Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

อาณาจักรล้านนา

ชุมชนลุ่มแม่น้ำสำคัญก่อนอาณาจักรล้านนา
ประวัติศาสตร์ล้านนา
ความเสื่อมของอาณาจักรล้านนา
สรุปเหตุการณ์ภายหลังอาณาจักรล้านนา
เส้นทางประวัติศาสตร์ : ตามรอยพญามังราย

ชุมชนลุ่มแม่น้ำสำคัญก่อนอาณาจักรล้านนา

“ ชุมชนที่ราบลุ่มแม่น้ำกก ” การก่อตั้งชุมชนมีความสัมพันธ์กับตำนานท้องถิ่น ที่กล่าวถึงเรื่องราวการตั้งบ้านเมืองมาแต่สมัยโบราณ แบ่งเป็น 2 สมัย คือ สมัยชุมชนในตำนานและสมัยนครเงินยาง

สมัยชุมชนในตำนาน เรื่องราวสมัยนี้ส่วนใหญ่อาศัยตำนานเป็นหลัก ดังเช่น ตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ตำนานเชียงแสน(หรือตำนานสิงหนวัติกุมาร/สิงหนติ) กล่าวถึงความเป็นมาอันไกลโพ้นว่าเดิมที่ราบลุ่มแม่น้ำกกเป็นที่อยู่ของกรอม(ขอม) ต่อมากลุ่มของคนไทยได้เคลื่อนย้ายลงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ปะบนกับชาวพื้นเมือง ลักษณะที่ตำนานได้กล่าวย้อนไปในอดีตที่ไกลมาก จึงเป็นปัญหาไม่สามารถกำหนดระยะเวลาของเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนได้ และยังไม่สามารถยุติได้ว่าเมืองที่ตำนานได้กล่าวไว้มีจริงหรือไม่

สมัยนครเงินยาง ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ล้านนามีความเกี่ยวพันกับพญามังรายโดยตรง ซึ่งอยู่ในราชวงศ์ “ลาว หรือ ลวจักราช” กษัตริย์ทุกพระองค์ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า “ลาว” นำหน้าชื่อทุกพระองค์ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ไม่ได้ระบุที่มาของลาวจงไว้อย่างชัดเจน กล่าวแต่เพียงว่าการเกิดของลาวจงเป็น “ โอปาติกะ ” หมายถึงไม่ทราบว่าเป็นลูกของใคร แต่การที่กล่าวว่าลาวจงมาจากสวรรค์แล้วมาลงตรงบริเวณดอยตุง อาจหมายถึงว่าลาวจงมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ดอยตุง ตำนานดอยตุงอ้างว่าปู่เจ้าลาวจกเป็นหัวหน้าของมิลักขุ มีอาชีพทำไร่อยู่บนดอยตุงและค้าขายกับคนไทยในพื้นราบที่ตีนดอยตุง ในระยะแรกก่อนสถาปนาพระพุทธศาสนาดอยตุงมีชื่อว่า ดอยดินแดงและดอยปู่เจ้าตามลำดับ

กลุ่มลาวจงมีเมืองเชียงลาวเป็นจุดเริ่มต้นของอำนาจ โดยเมืองเชียงลาวมีตำแหน่งอยู่บริเวณดอยตุงและน้ำแม่สาย ศูนย์กลางของราชวงศ์ลาวได้ย้ายจากเมืองเชียงลาว มาอยู่ที่แห่งใหม่ที่เมืองเงินยางซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เมืองเงินยางในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 น่าจะยังคงมีฐานะเป็นศูนย์กลางที่สำคัญและมีอำนาจทางการเมืองอยู่ ทั้งนี้อาจจะมีเหตุผลมาจากการที่เมืองเงินยางยังคงใช้วิธีสร้างอำนาจทางการเมือง ด้วยระบบความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้นำเมืองต่างๆด้วยการอภิเษกสมรส ดังเช่นการอภิเษกสมรสระหว่างพญาลาวเม็งแห่งเมืองเงินยางกับนางอั้วมิ่งจอมเมือง(นางเทพคำข่ายหรือคำขยาย) ซึ่งเป็นธิดาของท้าวรุ่งแก่นชายเมืองเชียงรุ่ง หลังจากนั้นจึงได้ให้กำเนิดพญามังรายปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาในเวลาต่อมา

“ ชุมชนที่ราบลุ่มแม่น้ำอิง ” การสร้างบ้านแปลงเมืองในลุ่มน้ำอิงเป็นผลมาจากการขยายอาณาเขตของราชวงศ์ลวจักราช โดยมาสร้างเมืองใหม่บริเวณลุ่มน้ำอิงว่า “เมืองภูยาว” ตำนานเมืองพะเยากล่าวถึงความเป็นมาของเมืองว่า “พญาลาวเงินแห่งเมืองเงินยางส่งราชบุตรคือขุนจอมธรรม มาสร้างเมืองพะเยา ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ” เมืองพะเยาตั้งอยู่บนที่ราบปลายภูเขาที่มีชื่อเรียกในตำนานว่า “ ภูยาว ” ต่อมากลายเป็น “พยาว ” และในที่สุดก็เป็น “พะเยา ”

ภูยาวหรือดอยด้วนเป็นเทือกเขาทอดยาวตามชื่อจากทิศเหนือลงใต้ ตำนานเมืองพะเยาชี้ให้เห็นถึงการเลือกชัยภูมิสร้างเมืองพะเยา ว่าเพราะมีชัยมงคลที่ดีอยู่ 3 ประการ คือ ประการแรกคือมีแม่น้ำสายตาหรือแม่น้ำอิงอยู่ทางใต้ของเมืองและไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประการที่สองคือมีกว๊านพะเยาหรือหนองเอี้ยงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง และประการสุดท้ายที่หัวเวียงมีดอยจอมทอง ที่บรรจุพระธาตุจอมทองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตำนานดังกล่าวแสดงว่าการสำรวจดูพื้นที่เพื่อเลือกทำเลสร้างเมือง ต้องทำอย่างละเอียดและสิ่งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญมากคือต้องมีแหล่งน้ำและที่ราบ เมืองพะเยามีความเจริญที่สุดในของพญางำเมืองราวพุทธศตวรรษที่ 19 เนื่องจากเป็นพระสหายกับพญามังรายและพ่อขุนรามคำแหง

“ ชุมชนที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน ” แบ่งเป็น 2 สมัย คือ ชุมชนพื้นเมืองลัวะและชุมชนของแคว้นหริภุญไชย

• ชุมชนพื้นเมืองลัวะ ลัวะเป็นชนพื้นเมืองที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำปิงมาเป็นเวลาที่ยาวนาน ก่อนการเข้ามาตั้งเมืองของพระนางจามเทวีและพญามังราย ศูนย์กลางของลัวะอยู่ที่บริเวณเชิงดอยสุเทพมีปู่แสะย่าแสะเป็นผีบรรพบุรุษ โดยฤาษีวาสุเทพผู้สร้างเมืองลำพูนให้กับพระนางจามเทวี หรือแม้แต่ขุนวิลังคะผู้ทำศึกสงครามกับนางจามเทวีต่างก็เป็นลูกหลานของปู่แสะย่าแสะ สำหรับขุนวิลังคะนั้นเป็นกลุ่มคนในพื้นที่เดิม(ลัวะ)ในเมืองหริภุญไชยก่อนการเข้ามาของนางจามเทวี ได้ต่อสู้กับนางจามเทวีเป็นเวลาที่ยาวนานแต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้และตกอยู่ภายใต้อำนาจ ในเวลาต่อมากลุ่มชนลัวะต่างมีบทบาทช่วยพญามังรายให้ตีเมืองหริภุญไชยได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งตรงกับสมัยของพญาญี่บาปกครองเมืองหริภุญไชย

 

• ชุมชนแคว้นหริภุญไชย มีพัฒนาการขึ้นราว พุทธศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้ากรุงละโว้ได้ส่งพระธิดานามว่าพระนางจามเทวีให้ขึ้นมาครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรก ในเอกสารของจีนเรียกเมืองหริภุญไชยว่า “ หนีหวังก๊ก ” แปลว่าอาณาจักรที่มีผู้หญิงเป็นกษัตริย์ โดยเสด็จขึ้นครองราชย์ในราว พ.ศ.1206 และสร้างเมืองลำปางหรือเขลางค์นครใน พ.ศ. 1226 โดยนำวัฒนธรรมแบบทวารวดีซึ่งมีศูนย์กลางของวัฒนธรรมอยู่ที่เมืองละโว้มาเผยแพร่ในเมืองตอนเหนือสุด เมืองหริภุญไชยถูกผนวกให้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในสมัยพญามังราย ในราว พุทธศตวรรษที่ 19 ตรงกับสมัยของพญาญี่บา

“ ชุมชนที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง ” ประวัติศาสตร์ของนครรัฐเขลางค์และแคว้นหริภุญไชย มีพัฒนาการร่วมกันมานับตั้งแต่การสร้างเมืองในราวพุทธศตวรรษที่ 14 โดยพระนางจามเทวี และสิ้นสุดนครรัฐพร้อมกันในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 เขลางค์นครและหริภุญไชยในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 มีความสัมพันธ์ในฐานะบ้านพี่เมืองน้องที่ใกล้ชิดกัน

เมืองเขลางค์นครเกิดจากการสร้างบ้านแปลงเมืองของแคว้นหริภุญไชย ซึ่งขยายข้ามดอยขุนตาลมาสร้างเมืองแห่งใหม่ในบริเวณที่ไม่ห่างไกลกันมากนัก โดยพระนางจามเทวีได้ส่งพระเจ้าอนันตยศโอรสให้มาครองเมืองเขลางค์นคร เมืองเขลางค์รุ่นแรกนี้ตั้งอยู่ในเขตตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีสัณฐานเป็นรูปหอยสังข์เหมือนเมืองหริภุญไชย

เรื่องราวของเมืองเขลางค์นครในสมัยหลังพระนางจามเทวี ตำนานมูลศาสนาและชินกาลมาลีปกรณ์ได้กล่าวถึงไทยยะอำมาตย์ยกทัพจากเขลางค์นคร มาปลงกษัตริย์เมืองหริภุญไชยแล้วไทยยะอำมาตย์ได้ครองเมืองหริภุญไชย หลังจากนั้นก็ข้ามมาถึงสมัยพญามังรายยึดครองเมืองหริภุญไชยและเมืองเขลางค์นคร ตำนานดังกล่าวจึงไม่ได้ให้รายละเอียดเท่าที่ควร เท่าที่มีหลักฐานยืนยันสันนิษฐานว่าเขลางค์นครมีฐานะเป็นนครรัฐ เช่นเดียวกันกับเมืองหริภุญไชย เมืองแพร่ เมืองพะเยา

“ ที่ราบลุ่มแม่น้ำยม ” เป็นที่ตั้งของเมืองแพร่ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม แพร่เป็นรัฐอิสระมีพัฒนาการขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่17-20 และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอาณาจักรสุโขทัยโดยตรง เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำเดียวกัน แพร่อยู่ภายใต้อำนาจของสุโขทัยอยู่ 2 ช่วง คือ สมัยพ่อขุนรามคำแหง พ.ศ. 1822-1841 และอีกครั้งหนึ่งคือในสมัยพระยาลิไท พ.ศ.1890 -1911 แล้วตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านนาอย่างแท้จริงในช่วงสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1986)

“ ที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน ” เป็นเมืองที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาจึงติดต่อกับรัฐอื่นได้ยาก เส้นทางที่ติดต่อได้สะดวกคือล้านนาตะวันออกและลาวที่หลวงพระบาง ตำนานพื้นเมืองน่านกล่าวถึงการตั้งเมืองขึ้นราว พุทธศตวรรษที่18 โดยพญาภูคากษัตริย์ราชวงศ์กาว ซึ่งครองเมืองอยู่ที่เมืองย่างอันเป็นสาขาหนึ่งของลุ่มน้ำน่าน โดยส่งราชโอรสองค์โตให้ไปครองเมืองลาวหลวงพระบาง ส่วนโอรสองค์น้องให้ไปปกครองที่เมืองปัว ดังนั้นจึงทำให้เมืองน่านมีความสัมพันธ์กับลาวเป็นอย่างดี น่านมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสุโขทัยเป็นอย่างมากในราว พุทธศตวรรษที่20 และตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรล้านนาในช่วงปลาย พุทธศตวรรษที่ 20

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com