ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>
คุณค่าพระวรสาร
คุณค่าพระวรสาร คือ
คุณค่าที่พระเยซูสั่งสอนและเจริญชีวิตเป็นแบบอย่างแก่บรรดาสานุศิษย์และประชาชน
ดังที่มีบันทึกในพระคัมภีร์ ตอนที่มีชื่อเรียกว่า พระวรสาร ซึ่งแปลว่าข่าวดี
คำว่า "ข่าวดี" หมายถึงข่าวดีแห่งความรอดพ้นของมนุษย์จากทุกข์ (อสย 61:1) ( ลก
4:16-18) (อสย 35:4-6) ( ลก 7:22) และข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้า
ผู้รักมนุษย์จนกระทั่งประทานพระบุตรฃองพระองค์มาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไขแสดงพระองค์
และแสดงพระธรรมแก่มนุษย์ และทำการกอบกู้มนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ด้วยอัศจรรย์ต่างฯ
พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่กู้มนุษย์ให้รอดพ้นจากบาป
และทรงกลับคืนพระชนมชีพเพื่อบันดาลให้มนุษย์ได้รับชีวิตนิรันดร (ยน 3:16)
ความเชื่อศรัทธา (faith)
ความเชื่อศรัทธาหมายถึง ความเชื่อศรัทธาในพระเจ้า (มก 11:22)
ความเชื่อในความเป็นจริงที่อยู่เหนือสิ่งที่เราจับต้องมองเห็น
ความเชื่อในความเป็นจริงของจิตวิญญาณ และในมิติทางศาสนาของชีวิต พระเยซูสอนว่า
หากเรามีความเชื่อศรัธทา อัศจรรย์จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา (ลก 17:19) (มธ 11:23)
หากเรามีความเชื่อศรัธทา เราจะได้รับความรอดพ้นจากบาป (มก 2:5) และทุกข์ (ลก 7:50)
เราต้องมีความเชื่อศรัธทาเมื่อเราภาวนา (มก 11:24) และเมื่อเราอยู่ในวิกฤต (มก
4:39-40) ความเชื่อศรัทธาเป็นพื้นฐานของคุณค่าพระวรสารอื่นๆทั้งหมด
ความจริง (truth)
พระเยซูตรัสว่าพระองค์คือ หนทาง ความจริง และชีวิต (ยน 14:6)
ชีวิตของเราเป็นการแสวงหาความจริง ความจริงของโลก ของชีวิต และของมนุษย์
พระองค์สอนเราว่า ความจริงทำให้เราเป็นไท (ยน 8:32)
บุคคลที่ไม่ซื่อตรงคือบุตรแห่งปีศาจผู้มีแต่ความเท็จ (ยน 8:44)
การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer)
พระเยซูสอนให้เราไตร่ตรองอยู่เสมอ ให้รู้คุณค่าของความสงบ (ลก
4:42) และการไตร่ตรอง เพื่อหาความหมายที่ลึกซึ้งของปรากฎการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิต (ลก 12:27; 2:51) การไตร่ตรองนำไปสู่การเข้าใจ (มธ 13:23)
ยอมรับ และปฏิบัติคุณค่าจนเกิดผลมากมาย (มก 4:20) พระเยซูภาวนาอยู่เสมอ (ลก 6:12)
(ลก 22:39) พระองค์ภาวนาเป็นพิเศษ เมื่อประกอบภารกิจสำคัญ (ลก 5:16)
เมื่อมีการประจญ (มธ 4:1) (ลก 22:46) และเมื่อมีวิกฤติของชีวิต (มธ 26:36)
พระองค์สอนเราให้ภาวนาอยู่เสมอ (ลก 18:1-7)
มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience /
discernment / moral courage)
พระเยซูสอนให้เรามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการรักษาศีลธรรม (มธ
5:30; 18:8) มีมโนธรรมเที่ยงตรง วิจารณญาณแยกแยะชั่วดี
รู้จักตัดสินใจเลือกทางแห่งความดีงาม และยีดมั่นในทางแห่งความดี (ลก.18:8)
แม้ในสถานการณ์ที่เราถูกคุกคาม (มธ 5:10; 24:10,12-13)
อิสรภาพ (freedom)
พระเยซูสอนว่า ความจริงทำให้เราเป็นอิสระ (ยน 8:32)
ซึ่งหมายถึงความเป็นอิสระจากการเป็นทาสของบาป
เราปฏิบัติหน้าที่ของเราด้วยความเชื่อมั่น ด้วยความรัก มิใช่ด้วยความกลัว (ยน
14:27) (ลก 5:10)
ความยินดี (joy)
ความยินดีเป็นผลของประสพการณ์การสัมผัสความรักของพระเจ้า (ยน
16:22) พระเยซูสอนให้เรามีใจเบิกบานอยู่เสมอ
เพราะชื่อของเราถูกจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว (ลก 10:20) ไม่มีสิ่งใดทำให้เราหวั่นไหว
หรือหวั่นกลัว (ยน 14:1) เพราะพระเจ้ารักเรา (ลก 12:7) (ยน 17:13)
ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity)
มนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้า มนุษย์เป็นลูกของพระเจ้า
(ลก 20:36) ดังนั้น ชีวิตมนุษ์จึงมีความศักดิ์สิทธิ์
พระเยซูสอนให้เราเคารพศักดิ์ศรีของตนเอง และของกันและกัน
เราแต่ละคนมีค่ามากในสายพระเนตรของพระเจ้า (มธ 10:29-31; 18:10)
ความสุภาพถ่อมตน (humility)
พระเยซูเชื้อเชิญให้เราเลียนแบบพระองค์
"เรียนจากเราเพราะเรามีใจอ่อนโยน และสุภาพ" (มธ 11: 29)
คำสอนหลักที่พระเยซูเน้นย้ำบ่อยครั้งคือ ผู้ใดถ่อมตัวลง
ผู้นั้นจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น (ลก 14: 11)
ผู้ใดมีใจสุภาพอ่อนโยนผู้นั้นย่อมเป็นสุข (มธ 5: 5) ผู้ใดมีใจสุภาพเหมือนเด็กเล็ก ๆ
ผู้นั้นจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระอาณาจักรสวรรค์ (มธ 18: 4)
ความซื่อตรง (honesty)
พระเยซูคาดหวังให้เราเป็นมนุษย์ใหม่ (ยน 1:13) มนุษย์ที่ซื่อตรง
(มธ 5:37) ชอบธรรม (ยน 1:47) ประพฤติชอบในสายพระเนตรของพระเจ้า (ลก 16:15)
ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ไม่หน้าซื่อใจคด (มธ 23:13-15) ไม่คดโกงหรือเบียดเบียนผู้อื่น
(มธ 15:8; 23:13-15) ผู้ซื่อตรงต้องเริ่มจากการซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย (ลก 16:10)
ผู้ซื่อตรงจะเกิดผลมากมาย (ลก 8:15)
ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency)
พระเยซูเจริญชีวิตที่เรียบง่าย คลุกคลีกับประชาชนคนสามัญ ทุกคนเข้าหาพระองค์ได้แม้แต่เด็กๆ (ลก 18:16) พระองค์สอนเรามิให้กังวลใจในเครื่องแต่งกาย ในอาหารการกิน เพราะพระเจ้าดูแลชีวิตของเราทุกคน (ลก 12:24-27) (มธ 6:32) สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง และนกในอากาศยังมีรัง แต่พระองค์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ (มธ 8:20)
ความรัก (love)
พระเยซูสอนให้เรามีความรักแท้ ความรักที่สูงส่งกว่าความรักใคร่
เป็นความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่หวังสิ่งตอบแทน ความรักที่มอบแก่ทุกคน
ความรักที่เอาชนะอารมณ์ความรู้สึกของตน จนกระทั่งสามารถรักแม้แต่คนที่เป็นอริกับเรา
(มธ 5:43-45) หลักปฏิบัติพื้นฐานของการแสดงความรักคือ
ปฏิบัติต่อผู้อื่นดังที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา (มธ 22:39)
หลักปฏิบัติขั้นสูงของการแสดงความรักคือรักกันและกันเหมือนที่พระเจ้าทรงรักเรา
(ยน 15:12) ความรักเป็นคุณค่าที่สำคัญที่สุด
เป็นจุดมุ่งหมายที่คุณค่าพระวรสารอื่นๆทั้งหมดนำไปสู่
เมตตา (compassion)
พระเยซูเจริญชีวิตที่เป็นแบบอย่างของความเมตตา
พระองค์เมตตาต่อทุกคน คนเจ็บป่วย (มธ 20:34) คนตกทุกข์ได้ยาก (ลก 7:13)
และคนด้อยโอกาส (มธ 9:36) พระองค์ร่วมทุกข์กับคนที่มีความทุกข์
เข้าถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น (ยน 11:33)
พระองค์สอนเราให้รู้จักพระเจ้าผู้เป็นพระบิดาผู้เมตตา (ลก 15:20)
และสอนให้เราเป็นผู้เมตตา เหมือนพระบิดาทรงเป็นผู้เมตตา (ลก 6:36)
พระองค์เล่านิทานเปรียบเทียบที่น่าฟังเรื่องชาวสะมาเรียผู้ใจเมตตา (ลก 10:33-34)
ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude)
พระเยซูตรัสชมเชยผู้ที่ได้รับการรักษาจากโรคภัย
ที่กลับมาขอบคุณพระองค์ (ลก 17:16-17) พระเยซูขอบคุณพระเจ้าในทุกขณะ (มธ 15:36) (ลก
22:19) (ยน 11:41) และสอนให้เรารู้จักกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้า
และต่อทุกคนที่มีบุญคุณต่อเรา (ลก 2:51)
การงาน / หน้าที่ (work / duty)
พระเยซูสอนให้เราเห็นคุณค่าของการทำงาน
ผู้ที่ทำงานก็สมควรได้รับค่าตอบแทน (ลก 10: 7)
พระองค์จะประทานรางวัลแก่ทุกคนตามการทำงานของแต่ละคน (มท 16: 27)
พระองค์ทำงานอยู่เสมอเหมือนพระบิดาทำงานอยู่เสมอ (ยน 5: 17)
พระองค์ยังสอนว่าการทำงานเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า (มธ 5:16) (ยน 15:8; 17: 4)
เราพึงระลึกอยู่เสมอว่า เราต้องทำงานเพื่ออาหารที่คงอยู่เป็นชีวิตนิรันดร์ (ยน 6:
27) "จงทำงานหนักเพื่อเข้าประตูแคบสู่พระราชัสวรรค์" (ลก 13 : 24) เรา
ทำงานด้วยสำนึกในหน้าที่ที่ต้องทำ (ลก 17:10)
การรับใช้ (service)
พระเยซูเสด็จมาในโลกเพื่อมารับใช้มิใช่มาเพื่อได้รับการรับใช้
พระองค์สอนสานุศิษย์ว่าพระองค์ผู้เป็นพระเจ้ายังรับใช้พวกเขา (ยน 13:14)
ดังนั้นพวกเขาต้องรับใช้ผู้อื่นเช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่กว่าจะต้องรับใช้ผู้น้อยกว่า
(ลก 22:26)
ความยุติธรรม (justice)
พระเยซูสอนให้เราแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้อื่นก่อนให้กับตนเอง
(ยน 8:7) ความยุติธรรมเรียกร้องให้เราเปิดใจกว้างต่อความต้องการของผู้อื่น (ลก
18:3) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ด้อยกว่าเรา (ลก 16:19-21)
สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation)
พระเยซูตรัสว่า พระองค์มอบสันติของพระองค์แก่เรา (ยน 14:27)
สันติเป็นผลมาจากความยุติธรรม
เราสามารถนำสันติสู่สังคมที่เราอยู่โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและกัน (ลก 10:6)
(มธ 5:9) มีใจที่ปล่อยวาง หลุดพ้นจากความว้าวุ่นใจ หลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกชนิด
และเมื่อมีความขัดแย้ง เราต้องพร้อมที่จะคืนดีเสมอ (มธ 5:24)
การคืนดีเป็นผลจากการเคารพซึ่งกันและกัน และใจเปิดต่อการเสวนา
อภัย (forgiveness)
พระเยซูสอนศิษย์ให้ภาวนาต่อพระบิดาเสมอๆว่า โปรดอภัยแก่ข้าพเจ้า
เหมือนที่ข้าพเจ้าอภัยให้ผู้อื่นที่ทำผิดต่อข้าพเจ้า" (ลก 11:3-4)
พระเยซูเล่านิทานของบิดาผู้ใจดีที่ให้อภัยแก่ลูกที่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติของบิดา (ลก
15:11-24) พระเยซูให้อภัยแก่ผู้ที่ตรึงพระองค์บนกางเขน (ลก 23:34)
การรู้จักให้อภัยผู้อื่นเกิดขึ้นได้เมื่อเรารู้จักเอาชนะความโกรธเคือง
ความอาฆาตมาดร้ายทุกชนิด (มธ 5:22)
การให้อภัยของเราต้องไม่มีขอบเขตเหมือนที่พระเจ้าให้อภัยแก่เราอย่างไม่มีขอบเขต (ลก
17:4)
ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community)
พระเยซูสอนว่า มนุษย์ทุกคนเป็นพี่น้องกัน
ทุกคนมีพระเจ้าเป็นพระบิดาองค์เดียวกัน (มธ 6:9) (ยน 10:30)
ดังนั้นมนุษย์จึงต้องสร้างสังคมมนุษย์ให้น่าอยู่ มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน (มก
3:35) มีสายใยยึดเหนี่ยวกันอย่างมั่นคง (ยน 15:12)
ไม่ว่าเราจะอยู่ในหน่วยใดของสังคม ทั้งบ้าน โรงเรียน และท้องถิ่น
เราต้องแสดงความเป็นเจ้าของ การมีส่วนร่วมในชีวิตของชุมชนนั้นๆ (ยน 13:35)
การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation)
พระเยซูสอนให้เรามองดูความสวยงามของธรรมชาติ ดวงดาวบนท้องฟ้า (ลก
10:20) นกที่บินในอากาศ (ลก 12:24) ดอกไม้ในทุ่งหญ้า (ลก 12:27)
แล้วมองเห็นความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้างธรรมชาติ มองเห็นความน่าพิศวงของธรรมชาติ
ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้มนุษย์เอาใจใส่ดูแล (มธ 11:27) เราจึงต้องหวงแหนธรรมชาติ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พิทักษ์โลกของเราให้อนุชนรุ่นหลัง
ความหวัง (hope)
ความหวังมีพื้นฐานอยู่บนคำสัญญาของพระเยซูว่า พระองค์มาเพื่อกอบกู้มนุษย์ทุกคนให้ได้ความรอดพ้นจากบาป และมีชีวิตนิรันดร์ (ยน 3:15; 6:40) ความหวังทำให้เรามีความอดทน พากเพียร และมั่นคงในความดี ความหวังยังทำให้เราคิดบวก มองโลกในแง่ดี เราหวังในพระเจ้ามิใช่ในวัตถุ (ลก 6:35) (มธ 12:21) ความหวังเป็นแรงบันดาลใจให้เรายึดมั่นในคุณค่าพระวรสารอื่นฯทั้งหมด


