Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

เศรษฐศาสตร์การเมืองและระบบโลก

ปัญหาของอำนาจและความรู้ ณ จุดเปลี่ยนแห่งสหัสวรรษ

ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต ดับเบิลยู ค๊อกซ์ เขียน
ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร แปลและเรียบเรียง

ต้นตอของขบวนการโลกาภิวัตน์
โครงสร้างอำนาจของทุน
การปรับโครงสร้างการผลิต
บทบาทของหนี้
โครงสร้างของโลกาภิวัตน์
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองของโลก
ความเปราะบางของระเบียบโลกใหม่
อัตลักษณ์และความรู้ : การเผชิญหน้ากับอนาคต
ความล้าสมัยของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ
กระบวนการทางการเมืองและระเบียบโลก
พลังท้าทายของสรรพสิ่งมีชีวิต
ทางออกสู่รูปแบบใหม่ของสังคมเศรษฐกิจ (social democracy)

ความเปราะบางของระเบียบโลกใหม่

ระเบียบโลกที่เกิดขึ้นเป็นโครงสร้างหลายระดับ แต่ ณ ฐานรากมีพลังทางสังคม หรือขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นแกน ไม่ว่าขบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างจงใจ และมีบทบาททางการเมืองชัดเจน หรือจะเป็นขบวนการปลอดการเมืองและถูกปลุกปั่นได้ก็ตาม ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นประเด็นสำคัญชี้ทางสังคมสู่อนาคต ระบบรัฐดั้งเดิมกำลังปรับเปลี่ยน ตัวเองให้เป็นองค์กรการเมืองเศรษฐกิจที่ซับซ้อน : ภูมิภาคย่อย รัฐแบบดั้งเดิม และภูมิภาคใหญ่ ประกอบด้วยสถาบันที่มีบทบาทและขอบเขตอำนาจมากน้อยต่างกันไป เมืองหลวงสำคัญ ๆ ของโลกเปรียบเสมือนคีย์บอร์ดของเศรษฐกิจระดับโลก กระบวนการสร้างอุดมการณ์ข้ามชาติมีการ แข่งขันกันเป็นกระแสนำ และกระแสต่อต้าน มีสถาบันที่จะผนึกหรือประสานระหว่างรัฐสำคัญ ๆ และระหว่างเขตภูมิภาคใหญ่ ๆ เข้าด้วยกัน มีกระบวนการเจรจาหลายฝ่าย เป็นเครื่องมือเพื่อบริหารจัดการกับความขัดแย้ง สร้างสันติภาพ กำหนดกฎเกณฑ์และให้บริการการค้าระหว่างประเทศ การคมนาคม การสาธารณสุข ฯลฯ ภาพรวมที่เกิดมีลักษณะใกล้เคียงกับระบบของ ยุโรปกลางมากกว่ารูปแบบเวสฟาเลีย หรือระบบความสัมพันธ์ของรัฐต่าง ๆ ที่มีอำนาจอธิปไตย ดังที่มีการพูดกัน

ภาพหลายภาพที่ทับซ้อนกันอยู่ ชี้ให้เห็นช่องทางวางยุทธศาสตร์เข้าแทรกแซงได้หลายระดับเพื่อแสวงหาทางเลือกให้กับขบวนการโลกาภิวัตน์ ทั้งนี้ความไร้เสถียรภาพของโครงสร้างใหม่ที่ก่อตัวขึ้น เป็นปัจจัยเอื้อที่สำคัญยิ่ง ความไร้เสถียรภาพนี้เกิดจากหลักการที่ขัดกันอยู่คือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการแบ่งเขตแดนเป็นอิสระจากกัน ทั้งนี้ หลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยเนื้อหาไม่มีการแบ่งแยกเขตแดน แต่มุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก มุ่งขยายการเงินระดับโลกสู่ประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีขอบเขตจำกัดและมุ่งสู่การผลิตระดับโลก แต่รากฐานของหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน คือวัฒนธรรมธุรกิจ ดังที่ซูซาน สเตรนช์ พูดถึง แต่หลักการแบ่งแยกเขตแดนเป็นอิสระจากกันเป็นหลักการรัฐที่มีพื้นฐานจากอำนาจการทหาร

 

นักเขียนบางท่านเสนอว่าเมื่อหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีความสำคัญมากขึ้น ย่อมทำให้หลักการแบ่งแยกเขตแดนเป็นอิสระจากกันลดความสำคัญลง แต่ข้อเสนอที่ว่ามีระบบความสัมพันธ์ต่างตอบแทนเกิดขึ้นอาจจะเป็นจริงมากกว่า

แนวคิดที่ว่าตลาดสามารถปรับตัวเองให้มีเสถียรภาพได้ เป็นเพียงความเชื่อ คาร์ล โพลันยิ ในงานเขียนของเขาได้แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎเกณฑ์ของตลาดให้ได้ผลจะต้องมีอำนาจทหารหรือตำรวจ แม้ว่าในทางปฏิบัติความจำเป็นใช้กำลังบังคับอาจไม่เกิดขึ้นเลย แต่ก็มิได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีกำลังสำรอง โลกาภิวัตน์ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ยังต้องพึ่งอำนาจทหารประจำการของประเทศที่เป็นผู้บังคับใช้กฎเกณฑ์

สงครามอ่าวเปอร์เชีย 1991 ชี้ให้เห็นโครงสร้างและวิธีการทำงานของระเบียบโลกใหม่ ความขัดแย้งอันเป็นชนวนของสงครามเริ่มจากปัญหาที่โยงกับหลักการเรื่องอาณาเขต ซัดดัม ฮุสเซน มีโครงการที่จะฟื้นฟูอิรัคหลังสงครามกับอิหร่านโดยวางแผนสร้างแรงต่อรองระดับภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศที่ผลิตน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อควบคุมแหล่งน้ำมัน

สหรัฐฯ ตอบโต้กับอิรัคในฐานะที่สหรัฐฯ มีบทบาทเป็นผู้ควบคุมระเบียบเศรษฐกิจของโลก โดยมองว่าการกระทำของอิรัคเป็นการคุกคาม และยังได้แสวงหาแรงสนับสนุนจากประเทศอื่น ๆ เพื่อรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตัดสินใจเพียงลำพังที่จะทำสงครามกับอิรัค แล้วจึงให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติรับรองการตัดสินใจนั้น หลังจากนั้นมีข้อเสนอให้เยอรมนี ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และคูเวตร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายการทำสงครามซึ่งสหรัฐฯ ก็ได้รับการตอบสนองจากประเทศเหล่านี้

แต่บทบาทของผู้บังคับใช้กฎระเบียบก็มีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ภาพที่สหรัฐฯ สร้างให้ตัวเองในฐานะเป็นมหาอำนาจด้านการทหารระดับโลก เป็นจุดเด่น เป็นการผูกขาด และเป็นการกระทำฝ่ายเดียว ขณะที่สมรรถภาพการผลิตของสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ลดลง จุดนี้คือการที่ว่าสหรัฐฯ บริโภคมากกว่าที่จะจ่ายได้จากผลผลิตที่สหรัฐฯ ผลิตได้ แต่ภาวะการณ์นี้เกิดขึ้นได้เพราะต่างชาติจำนวนมาก พร้อมจะถือเงินดอลลลาร์ (หรือถือสินทรัพย์ในรูปของดอลลาร์) จากปลายปี 1987 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้กลายเป็นประเทศลูกหนี้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก นั่นคือต่างชาติเป็นผู้จ่ายส่วนต่างของการบริโภคเหนือการผลิตของสหรัฐฯ นั่นเอง ความเป็นเจ้า (hegemony) ของสหรัฐฯ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้กลายเป็นระบบส่งบรรณาการแก่สหรัฐฯ

ระเบียบโลกใหม่นี้จึงอ่อนปวกเปียกที่ยอดสุด ยิ่งเวลาผ่านไปความเปราะบางนี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น ระเบียบโลกมิได้แข็งแกร่งมากไปกว่าตัวพื้นฐานด้านสังคมที่พยุงส่วนยอดเอาไว้ โลกาภิวัตน์ด้านเศรษฐกิจกำลังสร้างความขัดแย้งและความแตกแยก ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ แต่แน่นอนว่าจะกัดกร่อนฐานรากของการเมืองระดับโลก อำนาจทางการทหารของสหรัฐฯ และประเทศที่ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนกระบวนการโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ กำลังกำลังถูกท้าทาย โดยพลังทางสังคมที่เกิดขึ้น และโดยความขัดแย้งทางสังคมซึ่งขมึงเกลียวยิ่งขึ้นทั้งในประเทศยากจน และประเทศร่ำรวย เพื่อที่จะเข้าใจพลังทางสังคมที่ก่อตัวขึ้น จำเป็นต้องทบทวนถึงการก่อเกิดของอัตลักษณ์ต่างๆ ที่ให้ความหมายและบทบาทแก่ผู้คน และต้องทบทวนถึงความรู้ รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยอธิบายให้เราได้รู้ว่าควรจะรับมือกับการท้าทายจากอนาคตได้อย่างไร

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com