Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

อาณาจักรล้านนา

ชุมชนลุ่มแม่น้ำสำคัญก่อนอาณาจักรล้านนา
ประวัติศาสตร์ล้านนา
ความเสื่อมของอาณาจักรล้านนา
สรุปเหตุการณ์ภายหลังอาณาจักรล้านนา
เส้นทางประวัติศาสตร์ : ตามรอยพญามังราย

เส้นทางประวัติศาสตร์ : ตามรอยพญามังราย

สำหรับเส้นทางนำเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีขอบเขตอยู่ภายในกำแพงเมืองเชียงใหม่นั้น จะเริ่มต้นที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองเชียงใหม่ ต่อไปจึงเข้าชมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่, คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่), ประตูท่าแพ, วัดดอกเอื้อง, คุ้มเจ้าราชวงศ์(เจ้าเลาแก้ว ณ เชียงใหม่), วัดเชียงมั่น, วัดอุโมงค์(มหาเถรจันทร์), วัดดวงดี, แล้วจึงกลับมาสู่จุดเริ่มต้น ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ดังนั้นจึงเป็นเส้นทางนำเที่ยวที่มีลักษณะเดินทางเป็นวงกลมดังแสดงในแผนที่ และเที่ยวชมในระยะเวลา 1 วัน ( ที่มา : “ เส้นทางท่องเที่ยวสถาปัตยกรรมเชิงประวัติศาสตร์,” การประชุมทางวิชาการสถาปัตยกรรมครั้งที่ 1 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 28 มกราคม2548 )

เส้นทางนำเที่ยวนี้อยู่ภายในกำแพงเมืองเก่าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเรื่องราวของการสร้างเมืองเชียงใหม่ในสมัยพญามังรายทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตามคัมภีร์มหาทักษาเรียกเขตนี้ว่าเป็น “ เดชเมือง ”และ “ ศรีเมือง ” เป็นที่ตั้งของวัดเชียงมั่น ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่และเป็นที่ประทับของพญามังรายในช่วงสร้างเมือง รวมไปถึงแจ่งศรีภูมิซึ่งเป็นจุดแรกของการสร้างกำแพงและคูเมือง นอกจากนั้นประตูหัวเวียงหรือประตูช้างเผือก, ตลอดจนวัดวาอารามและคุ้มเจ้าหลวง,คุ้มเจ้านายราชวงศ์ต่างๆในอดีต รวมทั้งเรื่องราวต่างๆที่ถ่ายทอดออกมาจากสิ่งที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ต่างให้ความรู้ต่อผู้ที่เข้าชมเป็นอย่างมาก

จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้คือบริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชวิถี-พระปกเกล้า สำหรับวิธีการทัศนศึกษามีอยู่ด้วยกันหลายวิธีตั้งแต่การเดินด้วยเท้า, ใช้บริการสามล้อถีบรับจ้าง, หรือเช่าจักรยานในจุดบริการ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อของที่ระลึกได้ตลอดทางตามเส้นทางท่องเที่ยว

1. อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ พญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นใน พ.ศ. 1839 การสร้างเมืองในครั้งนั้นได้เชิญพระสหายอีก 2 องค์มาร่วมปรึกษากัน คือ พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยและพญางำเมืองเจ้าเมืองพะเยา ปัจจุบันอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ตั้งอยู่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ถ. พระปกเกล้า จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง นักท่องเที่ยวควรสักการะอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ เพื่อแสดงถึงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ได้สร้างอาณาจักรที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย หลังจากนั้นจึงเข้าชมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

 

• หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ เดิมเป็นที่ตั้งหอคำหรือคุ้มหลวงของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ ต่อมาพระเจ้าอินทวโลรสและพระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงยกที่คุ้มหลวงให้แก่ทางการสยาม สร้างศูนย์ราชการในสมัยรัชกาลที่ 6 รัฐบาลสยามได้สร้างอาคารขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 เป็นสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกแบบ Neo-Classicism Colonial Revival เคยใช้เป็นศาลาว่าการและศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันจัดเป็นหอศิลปวัฒนธรรมที่มีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆอย่างครบวงจร รวมทั้งจัดแสดงเรื่องราวในราชวงศ์ของล้านนาด้วย นอกจากนั้นในบริเวณหอศิลปวัฒนธรรมยังมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งสันนิษฐานกันว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระอัฐิของพญามังราย

• พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดสร้างโดยใช้พื้นที่หอประชุมติโลกราชเดิม เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตลอดจนเรื่องราวทางด้านศิลปวัฒนธรรม ชีวประวัติของบุคคลที่สำคัญของล้านนา

2. คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยมหาอินทร์ ณ เชียงใหม่) สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ.2432 เป็นงานสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกแบบ Colonial Style ปัจจุบันใช้เป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา

3. ประตูท่าแพ เป็นประตูเวียงทางด้านทิศตะวันออกของเมือง เดิมมี 2 ชั้น ที่เห็นในปัจจุบันเป็นกำแพงชั้นในซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า “ ประตูเชียงเรือก ” แต่นิยมเรียกกันว่าประตูท่าแพแทนประตูชั้นนอกที่พังทลายไปแล้ว ได้รับการบูรณะใหม่ใน พ.ศ.2528-2529 พร้อมกับสร้างข่วงประตูท่าแพเพื่อใช้เป็นลานกิจกรรมของเมือง เช่น ลานถนนคนเดิน เป็นต้น

4. วัดดอกเอื้อง สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. 2219 ลักษณะเด่นของสิ่งก่อสร้างภายในวัดคือเป็นเจดีย์ทรงกลมแบบพื้นเมือง ด้านหน้าของฐานเจดีย์มีซุ้มทรงมณฑปที่ประดับด้วยลวดลายในอิทธิพลของพม่า ส่วนวิหารและอุโบสถมีรูปทรงแบบพื้นเมือง

5. คุ้มเจ้าราชวงศ์ (เจ้าเลาแก้ว ณ เชียงใหม่) ปัจจุบันคือคุ้มแก้วพาเลซซึ่งเป็นร้านอาหารขันโตกและสถานที่จัดการแสดง อาคารเดิมเป็นเรือนผสมเครื่องไม้แบบเชียงใหม่ใต้ถุนสูงขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. 2440 สภาพปัจจุบันได้รับการปรับปรุงตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะไปชมในสถานที่อื่นในลำดับต่อไป

6. วัดเชียงมั่น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1839 ถือว่าเป็นวัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ และหลังจากที่สร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จแล้ว พญามังรายโปรดให้สร้างเจดีย์ขึ้นบริเวณหอนอนบ้านเชียงหมั้น ซึ่งพระองค์ใช้เป็นที่ประทับขณะสร้างเมืองเชียงใหม่ และโปรดให้เรียกชื่อวัดว่า “ วัดเชียงหมั้น ” ภายในวัดยังประกอบด้วยวิหารพระแก้วขาว(พระเสตังคมณี) ประดิษฐานใน พ.ศ.1824

7. วัดอุโมงค์ (มหาเถรจันทร์) สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ.1910 ในสมัยพญากือนา เดิมชื่อว่าวัดโพธิ์น้อย ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ วัดมหาจันทร์ ” ตามชื่อเจ้าอาวาสรูปแรก สถาปัตยกรรมเป็นรูปแบบที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20-20 ซึ่งเป็นเวลาร่วมสมัยกับพญากือนาจนถึงพระเมืองแก้ว

ก่อนสิ้นสุดการท่องเที่ยวตามเส้นทางประวัติศาสตร์ของล้านนาเส้นทางนี้ นักท่องเที่ยวควรเข้าไปนมัสการพระประธานภายในวัดดวงดี เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ซึ่งวัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2039 ร่วมสมัยกับพระยอดเชียงราย ภายในวัดประกอบไปด้วยวิหาร, อุโบสถ, เจดีย์และหอไตรที่มีหลังคาทรงมณฑปซ้อนชั้น โดยเฉพาะหอไตรเป็นตัวอย่างของหลังคาซ้อนชั้นมุงด้วยแผ่นโลหะที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา

เมื่อนักท่องเที่ยวสิ้นสุดการเดินทางตามเส้นทางประวัติศาสตร์ : ตามรอยพญามังรายแล้ว ก็มาถึงจุดเริ่มต้นในครั้งแรกของการเดินทาง นั่นคือบริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ตรงบริเวณถนนพระปกเกล้า สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือสักการะอดีตกษัตริย์ในอาณาจักรล้านนา, สุโขทัย, และพะเยาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสดงความเคารพในความกล้าหาญของพระองค์และเพื่อให้เกิดความเป็นมงคลในชีวิตของทุกคน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com