Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

สิทธิมนุษยชน

บทที่ 1 ปฐมบท
บทที่ 2 นโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บทที่ 3 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนเฉพาะด้าน
บทที่ 4 แผนปฏิบัติการสิทธิมนุษยชนตามกลุ่มเป้าหมาย
บทที่ 5 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามสนธิสัญญา และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ
บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน
บทที่ 7 กลไกการบริหารการจัดการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

บทที่ 6 การส่งเสริมการดำเนินงานสิทธิมนุษยชน

แผนการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ด้านสิทธิมนุษยชน

สภาพปัญหา

1. สภาพการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน

การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้ทวีความสำคัญมากขึ้นทุกที่ทั้งในระดับสากล ระดับภูมิภาคและระดับในประเทศ

ในระดับสากลสหประชาชาติได้รณรงค์ให้มวลสมาชิกขององค์กรเพิ่มมาตรการในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น เข้าทำภาคีอนุสัญญา สนธิสัญญา กติการะหว่าง ประเทศที่มุ่งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีระบบการตรวจสอบโดยกลไกระหว่าง ประเทศมากยิ่งขึ้นเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น การให้ความช่วยเหลือทางด้าน วิชาการ การสนับสนุนด้านการเงิน การส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้คำปรึกษา การฝึกอบรมพัฒนา บุคลากร การเผยแพร่ความรู้ การศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน การประชุมหรือจัดสัมมนาเพื่อ สร้างความเข้าใจและวางแผนปฏิบัติที่เอื้อต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การ ให้กำลังทหารและใช้วิธีทางการทูตเพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในประเทศไทย พัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง อาทิ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ในหมวดที่ว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมีบทบัญญัติที่กฎหมายสมัยเก่า รัฐธรรมนูญหลายประเทศมีการจัดตั้งกำไลระบบ เศรษฐกิจซึ่งมีผลโดยตรงต่อการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น สำนักงานคณะกรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทาง กฎหมายโดยสำนักงานอัยการสูงสุด การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชน หรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยดียิ่งขึ้นโดยกระทรวงยุติธรรม

นอกจากนี้ประเทศไทยก็ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาที่มุ่งคุ้มครองสิทธิเด็ก สตรี ผู้ใช้แรงงาน และล่าสุดได้เข้าเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิของพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2540 รวมทั้งกำลังจะเข้าเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและ วัฒนธรรม ค.ศ.1966 แห่งสหประชาชาติ

2. ความสำคัญของการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ด้านสิทธิมนุษยชน

จากความสำคัญของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ ว่าสิทธิมนุษยชนนั้นถือเป็น "สิทธิระหว่างประเทศ" และเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนจะต้อง ได้รับทราบและเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง ขณะ เดียวกันต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นผลละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่นๆ และในทาง ร่วมมือกับภาครัฐในทุกๆ ทางเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

สำหรับในภาครัฐ ก็จะต้องให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้องแก่ ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ต้องแสวงหาข่าวสารเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้าง ขวางและรวดเร็วเพื่อเข้ายุติการละเมิดและแก้ไขเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งการ กระตุ้นของหน่วยงานและกลไกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้สนใจและให้ความสำคัญอย่าง จริงจังต่อการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

การจะทำให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยข้อมูลข่าว สารการรณรงค์เผยแพร่ในทุกสื่อและทุกกลไกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นไปอย่างมี ระบบและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จึงจะสามารถบรรลุสู่เป้าหมาย โดยบรรจุไว้ในนโยบายและแผนแม่บทด้านสิทธิมนุษยชนแนบไว้ด้วย

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ

1. หลักการพื้นฐาน

   (1) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวความคิด ทิศทางและกระบวนการ คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับสากล และระดับประเทศ
   (2) เพื่อให้ผู้รับผิดชอบของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนสามารถจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนได้อย่างเป็นระบบ และเข้าใจหลักการแนว ทางจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสิทธิมนุษยชน อย่างถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542
   (3) เพื่อให้หน่วยงานระดับนโยบายและปฏิบัติทั้งในส่วนกลางและภูมิภาครวมทั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับงานรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเรื่องการคุ้ม ครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในวาระที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการส่งเสริมความสำเร็จของ การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ เพราะจะกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความเข้าใจ ของกระบวนการพิจารณาเป็นบูรณาการ
   (4) เพื่อให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่รณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งในส่วนกลาง และ ภูมิภาค ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนร่วมในแผนงาน โครงการ และมาตรการต่าง ๆ ในแผน ปฏิบัติการของหน่วยงานสามารถปฏิบัติการดำเนินงานร่วมกัน และสนับสนุนกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณความซ้ำซ้อน และลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การใช้งบประมาณและทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
   (5) ให้มีการใช้สื่อนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการรณรงค์คุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย

ในสื่อต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนโดยให้มีการนำเสนอทั้งในรูปของข่าว บท ความ สารคดีสั้น ให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม / สัมมนา / เสวนา เรื่องสำคัญต่างๆ และการเผยแพร่ สปอตวิทยุ/โทรทัศน์ เกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจเพื่อให้เกิดความรู้ ความ เข้าใจในสื่อต่างๆ ดังนี้

1. สื่อวิทยุ
2. สื่อโทรทัศน์
3. สื่อสิ่งพิมพ์

4. สื่อบุคคล

5. สื่ออินเตอร์เน็ต

ยุทธศาสตร์การรณรงค์และเผยแพร่

   (6) ระดมทรัพยากรด้านการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ขององค์กรทั้งใน ส่วนกลางและภูมิภาคที่มีอยู่เพื่อปฏิบัติตามที่วางไว้ โดยกำหนดวิธีการใช้สื่อประเภท ต่างๆ โดยคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมหลัก กิจกรรมรอง ให้สอดคล้องกับแนวคิด วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์หลักของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม สิทธิมนุษยชน พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้มีศูนย์รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านสิทธิ มนุษยชนด้วย
   (7) บริหารจัดการเลือกใช้สื่อ และกิจกรรมอื่นอย่างผสมผสาน อาทิ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อเฉพาะกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่อพื้นบ้าน หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย
   (8) แผนปฏิบัติการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ต้องให้ความสำคัญกับการ กำหนดบทบาทและกิจกรรมสัมพันธ์ ระหว่างภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และองค์กรประชาชน
   (9) สร้างระบบติดตามประเมินผล พร้อมทั้งระบบการชี้วัดประสิทธิผลประสิทธิภาพของกิจกรรมต่างๆ ในแผนปฏิบัติการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้มีการจัด ทำระบบข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนปฏิบัติการระยะต่อไป และให้มีการวัดผลกระทบของ การรณรงค์และเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร วัดประสิทธิภาพขององค์กร และวัดสภาวการณ์ที่ เป็นจริงในด้านต่างๆ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
   (10) ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งในการจัดทำแผนปฏิบัติ การรณรงค์ฯ ควรจัดกิจกรรมโครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรกับประชาชนในระดับต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด เครือข่ายสื่อมวลชนด้านสิทธิมนุษยชนขึ้นอีกด้วย
   (11) ให้ความสำคัญในการจัดทำเนื้อหาสาระข่าวสารที่จะรณรงค์และเผยแพร่ โดยมีการจัดลำดับสารที่จะเผยแพร่ให้สอดคล้องกับระยะเวลา สภาพการณ์ ระยะเวลาที่ใช้ ให้เหมาะสมกับผู้รับสาร ใช้เทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจแปลกใหม่และทันสมัย
   (12) ให้ความสำคัญกับการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ต่างประเทศเท่า เทียมกับการรณรงค์ภายในประเทศ เพื่อให้ข่าวสารข้อมูลการแก้ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของสังคมไทยเป็นที่รับรู้ตรงตามสภาพ ความเป็นจริงทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติตลอดจนแสวงหาความร่วมมือจากสื่อมวลชน ระหว่างประเทศ
   (13) ให้มีระบบการติดตามและประเมินโดย

   13.1. จัดทำระบบข้อมูลข่าวสารเพื่อการรณรงค์และเผยแพร่ในทุกระดับ มีการเชื่อมโยงเครือข่ายระบบข้อมูลอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน
   13.2. สร้างดัชนีชี้วัด เพื่อบอกความสำเร็จและผลกระทบของการดำเนิน งานตามแผนการโครงการ เพื่อประโยชน์ในการติดตามและประเมินผล ซึ่งอาจกำหนด เป็นระดับได้ดังนี้

ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ.2542 - 2546)
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ หน่วยงานด้านการรณรงค์และเผยแพร่ข้อมูลข่าว สาร ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ภาครัฐและเอกชนทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

1.การศึกษาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
2.การพัฒนาการวิจัย
3.การรณรงค์และประชาสัมพันธ์ด้านสิทธิมนุษยชน

 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com