Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ศรีปราชญ์ คือ กวีผู้แต่ง
“ทวาทศมาส”

หลักฐานในโคลงท้ายบทของทวาทศมาส
ลักษณะรูปแบบการใช้คำประพันธ์
การกล่าวรำพึงรำพันพาดพิงถึงหญิงคนเดียวกัน
บรรณานุกรม

หลักฐานในโคลงท้ายบทของทวาทศมาส

        บอกไว้อย่างชัดเจนถึงคณะกวีผู้ร่วมแต่ง ตามที่ปรากฏนามมีอยู่ด้วยกัน 4 คน บุคคลแรกเป็นผู้มีฐานันดรสูงศักดิ์คือท่าน ยุพราช ท่านนี้อาจจะหมายถึงเจ้าฟ้าอภัยทศซึ่งสถานะเป็นถึงพระอนุชา ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าตอนสมเด็จพระนารายณ์ ฯ ประชวรหนักใกล้สวรรคต พระเพทราชาและพรรคพวกได้เข้าควบคุมพระราชวังลพบุรีและกำจัดศัตรูรวมทั้งเจ้านายคนสำคัญ เช่นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ พระปีย์ รวมทั้งเจ้าฟ้าอภัยทศ และในโคลงทวาทศมาสก็มีการกล่าวถึงท่านยุพราช ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลเดียวกัน ส่วนคนที่สองได้แก่ ขุนพรหม-มนตรี คนที่สามเป็น ศรีกวีราช ส่วนคนที่สี่ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญได้แก่ สาร-ประเสริฐ สำหรับบรรดาศักดิ์ของท่านไม่ทราบว่าเป็นระดับใด กวีทั้งสี่ท่านที่กล่าวมานี้ได้มาจากโคลงบทว่า :-

การกลอนนี้ต้งงอาทิ กวี หนึ่งนา
เยาวราช สามนไตรย แผ่นหล้า
ขุนพรหมมนตรี ศรี กวีราช
สารประเสริฐ ฦๅช้า ช่วยแกล้งเกลากลอน


สำหรับบุคคลที่เชื่อว่าเป็น ศรีปราชญ์ ในโคลงบทนี้ คือคำว่า ศรีกวีราช เพราะเข้าใจว่าเป็นราชทินนามที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงแต่งตั้ง โดยมีตำแหน่งเป็นกวีประจำพระองค์ตามทินนาม ชื่อตำแหน่งนี้เป็นภาษาบาลีสันสกฤต มาจากคำว่า “ ศรี–กวี–ราช ” ตามรูปศัพท์แปลว่า กวีชั้นดีของพระราชา หรือ (นาย)ศรีกวีประจำองค์พระราชา

ส่วนเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่ากวีทั้งสี่คนนี้เท่านั้นที่ร่วมกันแต่งทวาทศมาส ไม่มากหรือน้อยกว่านามที่ปรากฏในโคลงข้างต้นนั้นอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานอีกอย่างหนึ่งซึ่งชัดเจนเพียงพอที่จะเป็นข้อยืนยันได้ ก็คือตัวเลขที่ระบุจำนวนบุคคลสี่คนที่ปรากฏอยู่ในโคลงทวาทศมาสนั่นเองอีกบทหนึ่งว่า :-

ยามไปท้งงสี่สิ้น สนทนา
ยามทิวงงพลอยตาม ต่างเต้า
เททรวงพี่จรรยา วนนไปล่
โอกบบอกโอ้เจ้า จำงาย


 

เพราะฉะนั้น คำว่า “สี่” ในที่นี้จึงไม่น่าจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นนอกเหนือไป จากกวีผู้แต่ง เพราะในโคลงบาทที่หนึ่งได้บอกไว้ชัดว่า ตอนไปทั้งสี่คนได้เจรจาพูดคุยกันแล้ว ในจำนวนบุคคลทั้งสี่ที่กล่าวถึงนี้ สำหรับคนที่ออกแรงสมองแต่งจริง ๆ คงมีเพียง 3 ตามที่เอ่ยนามในโคลงสามบาทต้น ส่วนคนที่ 4 คือท่าน สารประเสริฐ ตามที่กล่าวไว้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว คือเป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลทวาทศมาสทั้งเรื่อง เช่น ตรวจทาน แก้ไข ขัดเกลา ถ้อยคำสำนวน และดูแลกฎเกณฑ์ฉันทลักษณ์ เพราะท่านเป็นผู้มีชื่อเสียงขึ้นชื่อลือชา (ฦๅช้า) และเป็นที่เคารพนับถือของบุคคลทั้งสาม สำหรับหลักฐานที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าคือตัวศรีปราชญ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คนดังกล่าวข้างต้นก็คือตำแหน่ง ศรีกวีราช ที่ปรากฏอยู่ในโคลงบาทที่สาม ด้วยตามประวัติเป็นที่รู้กันว่า หลังจากที่ศรีปราชญ์ได้บังอาจต่อโคลงพระราชนิพนธ์ที่พระโหราธิบดีกวีประจำราชสำนักผู้เป็นบิดาได้รับโปรดเกล้าฯ ให้นำไปแต่งต่อที่บ้าน จากพระราชนิพนธ์ค้างไว้เพียง 2 บาทต้น เป็นเหตุให้บิดามีความระทมทุกข์อย่างใหญ่หลวงด้วยเกรงพระราชอาชญาจะตกแก่บุตรของตน จึงตัดสินใจนำโคลงดังกล่าวไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์ฯ ให้ทรงทราบก่อนว่า บุตรชายวัย 12 ขวบของท่านเป็นผู้ละลาบละล้วง ไม่รู้จักที่เหมาะที่ควร บังอาจต่อบทพระราชนิพนธ์นี้ :-

พระราชนิพนธ์ :

อันใดย้ำแก้มแม่ หมองหมาย
ยุงเหลือบหรือริ้นพราย ลอบกล้ำ
ศรีปราชญ์แต่งต่อ : ผิวชนแต่จะกราย ยังยาก
ใครจะอาจให้ช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน


สมเด็จพระนารายณ์ฯ หลังจากได้ทอดพระเนตรโคลงดังกล่าวแทนที่จะกริ้ว กลับพอพระทัยตรัสรับสั่งให้นำตัวมาเข้าเฝ้า เมื่อทรงเห็นบุคลิกลักษณะหน้าตาก็ทรงโปรดปราน และโปรดฯ ให้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กตั้งแต่วันนั้น สำหรับพระโหราธิบดีบิดาของศรีปราชญ์ เนื่องจากรู้อุปนิสัยใจคอของบุตรดี จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษไว้เป็นการล่วงหน้าว่า กาลต่อไปภายหน้าหากบุตรของตนต้องได้รับพระราชอาชญา หากเป็นมหันตโทษขั้นประหารก็ขอให้เป็นเพียงเนรเทศ ซึ่งก็ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนารายณ์ฯ ตามคำขอ ด้วยทรงเห็นเป็นเด็กที่มีสติปัญญา มีปฏิภาณไหวพริบ และฉลาดเฉียบแหลม สามารถต่อโคลงของพระองค์ได้เป็นที่ต้องพระทัยทั้งที่อายุยังน้อย

ด้วยคารมเสมือนนักปราชญ์ จึงตรัสเรียกชื่อเล่น ๆ เป็นการส่วนพระองค์ว่า ศรีปราชญ์ หมายถึงเด็กชายศรีผู้เป็นปราชญ์ ต่อมาจึงได้พระราชทานทินนามอย่างเป็นทางการในตำแหน่ง ศรีกวีราช ในฐานะกวีประจำพระองค์ตามปรากฏในโคลงท้ายบทดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ทราบว่าตำแหน่งนี้จะเป็นบรรดาศักดิ์ระดับศักดินาเท่าใด ข้อนี้อาจจะมีผู้แย้งว่า ตำแหน่ง “ ศรีกวีราช ” นี้ อาจจะหมายถึงบุคคลอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นตัวศรีปราชญ์เสมอไป ส่วนเหตุผลที่ปักใจเชื่อว่าเป็นตำแหน่งของศรีปราชญ์นั้น ก็ด้วยปริบทสำคัญคือคำว่า “ศรี” ซึ่งเป็นชื่อจริงของศรีปราชญ์ที่พ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิด ส่วนคำว่า “ ปราชญ์ ” เป็นคำที่สมเด็จพระนารายณ์ทรงเรียก ด้วยทรงพอพระทัยในความสามารถของศรีปราชญ์ การเรียกชื่อคนในสังคมไทยสมัยโบราณมักเรียกตามบุคลิกลักษณะ ผิวพรรณ หน้าตา ความสามารถ เช่น นายจันหนวดเขี้ยว พระยาพิชัยดาบหัก คึกฤทธิ์ เป็นต้น คำว่า“ ศรี ” นี้ ศรีปราชญ์มักใช้เรียกตัวเองเสมอ ดังปรากฏอยู่ทั่วไปในโคลง กำศรวลศรีปราชญ์ ของท่าน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ :-

ศรี มาใจขอดข้อน ทางวนน
แลลนนลุงเหลืออก น่าน้อง
ศรี มาย่อมรับขวนน แขวนปาก ไซ้แม่
ตาลตื่นตีอกร้อง ร่ำหารนหา

เหตุผลดังกล่าว อาจจะมีผู้สงสัยว่าแล้วเหตุใดจึงไม่มีคำว่า “ ศรี ” ที่ศรีปราชญ์ใช้เรียกตัวเองปรากฏอยู่ในโคลง ทวาทศมาส ที่เชื่อว่าศรีปราชญ์ร่วมแต่งด้วยบ้าง คำตอบก็คือเนื่องจาก ทวาทศมาส เป็นสหกรรมกวี คืองานที่แต่งร่วมกับกวีท่านอื่นไม่ใช่งานที่ศรี -ปราชญ์แต่งลำพังคนเดียวทั้งเรื่อง ลักษณะงานประพันธ์ที่ช่วยกันทำเป็นกลุ่มเช่นนี้ กวีแต่ละคนคงจะช่วยกันโดยแบ่งเป็นบางตอน บางโคลง หรือบางครั้งโคลงบทเดียวอาจจะช่วยกันดูหลายคนก็ได้ เพื่อให้ได้บทกวีที่ดีที่สุด แต่ที่สำคัญต้องผ่านการตรวจสอบของผู้อาวุโส คือ ท่านสารประเสริฐ ดังนั้น การที่จะเน้นชื่อกวีคนใดคนหนึ่งจึงเป็นการไม่สมควร ด้วยเหตุนี้จึงไม่ปรากฏคำว่า “ ศรี ” ในงานที่เป็นส่วนของศรีปราชญ์แต่ง เหมือนที่เห็นอยู่ในโคลงกำศรวลศรีปราชญ์ที่กล่าวข้างต้น

อาจจะมีการแย้งอีกว่า ในราชสำนักแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้น มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตอยู่มาก เพราะทรงโปรดงานด้านนี้ และก็ยังปรากฏว่ามีกวีประจำราชสำนักคนอื่นอีกที่ตำแหน่งขึ้นต้นด้วยคำว่า “ ศรี ” เช่น พระศรีมโหสถ บุคคลท่านนี้ก็เป็นกวีมีชื่อเสียงสำคัญคนหนึ่ง งานกวีนิพนธ์ของท่านที่ปรากฏเป็นโคลงมี 3 ประเภท คือ “ โคลงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กาพย์ห่อโคลง และโคลงอักษรสามหมู่” นอกจากนี้พระศรีมโหสถ ถือว่าเป็นกวีต้นแบบที่เป็นบุคคลแรกที่สร้างสรรค์ผลงานรูปแบบคำประพันธ์แปลกใหม่ขึ้นในบรรณพิภพ ส่วนเหตุที่ไม่เชื่อว่าท่านเป็นผู้ร่วมแต่ง ทวาทศมาส นั้นก็ด้วยปริบทแวดล้อมอย่างอื่นรวมทั้งรูปแบบของกวีนิพนธ์

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com