Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

"องค์บิดาแห่งกองทัพเรือ"

หน้า 1 - 2 - 3 - 4

2

พระประสูติกาล

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับลำดับราชสกุลวงศ์เป็นองค์ที่ 28 มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2423 เวลา 15.57 น. ตรงกับแรม 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง จุลศักราช 1242 เป็นพระลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ ( วร บุญนาค) สมุหพระกลาโหมในรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงมีพระกนิษฐาและพระอนุชา ร่วมพระมารดา 2 พระองค์ คือ พระองค์เจ้าหญิงอรองค์อรรคยุพา ( สิ้นพระชนม์เมื่อทรงพระเยาว์ ) และพระองค์เจ้าสุริยงประยูรพันธุ์ ( ต่อมาได้ดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส - ต้นราชสกุล สุริยง )

การศึกษาเมื่อทรงพระเยาว์
ทรงได้รับการศึกษาขั้นแรกที่โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง สมัยนั้นเป็นสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มจัดการศึกษาในรูป โรงเรียน ทรงเลือกเฟ้นหาครูดีมาถวายพระอักษรแด่พระเจ้าลูกยาเธอทั้งหลาย เช่น พระศรีสุนทรโวหาร, หม่อมเจ้าประภากร ( ต้นราชสกุลมาลากุล ), พระยาอิศรพันธุ์โสภณ ( หนู อิสรางกูร ) พระองค์เจ้าอาภากร ศึกษาวิชาภาษาไทยกับ พระยาอิศรพันธุ์โสภณ ( หนู อิสรางกูร ) และศึกษาวิชาภาษาอังกฤษกับ มิสเตอร์ โรเบิร์ต มอแรนต์ ซึ่งเป็นหลานของฟลอเรนซ์ ไนติงเกิล ทรงเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนหลวง ณ พระตำหนักสวนกุหลาบจนถึง พิธีโสกันต์ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2435 ( ร.ศ. 111 ) พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

คณาจารย์ของเสด็จในกรมฯ
จากคำบอกเล่าของหม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร พระธิดาเสด็จในกรมเล่าว่า
"ทรงสักยันต์ทั้งองค์ตั้งแต่หนุ่มๆ เช่น สักหนุมาน สักลิงลมที่พระชงฆ์ทำให้เดินเร็ว ใครตามแทบไม่ทัน ที่อุระทรงสักตัวเลข ตราด ร.ศ. 112 เพราะรับสั่งว่า "ฝรั่งเศสเข้ามาเอาเมืองเราเมื่อ 112 ต้องจำ มีคนเล่าว่าท่านทรงเลี้ยงผี ซึ่งก็จริง เพราะท่านทรงปั้นหุ่นเล็กๆที่เรียกว่า "หุ่นพยนต์" แล้วปักเสียบปักไว้หน้าวัง รอบๆสนามเมื่อคราวออกจากราชการ มีคนพูดว่า ที่วังนี้เลี้ยงคนไว้เยอะจัง พอตอนกลางคืนเห็นคนวิ่งเกรียวกราวตอนดึกๆดื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกระดูกหน้าผากแม่นาคพระโขนง คาดไว้ที่บั้นพระองค์ ไม่ทราบว่าใครนำมาถวาย



เสด็จพ่อทรงเชื่อไสยศาสตร์ มีพระอาจารย์ที่สำคัญและสนิทมากคือ หลวงปู่ศุข หลวงพ่อพริ้ง หลวงพ่อเขียว หลวงพ่อเงิน" จากการรวบรวมบรรดาคณาจารย์ พบเกจิอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือถึง 10 รูป ฆราวาส 1 คน และเทพนารีอีก 2 พระองค์

1. หลวงปู่ดำ (หลวงพ่อใหญ่ หรือ พระครูเทพโลกอุดร ) จ. ภูเก็ต
2. หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จ.อยุธยา
3. หลวงปู่ศุข วัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า จ. ชัยนาท
4. หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
5. หลวงพ่ออี๋ สัตหีบ
6. หลวงพ่อจร วัดดอนรวบ จ. ชุมพร
7. หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก
8. หลวงพ่อเจียม จ. ชลบุรี
9. หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโล่นอก
10. หลวงพ่อเขียว วัดเครือวัลย์

ฆราวาส คือ ตากัน สัตหีบ
เทพนารี คือ พระนางอุมาเทวี และเซี้ยวโกว ( เจ้าแม่ทับทิม )

รัชกาลที่ 5 ทรงวางรากฐานราชนาวีไทย
ในสมัยนั้นมีกรมทำหน้าที่ทหารเรืออยู่ 2 กรม คือ กรมทหารเรือพระที่นั่ง เวสาตรี และกรมอรสุมพล เป็นกองเรือรบที่เรียกว่า "ทหารมะรีน" รวมอยู่ในบังคับบัญชาเดียวกัน แต่ยังขาดเอกภาพ

ในปี พ.ศ. 2430 ได้ทรงจัดตั้งกรมเสนาธิการขึ้น จึงรวมทั้ง 2 กรมเข้าด้วยกันเป็นกรมทหารเรือ นอกจากนี้ พระองค์ท่านยังปรับปรุงเรือกลไฟจากเครื่องจักรข้างเป็นเรือจักรอีกด้วย ทรงเร่งรัดและปรับปรุงให้ขยายคู่เรือ และยังมีพระบรมราชองค์การให้ปรับปรุงซ่อมแซมป้อมเก่า สร้างป้อมใหม่ที่ทันสมัยเพื่อป้องกันพระนคร และได้พระราชทานนามว่า "ป้อมพระจุลจอมเกล้า"

หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาปิดปากอ่าว เมื่อ 13 กรกฎาคม 2436 พระองค์ทรงให้พระองค์เจ้าอาภากร ( ขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 13 พรรษา ) เสด็จไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ได้ทรงศึกษาวิชาทหารเรือ พระองค์ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ดังนี้

พระที่นั่งอมรพิมานมณี

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก 113 ถึงชายอาภากรเกียรติวงศ์

ด้วยได้รับหนังสือวันที่ 9 และหนังสืออื่นๆ ก่อนหน้านี้แล้วให้อุตส่าห์เล่าเรียนแลแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ อย่าให้มีความบันเทิงใจในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เหลือเกิน ให้เป็นแต่ธรรมดาสามัญคนซึ่งต้องมีความสุขเป็นเครื่องเลี้ยงชีพอยู่ จะได้เป็นประโยชน์ส่วนตัวแลบ้านเมืองของตนสืบไป...

( พระปรมาภิไธย ) สยามินทร์ ( 23 )

หน้าถัดไป >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com