"
มาตรา 53 บัญญัติว่า "เด็ก เยาวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิได้รับความ คุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม"
มาตรา 54 บัญญัติว่า "บุคคลซึ่งมีอายุเกินปีบริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่ การยังชีพได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งนี้ ตาที่กฎหมายบัญญัติ"
มาตรา 55 บัญญัติว่า "บุคคลซึ่งพิการ หรือทุพพลภาพมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความ สะดวก และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ"

ฉะนั้น บุคคลผู้ที่ควรจะได้รับการคุ้มครองสิทธิในการบริการสงเคราะห์จากรัฐที่นี้ จะเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสประเภทต่าง ๆ ดังนี้ คือ

1. กลุ่มบุคคลทั่วไป

(1) กลุ่มเด็กในภาวะยากลำบาก ได้แก่ เด็กที่ได้รับผลกระทบจากการ สงเคราะห์ ผู้ติดยาเสพติด เด็กเร่ร่อน เด็กยากจนและไม่มีโอกาสศึกษาต่อ
(2) เด็กถูกทารุณกรรมและเด็กพิการ
(3) กลุ่มผู้สูงอายุที่ยากจนไม่มีญาติหรือผู้เลี้ยงดู
(4) กลุ่มคนยากจนไร้ที่พึ่ง

2. กลุ่มบุคคลผู้ได้รับบริการจากรัฐจากผลของกฎหมาย ซึ่งได้แก่

เด็กหญิงผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศหรือโสเภณี ซึ่งพ้นจากการถูกควบคุมตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 และคนขอทานซึ่งพ้นจากสถานสงเคราะห์จากผลของ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484

สำหรับสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ที่จะได้รับการคุ้มครองและรับรองจาก รัฐในการได้รับบริการตามรัฐธรรมนูญ จะได้แก่

(1) มาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับสุขภาพในการที่จะมีชีวิตอยู่ อันได้แก่ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย

(2) การรักษาพยาบาล
(3) การจัดสถานที่ให้อยู่เพื่อการควบคุม การฝึกอบรมและการสงเคราะห์ ในรูปแบบของสถานสงเคราะห์
(4) บริการทางสังคมที่จำเป็นอันได้แก่ การได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่า ไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและ มีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

การจัดบริการของรัฐในเรื่องดังกล่าวขณะนี้ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้

(1) การประชาสงเคราะห์ เป็นการจัดบริการสังคมในลักษณะให้เปล่ากับ กลุ่มผู้รับการสงเคราะห์ที่มีการทดสอบปัญหาและความจำเป็นก่อนให้ความช่วยเหลือใน รูปของเงิน สิ่งของ หรือรูปบริการ
(2) การบริการสาธารณะเป็นการจัดบริการสังคมให้กับบุคคลทั่วไป เช่น โรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มผู้ด้อยโอกาสสามารถเข้ารับบริการได้โดยระบบทดสอบปัญหาและ ความจำเป็นเช่นเดียวกัน

2. อย่างไรก็ตาม การจัดบริการของรัฐสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสดังกล่าวให้เป็นไป ตามสิทธิที่กำหนดไว้ ยังมีปัญหาในเรื่องหลัก ๆ 3 ประการ คือ

2.1 การจัดบริการที่ไม่เพียงพอและทั่วถึง
2.2 การบริการที่จัดยังไม่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
2.3 ผู้ให้บริการและผู้รับบริการยังไม่เข้าใจในสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ไว้
2.4 การขาดการติดตามและประเมินผลการให้บริการแก่บุคคลผู้รับบริการ เมื่อพ้นจากสถานสงเคราะห์ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ น่าจะเนื่องมาจาก

(1) ลักษณะบริการของรัฐที่จัดให้ด้านการสงเคราะห์จะต้องผ่านกระบวน การทดสอบความจำเป็น หรือตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้การเข้าถึงบริการเป็นไปอย่าง ยากลำบากเพราะกระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน ระบบ ระเบียบของทางราชการ ที่ต้องมีหลักฐานการอ้างอิง ทำให้บุคคลผู้ด้อยโอกาสดังกล่าวซึ่งมักจะเป็นกลุ่มผู้มาจาก ชนบทยากจน บุคคลกำพร้าบุคคลไร้ที่พึ่ง บุคคลผู้พิการ และผู้มีปัญหาทางสมองและ ผิดปกติทางจิตใจ ไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้

(2) บริการของรัฐดังกล่าว มักจะมีจำนวนไม่เพียงพอและไม่เป็นที่แพร่ หลายทั่วถึง ทำให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสไม่สามารถรับรู้ถึงบริการถึงไม่สามารถได้รับ บริการจากรัฐ

(3) บริการของรัฐดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานและไม่มีคุณภาพเนื่องมาจาก ข้อจำกัดของบประมาณและบุคลากร ทำให้ไม่สามารถสนองตอบต่อปัญหาของประชาชน กลุ่มดังกล่าวได้

(4) ผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทัศนคติพื้นฐานที่มักจะมอง ผู้มารับบริการว่า อยู่ในสถานภาพที่ต่ำกว่า และบางกลุ่มปฏิบัติต่อผู้รับบริการอย่าง ไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับบริการที่มาโดยผลของ กฎหมาย เช่น เด็กและสตรีผู้อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือกลุ่มคนของทาน ที่จะถูกปฏิบัติ เหมือนผู้กระทำความผิดกฎหมาย นอกจากนี้ การให้บริการของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ให้ บริการมักจะใช้ดุลยพินิจของตนเองมาใช้ในการบริการมากกว่าการนำหลักวิชาการโดย เฉพาะด้านสังคมสงเคราะห์ที่หลักการที่มุ่งให้บริการให้คนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ และทำหน้าที่ในสังคมในฐานะสมาชิดได้อย่างปกติสุข

(5) ผู้รับบริการสงเคราะห์ไม่ทราบถึงสิทธิที่จะได้รับบริการจากรัฐซึ่ง กำหนดไว้ตามกฎหมาย

(6) ผู้รับบริการกลุ่มพิเศษจากผลของกฎหมายที่ได้รับบริการโดยระบบ สถานสงเคราะห์เมื่อพ้นจากสถานสงเคราะห์และเข้าสู่สังคมแล้ว จะไม่สามารถดำรงชีพ โดยปกติ เช่น บุคคลทั่วไปมักจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเดิม เช่น เข้าสู่กระบวนการค้า โสเภณี หรือถูกกลุ่มนายทุนนำมาขอทานในลักษณะธุรกิจเช่นเดิม

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

มาตรการเร่งด่วน

ระบบการให้บริการ

1. ควรปรับกลไกและระบบการจัดการ โดยเน้นให้มีผู้ให้บริการในลักษณะ สหสาขาวิชาชีพในการปฏิบัติงานให้บริการโดยเฉพาะกลุ่มผู้รับบริการที่มาจากผลของกฎหมาย ได้แก่ เด็กถูกทารุณกรรม เด็กและสตรีที่อยู่ในธุรกิจบริการทางเพศ ควรจะมีตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาและนักกฎหมาย มาร่วมให้บริการ เป็นต้น

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์การ เอกชนด้านเด็กและสตรี, สภาทนายความ และองค์การ ช่วยเหลือทางกฎหมาย
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

2. การให้บริการด้านการสงเคราะห์เป็นการปฏิบัติงานกับคนซึ่งเป็นผู้ที่ทรง สิทธิแห่งความเป็นมนุษย์และมีศักดิ์ศรี ระบบการให้บริการจึงต้องมีมาตรฐาน หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ จะต้องสร้างเกณฑ์มาตรฐานในการให้บริการและจัดให้มีระบบการประเมิน ผลผู้ให้บริการเป็นประจำทุกปี

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, สมาคม นักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย,คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, องค์กรเอกชน ด้านสังคมสงเคราะห์
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

3. การให้บริการควรเน้นการให้บริการที่ให้ผู้รับบริการได้อยู่กับครอบ ครัวให้มากที่สุด การให้บริการโดยนำผู้รับบริการเข้าอยู่ในสถานที่ที่ทางราชการจัดไว้ เช่น สถานสงเคราะห์ ควรเป็นวิธีสุดท้าย นอกจากนี้สถานสงเคราะห์ควรมีลักษณะเปิด และเปิดโอกาสให้ชุมชนและสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการด้านการสงเคราะห์

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, องค์กรเอกชนด้าน สังคมสงเคราะห์, องค์กรในชุมชน
ระยะเวลาดำเนินการ: ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

4. ปรับปรุงแก้ไข กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ในส่วนที่กระทบต่อสิทธิของผู้รับบริการ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, องค์กรเอกชนด้านสังคมสงเคราะห์, องค์กรในชุมชน
ระยะเวลาดำเนินการ: ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

5. เร่งรัดการออกพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการ พ.ศ. ..........

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

ผู้ให้บริการ

1. ผู้ให้บริการควรได้รับการพัฒนา และปรับวิสัยทัศน์ในการทำงาน และ จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการบริการด้านวิชาชีพ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจ มีความ ตระหนักในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสพึงได้รับ

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กระทรวงยุติธรรม
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

ผู้รับบริการ

1. การรณรงค์สร้างความเข้าใจ ให้ประชาชนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสได้ทราบถึง สิทธิที่พึงมีพึงได้ รวมทั้งได้รับรู้ถึงระบบบริการที่รัฐจัดไว้ให้

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, องค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 3 ปีแรกของระยะเวลาตามแผน

มาตรการระยะยาว

1. พัฒนาและวางระบบฐานข้อมูล เพื่อการวางแผนและการตัดสินใจในการ จัดบริการให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาส และวางระบบเชื่อมโยงเพื่อให้ข้อมูลแพร่หลายทั่วถึง กับประชาชนโดยทั่วไป

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ,กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม, กรมประชาสงเคราะห์, คณะ สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, องค์การเอกชนต่าง ๆ
ระยะเวลาดำเนินการ : ระยะเวลาภายใน 10 ปี

2. ปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยมุ่งเน้น เรื่องการพัฒนาคนและสังคมให้ได้รับผลจากการพัฒนาอย่างทั่วถึง

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ
ระยะเวลาดำเนินการ : ในทุกช่วงระยะเวลาตามแผนฯ ชาติ

3. พัฒนาระบบการบริการโดยการจัดระบบสวัสดิการสังคมซึ่งเน้นการมี ส่วนร่วมของ ประชาชน โดยให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานทั้งของภาครัฐและ เอกชนในการช่วยเหลือ ดูแล ให้คำแนะนำโดยระบบชุมชน หรือวิธีชุมชนบำบัด รวมทั้ง การพัฒนาระบบประกันสังคมซึ่ง สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ในวงกว้างกว่าระบบ ประชาสงเคราะห์ที่รัฐจัดให้อยู่ ในขณะนี้

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 10 ปีของระยะเวลาตามแผน

4. การจัดระบบและกลไกการติดตามผลผู้รับบริการของรัฐที่พ้นจากการ สงเคราะห์ โดยระบบสถานสงเคราะห์เพื่อติดตาม ดูแลผู้พ้นจากการสงเคราะห์และ พัฒนาระบบงาน

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ระยะเวลาดำเนินการ : ภายใน 10 ปีของระยะเวลาตามแผน

4.1 สิทธิมนุษยชนของเด็ก
4.2 สิทธิมนุษยชนของสตรี
4.3 สิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ
4.4 สิทธิมนุษยชนของคนพิการ
4.5 สิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย
4.6 สิทธิมนุษยชนของผู้ติดเชื้อ เอชไอวี/เอดส์
4.7 สิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อย
4.8 สิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าว
4.9 สิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัย
4.10 สิทธิมนุษยชนของคนไร้สัญชาติ
4.11 สิทธิมนุษยชนคนจน
4.12 สิทธิมนุษยชนของผู้ใช้แรงงาน
4.13 สิทธิมนุษยชนของเกษตรกร
4.14 สิทธิมนุษยชนของผู้บริโภค
4.15 สิทธิมนุษยชนของผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน
4.16 สิทธิมนุษยชนของผู้ต้องคุมขัง
4.17 สิทธิมนุษยชนของผู้พ้นโทษ
4.18 สิทธิมนุษยชนของผู้เสียหาย (เหยื่ออาชญากรรม)
4.19 สิทธิมนุษยชนของชุมชน
4.20 สิทธิมนุษยชนของผู้รับบริการสงเคราะห์จากรัฐ

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com