ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>
ประวัติสมเด็จพระวันรัต

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ
เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2458 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3
ปีเถาะ จุลศักราช 1277 ณ บ้านเลขที่ 330 ค ซอยคูกำพล ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง
จังหวัดชลบุรี ท่านมีนามเดิมว่า นิรันตร์ โกณเขมะ เป็นบุตรของ อุบาสกสุ้นฮวด และ
อุบาสิกากิมหลง (สกุลเดิม ไมตรี) โกณเขมะ ท่านมีน้องสาวคนเดียว คือ นางสาวขวัญจิตต์
โกณเขมะ
ครอบครัวของเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ
นั้นเป็นคหบดีผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด
ปรากฎหลักฐานว่าร่ำรวยมาจากทั้งสองฝ่าย
ทั้งอุบาสกลุ้นฮวดและอุบาสิกากิมหลงล้วนเป็นผู้สืบทอดสกุลที่มีมรดกตกทอดเป็นทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก
รวมทั้งที่ดินจำนวนหลายพันไร่ในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง
ที่ดินดังกล่าวแบ่งให้ชาวไร่ชาวนาเช่าประกอบสัมมาชีพได้ค่าเช่าเป็นทรัพย์สินเงินทองบ้าง
เป็นพืชพันธ์ธัญญาหารบ้าง อุบาสกสุ้นฮวด หรือโยมผู้ชายและอุบาสิกากิมหลง
หรือโยมผู้หญิงของเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ
ต่างเป็นที่รักใคร่นับถือของประชาชนในละแวกนั้น
ด้วยเหตุที่ว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่เอื้อเฟื้อเก็บค่าเช่าด้วยความเมตตา
หากปีไหนน้ำน้อยการกสิกรรมอัตคัตก็ผ่อนผันด้วยความกรุณา
โยมผู้ชายของเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ
มีนิสัยใฝ่ในทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เล็ก เมื่อหนุ่มได้บวชเป็นพระภิกษุถึง 2
ครั้ง นับรวมได้ 8 พรรษากับพระอาจารย์แจ้งที่วัดอ่างศิลา ได้ฉายานามว่า
โกญฑัญโญ ที่พระอธิการแดงวัดใหญ่อินทารามตั้งให้
จึงมีที่มาจากฉายานามเมื่อครั้งบวช แปล ความหมายว่า โกณฑัญโญผู้เกษม
แต่ด้วยความจำเป็นต้องสืบทอดกิจการของแม่
จึงต้องถือความกตัญญูกตเวทีลาสิกขาออกมาครองเรือน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยทอดธุระทางศาสนายังคงยึดมั่นปฏิปทาเป็นอุบาสกแก้ผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาด้วย
ทาน ศีล ภาวนา ตลอดชีวิต
ได้บริจาคทรัพย์สินมหาศาลทำนุบำรุงเป็นประโยชน์เกื้อกูลพระศาสนาอย่างเต็มกำลัง
เช่น สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างซุ้มพัทธสีมา
รวมทั้งกุฎีและวิหารถวายให้กับวัดต่าง ๆ เช่นวัดเขาบางทราย วัดต้นสน วัดกำแพง
วัดอ่างศิลา วัดเนินสุทธาวาส วัดราษฎร์บำรุง ฯลฯ
แต่วัดที่ตั้งต้นเป็นทายกหลักคือวัดใหญ่อินทรารามเพราะบิดามารดาของอุบาสิกากิมหลงฝากฝังวัดนี้เอาไว้
สร้างตึกเรียนให้แก่โรงเรียนอินทปัญญา ที่วัดใหญ่อินทราราม มีชื่อว่า
ตึกโกณเขมะวิทยา
อีกทั้งยังได้ปฏิสังขรณ์พุทธโบราณสถานถาวรวัตถุที่ชำรุดทรุดโทรมเช่นปฏิสังขรณ์อุโบสถวัดใหญ่อินทารามครั้งที่
2
นอกจากนี้ยังเป็นโยมอุปัฏฐากพระสงฆ์หลายรูป
ทุกวันที่บ้านทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวนกว่าร้อยองค์ด้วยข้าวปลาอาหารคาวหวานมากมายถึงขนาดที่เรียกว่า
หุงข้าวเป็นกระสอบ ทำกับข้าวเป็นหม้อใหญ่ ๆ มิได้ขาด
จนเป็นที่เลื่องลือของชาวเมืองชลว่าบ้านนี้ทำบุญหนัก
และรู้กันในหมู่สงฆ์ว่าหากวันไหนพระสงฆ์รูปใดในเมืองชลบิณฑบาตไม่ได้
ให้ไปที่บ้านโยมฮวดแล้วจะไม่ผิดหวัง
เป็นผู้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนบ้านใกล้เรือนเคียง
เมื่อมีใครมาขอความช่วยเหลือหากไม่เป็นเรื่องเกินวิสัยก็จะสงเคราะห์ให้ด้วยความเต็มใจ
เป็นอุบาสกผู้ซื่อสัตย์ต่อศีลและธรรมที่ได้สมาทานแล้ว ดังที่พระวิสุทธาธิบดี
(ไสว ฐิตวีโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ
หนึ่งในบรรดาพระสงฆ์ที่โยมผู้ชายเคยอุปการะกล่าวชมในงานศพว่า
ตั้งแต่รู้จักพ่อฮวดไม่เคยได้ยินพ่อฮวดพูดจาว่าร้ายใครทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ด้านการภาวนาก็หมั่นอบรมจิตใจด้วยการสวดมนต์นั่งสมาธิเป็นนิจศีล
เมื่อยามแข็งแรงก็ไปปฏิบัติที่อุโบสถวัดใหญ่ เมื่อเข้าวัยชราก็หมั่นรักษาจิต
อยู่ที่บ้านจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตขนาดขยับกายด้วยตัวเองไม่ได้แล้วก็ยังเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะมั่นคง
คือระลึกได้และรู้ตัว
ถามลูกสาวและญาติที่คอยดูแลว่าพระที่มาบิณฑบาตที่บ้านกลับไปหมดแล้วหรือยังเมื่อทราบว่าพระกลับไปหมดแล้วก็ให้ลูกสาวและญาติพยุงกายให้ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ
แล้วกำหนดใจสิ้นลมไปในอิริยาบถนั้นเอง
บุพการีผู้อุดหนุนและยังเป็นผู้กตัญญูกตเวทีรู้คุณและสนองคุณพระศาสนาเช่นนี้
พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นบุคคลหาได้ยาก จึงนับโยมผู้ชายของเจ้าประคุณสมเด็จฯ
เป็นผู้คู่ควรการสรรเสริญดังนี้
1.นิมิตของโยมผู้หญิงท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ฯ
2.ลักษณะของผู้มีบุญมาเกิด
ชีวิตในวัยเด็ก
ผู้มีความจำเป็นเลิศ
ชีวิตวัยหนุ่ม
เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
ตู้ประไตรปิฎกเคลื่อนที่
ได้เป็นสมเด็จ 2 ตำแหน่ง
ความสัมพันธ์กับสมเด็จพระสังฆราช
เคร่งครัดในพระธรรมวินัย
มรณภาพ
คุณธรรม


