Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์การเมืองและระบบโลก

ปัญหาของอำนาจและความรู้ ณ จุดเปลี่ยนแห่งสหัสวรรษ

ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต ดับเบิลยู ค๊อกซ์ เขียน
ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร แปลและเรียบเรียง

ต้นตอของขบวนการโลกาภิวัตน์
โครงสร้างอำนาจของทุน
การปรับโครงสร้างการผลิต
บทบาทของหนี้
โครงสร้างของโลกาภิวัตน์
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองของโลก
ความเปราะบางของระเบียบโลกใหม่
อัตลักษณ์และความรู้ : การเผชิญหน้ากับอนาคต
ความล้าสมัยของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ
กระบวนการทางการเมืองและระเบียบโลก
พลังท้าทายของสรรพสิ่งมีชีวิต
ทางออกสู่รูปแบบใหม่ของสังคมเศรษฐกิจ (social democracy)

โครงสร้างของโลกาภิวัตน์

วิกฤตการณ์การจัดระเบียบระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขยายเศรษฐกิจระดับโลก (global economy) ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศในระบบดั้งเดิม เศรษฐกิจระดับโลกคือระบบที่ก่อเกิดจากกระบวนการการผลิตและการเงินระดับโลก (global production และ global finance) การผลิตดังกล่าวสามารถหาประโยชน์จากการแบ่งเขตเศรษฐกิจระหว่างประเทศและใช้การต่อรองกับประเทศต่าง ๆ เพื่อจุดประสงค์ของการลดต้นทุนการผลิต หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอัตราสูง หลีกเลี่ยงประเทศที่มีกฎเกณฑ์ต่อต้านมลภาวะเข้มงวด มุ่งลงทุน ณ ประเทศที่ธุรกิจสามารถควบคุมคนงานได้ และสามารถให้หลักประกันด้านเสถียรภาพการเมือง และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ การเงินระดับโลกสามารถทำธุรกิจกับเครือข่ายการเงินทั่วโลกได้ ตลอด 24 ชั่วโมง การตัดสินใจของนักธุรกิจดังกล่าว รวมศูนย์กันอยู่ที่เมืองหลวงสำคัญของโลก มากกว่าจะอยู่ที่ประเทศต่าง ๆ อันได้แก่ นิวยอร์ค โตเกียว ลอนดอน ปารีส แฟรงเฟิร์ต ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และโยงใยไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลกด้วย

องค์ประกอบ 2 ส่วนของโลกาภิวัตน์ขัดกันเอง กล่าวคือ การผลิตระดับโลกต้องการเสถียรภาพการเมือง และเสถียรภาพการเงินเพื่อเจริญเติบโต การเงินระดับโลกมีภาษีเหนือกว่า เพราะควบคุมสินเชื่อ จึงเป็นตัวกำหนดอนาคตของการผลิต แต่การเงินระดับโลกอยู่ในสภาวะเปราะบาง เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดตามกันเป็นห่วงลูกโซ่อาจทำให้ระบบการเงินพังทลาย เช่น สภาวะที่วิสาหกิจล้มละลาย ประจวบกับการที่รัฐบาลไม่ชำระหนี้ หรือประจวบกับการที่เจ้าหนี้สำคัญ (เช่น ไอเอ็มเอฟ) เพิกถอนเงินกู้ทันทีทันใด วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งสำคัญ ๆ มักจะเกิดจากวิกฤตปัญหาหนี้ทำนองดังกล่าว

วิกฤตการเงินที่เม็กซิโกเมื่อทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 รวมทั้งวิกฤตการเงินที่เอเชีย และรัสเซียเมื่อปลายทศวรรษ 1990 มีมูลเหตุทำนองเดียวกัน จนบัดนี้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ แม้แต่มหาอำนาจสำคัญ (G7) ยังไม่มีแผนงานเรื่องการควบคุมการเงินระดับโลกอันจะช่วยป้องกันมิให้เกิดสภาวะล้มละลายดังที่วิกฤตต่าง ๆ นำให้เกิดขึ้นได้

จริง ๆ แล้วก็คือ ยังไม่มีองค์กรเพื่อควบคุมเศรษฐกิจระดับโลก แต่ได้เริ่มมีแนวคิดเรื่อง ‘governance without government’ หรือ ‘ระบบการจัดการที่ปลอดจากรัฐบาล’ กระบวนการสร้างฉันทามติระหว่างประเทศเกิดขึ้นแล้ว บางส่วนเกิดขึ้นโดยผ่านการประชุมไม่เป็นทางการเช่น Trilateral Commission, Bilderberg conferences, การประชุมประจำปี World Economic Forum ที่ Davos ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และการประชุม Mont Pelerin Society บางส่วนเกิดขึ้นผ่านองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ และ G-7 องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมสร้างวาทกรรม (discourse) ซึ่งเป็นตัวกำหนดนโยบาย ข้อแม้และแนวคิดที่เป็นกรอบความคิด และมาตรการปฏิบัติที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้อุดมการณ์โลกาภิวัตน์ กรอบแนวคิดต่าง ๆ ถูกป้อนสู่รัฐบาลประเทศต่างๆ และบรรษัทข้ามชาติ ส่งผลให้เครือข่ายการข้ามชาติโยงกับการกำหนดนโยบายจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง

 

โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่า นโยบายของรัฐชาติประเทศต่าง ๆ ถูกกำหนดมาจากอำนาจรวมศูนย์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการทำให้รัฐเป็นสากล ลักษณะสำคัญคือรัฐบาลถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเอเย่นต์ที่จะปรับระบบและนโยบายเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการเร่งด่วนของระบบเศรษฐกิจระดับโลก ภายในรัฐชาติต่าง ๆ อำนาจจะกระจุกตัวอยู่ที่องค์กรหรือหน่วยงานรัฐซึ่งโยงใยอยู่กับเศรษฐกิจระดับโลกอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สำนักงานของประธานาธิบดี และสำนักนายกรัฐมนตรี กระทวงการคลัง ธนาคารกลาง หน่วยงานที่ดูแลเศรษฐกิจสังคมภายในประเทศ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน มีอำนาจน้อยกว่าและเป็นเบี้ยล่าง

ในแต่ละประเทศความสัมพันธ์ระหว่างระดับโลกกับท้องถิ่นจะกระชับแค่ไหน ขึ้นอยู่กับรูปแบบรัฐแบบต่าง ๆ และแหล่งที่ที่ประเทศต่าง ๆ สถิตย์อยู่ภายในระบบโลก ครั้งหนึ่งระบบรัฐแบบอมาตยาธิปไตย คือระบบรัฐที่มีทหารและข้าราชการเป็นใหญ่ ในบรรดาประเทศกำลังพัฒนารอบนอก ดูเหมือนจะเป็นรัฐที่เอื้อกับการรักษาวินัยทางการเงิน ปัจจุบันประเทศสาธารณรัฐหลายแห่งที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เช่น อาร์เจนตินา บราซิล เม็กซิโก เปรู เกาหลีใต้ รับเอานโยบายปรับโครงสร้าง (structural adjustment) เสนอโดยไอเอ็มเอฟไปใช้ และสามารถดำรงนโยบายโดยไม่ถูกแทรกแซงจากแรงกดดันของพลังประชาชนให้เปลี่ยน ประเทศมหาอำนาจสนับสนุนรูปแบบของรัฐบาลประเภทนี้ เพราะมีเสถียรภาพมากกว่าระบบรัฐเผด็จการทหาร อินเดียเคยมีรัฐที่มุ่งความเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่พึ่งพาประเทศมหาอำนาจ ขณะนี้ค่อยขยับเข้าโยงใยกับเศรษฐกิจระดับโลกมากขึ้น ที่อังกฤษ สหรัฐอเมริกา คานาดา และออสเตรเลีย ระบบรัฐบาลถูกพัฒนามาภายใต้อุดมการณ์อนุรักษ์นิยมใหม่ (neo-conservative) ที่สนับสนุนแนวทางโลกาภิวัตน์ พรรคสังคมนิยมที่ฝรั่งเศสและสเปน ปรับนโยบายให้เข้ากับอุดมการณ์ใหม่ (โลกาภิวัตน์) รัฐต่าง ๆ ที่แตกตัวออกมาจากจักรวรรดิของสหภาพโซเวียต ถูกผลักเข้าสู่กระแสโลกาภิวัตน์ และนับเนื่องจากวิกฤตเอเชียปลายทศวรรษที่ 1990 ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ตกอยู่ภายใต้การกำกับของการเงินระดับโลก

ภายในสหภาพยุโรป มีการแข่งขันกันระหว่างทุนนิยม 2 ประเภท ประเภทหนึ่งคือ ทุนนิยมเสรีนิยมสุดขีดตามแบบฉบับของนางมากาเร็ต แทชเชอร์ ประเภทที่สองคือ ทุนนิยมที่สร้างความชอบธรรมบนพื้นฐานของนโยบายสังคมและพัฒนาการแบบสมดุล ประเภทที่สองเกิดจากแนวคิดสำนักสังคมประชาธิปไตย (social democratic tradition) และจากแนวคิดอนุรักษ์นิยมดั้งเดิมที่มองว่าสังคมเป็นองค์รวมของหน่วยย่อยที่แยกกันไม่ออก มากกว่าการมองสังคมว่าเป็นผลจากข้อตกลงระหว่างปัจเจกบุคคลตามแนวทางของอนุรักษ์นิยมใหม่ (neo-conservatism) ที่ญี่ปุ่นรัฐคงบทบาทเป็นผู้นำและวางแผน เป็นผู้จัดระเบียบความสัมพันธ์กับโลกภายนอก แม้ว่าสหรัฐฯ จะพยายามกดดันให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกให้เต็มที่มากขึ้นก็ตาม ปลายทศวรรษที่ 1990 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของทุนนิยมญี่ปุ่นว่าจะไปรอดหรือไม่ ขณะนี้ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาจรวมจีนด้วย เป็นเพียงสามประเทศที่รัฐบาลพอจะต้านทานกระบวนการโลกาภิวัตน์สุดขั้วได้บ้าง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com