ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

ประวัติเครื่องแต่งกาย

สาเหตุที่มนุษย์มีการแต่งกายแตกต่างกัน
การแต่งกายไทยตามสมัยประวัติศาสตร์และโบราณคดี
การแต่งกายสมัยรัตนโกสินทร์
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของการใช้เสื้อผ้าในแต่ละยุคสมัย
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของการใช้เครื่องประดับในแต่ละยุคสมัย
การแต่งกายของชาวเขาในประเทศไทย
การแต่งกายชาวเอเซีย
การแต่งกายชาวตะวันออกกลางและยุโรป
การแต่งกายของยุโรปตอนเหนือ
แนวความคิดในการออกแบบเครืองแต่งกายจากสมัยต่าง ๆ

การแต่งกายของชาวเขาในประเทศไทย

การแต่งกายเผ่าเย้า

เย้ามักจะอยู่บนไหล่เขา ใช้พื้น ดินเป็นพื้น บ้าน มุงหลังคาด้วยหญ้าคา ฝาบ้านเป็น ไม้เนื้ออ่อน ภาษาคล้ายภาษาจีนกลางมาก บางคำคล้ายแม้ว

การแต่งกาย
หญิง นุ่งกางเกงสีน้ำเงินหรือปนดำ เนื้อผ้าหยาบ ด้านหน้าของกางเกงปักด้วยลวดลาย เป็นดอกดวงละเอียดสวยงาม เสื้อเป็นเสื้อคลุมคอแหลมรูปตัววี สีดำหรือสีน้ำเงินเข้มยาวถึงข้อเท้า ผ่าด้านหน้าตลอด ติดไหมพรมสีแดงที่อกเสื้อรอบคอลงมาถึงหน้าท้อง เสื้อผ่าด้านข้างทั้ง 2 ข้าง ตั้งแต่เอวลงไป เวลาสวมชายผ้าด้านหน้าทั้งสองแฉกไขว้กัน และพันรอบเอวไปผูกเงื่อนด้านหลัง ส่วนแผ่นหลังปล่อยไว้ อกเสื้อกลัดติดกันด้วยแผ่นเงินสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดหัวเข็มขัด ผมจะทา ด้วยขี้ผึ้งเหนียว และพันด้วยผ้าสีแดงทับด้วยผ้าสีน้ำเงินปนดำ ชายทั้งสองข้างปักด้วยลวดลาย ดอกดวงที่งดงาม เวลาแต่งงานจะมีเครื่องประดับผมที่สวยงามแผ่นใหญ่คลุมบนผ้าโพกผมอีกที

เครื่องประดับ เครื่องประดับทำด้วยเงิน ต่างหูเป็นวงกลม มีศรผ่ากลาง ห่วงคอมีตั้งแต่ 1-5 ห่วง มีกำไลข้อมือ แหวน

ชาย นุ่งกางเกงสีดำ หรือน้ำเงินเข้มคล้ายกางเกงจีน ขอบขากางเกงขลิบด้วยไหมสีแดง สวมเสื้อดำหรือน้ำเงินเข้ม (นิยมใช้ผ้าแพร) ผ่าอกไขว้ไปข้าง ๆ เล็กน้อย มีลวดลายติดอยู่เป็น แถบตามแนวที่ผ่าลงมา ติดกระดุมเงินเป็นรูปกลม ๆ ที่คอตามแนวไปรักแร้ลงไปที่เอว เสื้อยาว คลุมเอวไม่สั้น เหมือนแม้ว

เครื่องประดับ ใส่ต่างหูเงินเป็นรูปกลม ตรงกลางมีลูกศรชีล้ งมา ไม่สวมกำไลมือและ ห่วงคอ การโพกศีรษะของสตรีเย้ามี 2 แบบ

  • แบบหัวโต นิยมใช้สีหนักออกไปทางสีแดงมาก เรียกว่า เย้าแดง (เมี่ยนซิ)

  • แบบหัวแหลม นิยมใช้สีหนักออกไปทางสีเขียว เรียกว่า เย้าขาว (เมี่ยน – แปะ)

เครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน
เย้าที่หมู่บ้านส่วนมากจะแต่งตัวคล้ายกัน จะแตกต่างกันก็เพียงการโพกศีรษะของสตรี ลายปักผ้า และสีของลายปัก ซึ่งผิดกับการแต่งกายของชาวเผ่าอื่นบางเผ่าที่แต่งตัวต่างกัน แม้ใน แต่ละกลุ่มย่อย เช่น กะเหรี่ยง แม้ว มูเซอ และอีก้อ

การแต่งกายของเย้าในชีวิตประจำวันในประเทศไทยจะแต่งตัวตามใจชอบ ตามวัย บ้างก็ ยังแต่งชุดประจำเผ่า บ้างก็แต่งแบบคนไทยพื้น ราบ

การแต่งกายประเพณีของสตรีเย้า บุรุษ และเด็ก

เครื่องแต่งกายสตรี
ใช้เครื่องแต่งกายทั้งหมด 5 ชิ้น มีดังนี้

ผ้าโพกศีรษะชั้นใน (ก้องจู๊ด)
ผ้าโพกศีรษะชั้น ในนีร้วบผมให้เป็นระเบียบผ้าโพกศีรษะ ชั้น ในบางหมู่บ้าน อาจจะใช้สีแตกต่างกัน เช่น สีแดง สีดำ ขนาดยาวประมาณ 75 เซนติเมตร กว้าง 40 เซนติเมตร รวบผมก่อนใช้ผ้าโพกศีรษะ ปัจจุบันนี้สตรีเย้าบางคนไม่ค่อยนิยมใช้ผ้าโพก ศีรษะชั้นใน

ผ้าโพกศีรษะชั้นนอก (ก้องเป้า)
อาจจะแตกต่างกันบ้างในแต่ละหมู่บ้าน บางหมู่บ้าน เช่น บ้านปางค่า หมู่บ้านป่ากลาง นิยมใช้ผ้าทอมือเส้นฝ้ายขนาดกลางหรือขนาดใหญ่สีดำทั้งผืน ปักลายที่ปลายทั้ง 2 ด้าน การโพกศีรษะทำโดยการพันผ้าด้านกว้างครึ่งผืนก่อนแล้วพับครึ่งอีก ครั้งหนึ่ง นำปลายข้างหนึ่งแนบไว้เหนือหู แล้วพันรอบศีรษะจนเกือบสุดผ้านำส่วนปลายผ้าที่มี ลายปักอีกด้านหนึ่ง เสียบข้างหูใน

เสื้อ (ลุย)
ใช้ผ้าสีดำอาจจะเป็นผ้ามัน หรือผ้าทอมือย้อมสีดำ ความยาวจะวัดจากไหล่ถึง ข้อเท้า ความกว้างวัดจากครึ่งแขนด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ด้านหลังจะต่อผ้าตรงกลางหลัง เสื้อผ่า หน้าตลอด ตัดผ้าเว้าลงมาเป็นแขนเสื้อ และตัวเสื้อเย็บด้านข้างทั้งสองจากแขนลงมาถึงเอว ต่อ แขนเสื้อยาวลงมาถึงข้อมือ ข้อมือกว้างพอประมาณ

ส่วนตกแต่งเสื้อ

  • คอเสื้อ ใช้ผ้าสีขาว สีแดง น้ำเงิน จะใช้สีใดสีหนึ่งหรือสองสีก็ได้ กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวครึ่งหนึ่งของรอบคอเย็บติดกับคอเสื้อเพื่อป้องกันเหงื่อ ผ้าชิ้น นีเ้รียกว่า ลุย จ้าง กบ

  • สาบเสื้อ ใช้ผ้าดำปักลายกว้างเท่ากับผ้ารอบคอ เย็บติดตัวเสื้อต่อจากผ้ารอบคอ ยาวลงมาต่ำกว่าเอวนิดหน่อย เรียกผ้าผืนนี้ว่า ลุย แลง

  • ไหมพรมแดง (ลุย กวาน) ใช้เส้นไหมสีแดงยาวตั้งแต่ 5-10 เซนติเมตร เย็บติด กับตัวเสื้อตรงรอยต่อระหว่างตัวเสื้อกับสาบเสื้อด้วยด้ายสีดำ รอบคอทั้งสองข้างยาวลงมาต่ำกว่า เอวเล็กน้อย ตัดไหมพรมให้พองฟูเป็นก้อนกลม เย้าแต่ละหมู่บ้านอาจจะมีขนาดพู่ไม่เท่ากัน ความ ยาวของพู่ไม่เท่ากัน สีไหมพรมบางหมู่บ้านอาจจะออกสีส้มแดง

  • ปลายแขนเสื้อ ใช้ผ้าชิ้น เล็ก ๆ สีขาว แดง น้ำเงิน ดำสลับกันเป็นชั้น ๆ อย่างน้อย 3 ชั้น มากที่สุด 11 ชั้น นิยมกันคือ 7 ชั้น ตรงกลางเป็นสีขาว บางหมู่บ้านอาจจะใช้สีแตกต่างกัน

  • ชายผ้าแขนเสื้อ ต้องม้วนกลับขึ้น มาแล้วเย็บด้วยเส้นด้ายถัก หรือใช้เส้นด้าย สีแดงพันรอบด้วยเส้นลวดเงินเป็นช่วง ๆ เพื่อกันเส้นด้ายหลุดออกจากกัน

  • ชายผ้าที่เหลือจากติดแถบผ้าที่หน้าอกและคอ จะมีแถบผ้าสีน้ำเงินกว้าง ประมาณ 1 เซนติเมตรเย็บติด

  • พู่ไหมพรมติดลูกปัด เย้าจะนิยมใช้พู่ไหมพรมสีแดงเล็ก ๆ ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ร้อยลูกปัดช่วงด้านบน 3-5 ลูก ติดบริเวณชายเสื้อ

ผ้าคาดเอว
ใช้ผ้าทอมือสีดำ ลักษณะเหมือนผ้าโพกศีรษะมีปักลายที่ปลายทั้ง 2 ด้าน การผูกผ้าคาดเอวจะเริ่มจากหน้าหรือหลังก็ได้ แต่ต้องให้ปลายทั้ง 2 ข้างผูกกันไว้ข้างหลังเพื่อให้เห็น ปัก

กางเกง (โฮว)
การตัดเย็บกางเกงสตรี เย้าใช้ผ้า 5 ชิ้น ประกอบด้วย

  • ผ้าปักลาย 2 ผืน โดยใช้ผ้าทอมือสีดำ จะปักเกือบเต็มผืน เหลือด้านข้างไว้ พอที่จะเย็บต่อกัน ด้านล่างเหลือไว้สำหรับพับ ด้านบนเหลือไว้ประมาณครึ่งคืบของผู้ใช้ แล้วจึงเย็บ ต่อกัน

  • ผ้าต่อขากางเกง ใช้ผ้าสามเหลี่ยม 2 ผืน ชนิดเดียวกันกับผ้าที่ใช้ปักลาย หรือ ตัดปลายออกเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูก็ได้

  • ผ้าแถบสีเอว นิยมใช้ผ้าสีอ่อน เป็นผ้าอะไรก็ได้กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ใช้ต่อทำเอว

เครื่องแต่งกายบุรุษเย้า ตามประเพณีจะมี 2 ชิ้น คือ

  1. เสื้อ ใช้ผ้าสีดำมาตัดเป็นตัวเสื้อ ปักลายที่ตัวเสื้อและที่กระเป๋า ลักษณะของเสื้อ นำผ้า 4 ชิ้น มาเย็บตัวเสื้อ เย็บต่อตะเข็บกลางหลัง ด้านหน้าเปิด ตัดผ้าเป็นวงแขน เย็บด้านข้างเข้า ด้วยกัน ต่อแขนยาวถึงข้อมือ เป็นเสื้อคอกลม แล้วเอาผ้าชิ้น หนึ่งตัดเฉียงจากอกเสื้อด้านซ้ายป้าย ไปทางด้านขวา มีการตกแต่งที่ชายเสื้อ ชายแขนเสื้อ เป็นแถบผ้าเล็ก ๆ เป็นสีเหมือนเสื้อของสตรี กระดุมเสื้อป้ายจะติดกระดุมเงิน รังดุมใช้ด้ายสีแดง หรือดำถักเป็นห่วง

  2. กางเกง เป็นกางเกงจีนขายาวทรงกระบอกสีดำ ติดด้ายถักเป็นทางสีแดง สมัยใหม่นี้ นิยมแต่งแบบคนไทยพื้น เมือง

เครื่องแต่งกายเด็ก นิยมแต่งกายแบบพื้น ราบ เพราะหาซื้อง่ายและสะดวก แต่ก็มีเครื่องแสดง เอกลักษณ์ของเย้าอยู่ โดยการใส่หมวกตามประเพณี ซึ่งจะแตกต่างกันระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย

หมวกเด็กหญิง ใช้ผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นผ้าทอสีดำเป็นด้านกว้างติดกันเป็นวงกลม รวบส่วนบนเย็บติดกันเป็นหมวก ชายด้านล่างใช้ไหมพรมถัก (ทาง) ติดหรือใช้ไหมแดงพันลวดเงิน เป็นช่วง ๆ ติด ถัดขึ้น มาปักลายเป็นแถว ประมาณ 2-3 แถว ติดพู่ไหมพรมสีแดงเป็นวงกลมรอบ ตรงรอยเย็บและข้างหูด้านละ 1 อัน

หมวกเด็กชาย หมวกเด็กชายประกอบด้วยผ้าพื้น ดำ 6-8 ชิ้น เป็นรูปสามเหลี่ยม หรือใช้สี แดงครึ่งหนึ่ง นำผ้าสามเหลี่ยมมาเย็บต่อกันเป็นหมวก ด้านล่างตกแต่งด้วยด้ายถัก และผ้าดำปัก ลาย 1-2 แถวมาเย็บติด นิยมใช้ผ้าแดงตัดเป็นรูปกลีบดอกไม้ เย็บติดด้านบนของหมวก ด้านบนสุดติดพู่ ไหมพรมสีแดงเป็นก้อนกลม บางหมู่บ้านจะติดข้างหูอีกข้างละ 1 อัน หรือติดข้าง ๆ หมวกอีกประมาณ 7-8 อัน


เผ่าม้ง
เผ่ากะเหรี่ยง
เผ่าเย้า
เผ่ามูเซอ
เผ่าลีซอ
เผ่าอีก้อ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-