Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ลัทธิเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสู่สมัยใหม่ในเอเชีย

     ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียมีวิวัฒนาการที่ต่างจากยุโรป เพราะกำเนิดระบบทุนนิยมมาจากภายนอก มิได้มีวิวัฒนาการจากระบบภายในเองยกเว้นญี่ปุ่น ทำให้ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงมีการคงสิ่งเก่าตกค้างไว้เป็นอันมากในช่วงเวลาที่ยาวนานดังปรากฏในกรณีของของจีนและไทย

ในระบบกึ่งทุนนิยมกึ่งศักดินา มีปัญหาพันธนาการดั้งเดิมที่ยังไม่ได้แก้ไขแม้เวลาล่วงเลยมานาน ทำให้ปัญหาที่ดิน ปัญหาชาวนาคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีการพัฒนาของชนชั้นกระฎุมพีจากภายใน ทำให้ขาดการปฏิวัติประชาธิปไตยจึงมีแรงกดดันในประเทศเหล่านี้ ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยการปฏิวัติเช่นที่เกิดในประเทศจีน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาสำเร็จเป็นทุนนิยมอุตสาหกรรม เพราะญี่ปุ่นมีรากฐานของการขยายตัวทางการค้า การศึกษา และพัฒนาการของอุตสาหกรรมพื้นบ้านมาตั้งแต่ก่อนเปิดประเทศ การแทรกแซงจากภายนอกจึงเป็นเพียงตัวกระตุ้นพัฒนาการทุนนิยมของญี่ปุ่นให้ก้าวกระโดดเร็วยิ่งขึ้น

เศรษฐกิจของอินเดีย ถูกครอบงำโดยภาคเกษตรล้าหลังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเศรษฐกิจทันสมัยได้ เนื่องจากอุปสรรคที่เกิดจากทั้งระบบปกครองที่อังกฤษนำมาใช้ และโครงสร้างพื้นฐานเดิมของสังคมชนบท ซึ่งผูกพันกับโครงสร้างทางสังคมแบบวรรณะและขาดชนชั้นกระฎุมพีที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทุนนิยม

ไทยอยู่ภายใต้ระบบศักดินา มาเป็นเวลาช้านาน มีแรงเกาะแน่นสูงระดับหมู่บ้าน มีการรวมศูนย์อำนาจกลไกรัฐ ขาดพ่อค้าอิสระพื้นเมือง ทำให้พัฒนาการสู่ทุนนิยมจากภายในต้องชะงักงัน ทุนนิยมที่ปรากฏในเศรษฐกิจไทยเป็นทุนนิยมต่างชาติที่ยังไม่มีพลังพอที่จะเปลี่ยนระบบศักดินาไทยได้อย่างสิ้นเชิง ระบบเศรษฐกิจการเมืองไทยจึงยังคงเป็นกึ่งศักดินากึ่งทุนนิยม

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ราชวงค์เดียวกันได้ครองญี่ปุ่นมาช้านานประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมีความต่อเนื่องสูง วัฒนธรรมและประเพณีสืบต่อหลายชั่วอายุคน แม้ว่าระบบเศรษฐกิจจะเปลี่ยนจากก่อนศักดินาเป็นศักดินาและทุนนิยม ก็ตาม

ในสมัยโทกูกาวา มีช่างหัตถกรญี่ปุ่นที่มีการผลิตที่เฟื่องฟู มีพ่อค้าในเมืองค้าขายข้าวและมีพ่อค้าท้องถิ่นในชนบท อีกทั้งปัญญาชนคือซามูไรก็เปิดรับการศึกษาจากตะวันตก สภาพภายในของญี่ปุ่นจึงพร้อมอยู่แล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบทุนนิยมอุตสาหกรร

หากเปรียบเทียบกับยุโรปตะวันตกแล้ว ขบวนการเปลี่ยนแปลงระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเกิดขึ้นโดยสันติภาพ แต่กรรมกรและชาวนาญี่ปุ่นก็ต้องแบกรับภาระหนักกว่ากรรมกรยุโรปในช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลง เพราะชนชั้นศักดินาเดิมประนีประนอมกับชนชั้นกระฎุมพีทำให้ไม่ต้อวอาศัยพลังมวลชนในการเปลี่ยนระบบ กระฎุมพีน้อยคือ ปัญญาชน นักศึกษา ผู้ค้าเร่ ลูกจ้างเอกชนและรัฐบาล ผู้มีอาชีพอิสระ กระฎุมพีแห่งชาติคือ นายทุนชั้นกลางสะสมทุนมาเองไม่ได้พึ่งต่างชาติหรือระบบราชการ
- ก่อนสมัยศักดินา
- ระบบศักดินา
- กำเนิดระบบทุนนิยม

ชนชั้นซามูไรเดิมเป็นนักรบ แต่ในช่วงสันติภาพคริสต์ศตวรรษที่ 17-19 เป็นปัญญาชนและนักปกครอง เป็นผู้ที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการฟื้นฟูเมจิ ผลักดันให้รัฐสนับสนุนนักอุตสาหกรรมรวมทั้งเป็นผู้บริหารกิจการอุตสาหกรรมเอง ในการเปลี่ยนสู่ระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม เปรียบเทียบกับชนชั้นศักดินายุโรปแล้ว ชนชั้นซามูไรของญี่ปุ่นปรับตัวเองเข้าสู่สมัยใหม่แและพัฒนาการอุตสาหกรรมได้ โดยเป็นผู้ทำการปฏิรูปการปกครองและเป็นผู้บริหารธุรกิจสมัยใหม่ ขณะที่ชนชั้นศักดินายุโรปส่วนใหญ่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม

ชาวนาและกรรมกรญี่ปุ่นต้องรับภาระเสียสละส่วนเกินเพื่อการสะสมทุนอุตสาหกรรมมากกว่าชาวนาและกรรมกรยุโรปตะวันตก เพราะชนชั้นศักดินาเดิม (ซามูไร) ร่วมกับชนชั้นกระฎุมพีทำการพัฒนาอุตสาหกรรม ชนชั้นกระฎุมพีจึงไม่ต้องอาศัยเอาใจกรรมกรและชาวนา ทั้งที่ญี่ปุ่นเป็นผู้พัฒนาที่หลัง ต้องการพัฒนาให้เร็วกว่ายุโรป

เปรียบเทียบความแตกต่างของระบบศักดินาในยุโรปกับโทกูกาวา เปรียบเทียบกันในแง่ที่ว่า ในญี่ปุ่น ไม่มีการต่อสู้รุนแรงระหว่างสองชนชั้น รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยพัฒนาชนชั้นกระฎุมพี การสะสมทุนอุตสาหกรรมไม่ได้อาศัยพลังมวลชนในการเปลี่ยนระบบและมีมาตรฐานการครองชีพค่อนข้างต่ำ

จีน

ชนชั้นผู้ดีของจีนมีลักษณะอนุรักษ์นิยม ผูกพันกับผู้ปกครอง เป็นเจ้าของที่ดินนับถือปรัชญาของขงจื้อ ซึ่งเน้นความจงรักภักดีต่อผู้มีบุญคุณ ชนชั้นนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสู่ทุนนิยม

พรรคกว๋อหมินตั๋ง มิได้แก้ไขปัญหาชนบท ไม่ได้ล้มเลิกพันธนาการศักดินาทำให้ประสบความล้มเหล็ว ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจีนคือหลังจากที่พรรคกว๋อหมินตั๋งล้มราชวงศ์ชิงไปแล้ว ในช่วงเปลี่ยนผ่านพรรคนำประเทศจีนสู่ระบบทุนนิยมไม่สำเร็จ ทั้งยังคงรักษาพันธนาการศักดินาเดิมและพรรคกลับเข้าร่วมกับพวกขุนศึก ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ช่วงชิงการเป็นผู้นำชาวนาได้สำเร็จ และเอาชนะพรรคกว๋อหมินตั๋งได้

พัฒนาการอุตสาหกรรมของจีนต่างกับของโซเวียตรุสเซีย แม้จะเป็นการพัฒนาการภายใต้ระบบสังคมนิยมด้วยกัน เพราะกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมของจีนมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปประนีประนอมกับชาวนา ไม่ขูดรีดส่วนเกินจากชาวนามาเป็นฐานอุตสาหกรรมมากเท่ากับโซเวียตรุสเซีย
- สังคมเศรษฐกิจภายใต้ราชวงศ์ชิง
- ระยะเปลี่ยนผ่าน
- สังคมเศรษฐกิจสาธารณรัฐประชาชนจีน

ชนชั้นผู้ดีจีน คือผู้สอบไล่ทางการได้ รู้ปรัชญาขงจื้อ ได้รับตำแหน่งราชการ เป็นเจ้าของที่ดิน เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการสังคมเพราะไม่มีความคิดที่ก้าวหน้า รักษาระเบียบประเพณีและผลประโยชน์แบบศักดินาของตน

พรรคกว๋อหมินตั๋งล้มเหล็วในการเปลี่ยนแปลงสังคมเศรษฐกิจจีนให้เป็นอุตสาหกรรม เพราะไม่สามารถขจัดปัญหาพันธนาการศักดินาในชนบทได้ปล่อยให้ขุนศึกและชนชั้นผู้ดีคงเป็นเจ้าของส่วนเกิน ส่วนในเมืองก็เป็นฝ่ายทุนนิยมนายหน้าและผูกขาด ได้ส่วนเกินจากการใช้อำนาจรัฐมากกว่าประสิทธิภาพ

ความแตกต่างของระบบศักดินาจีนและระบบศักดินาญี่ปุ่น คือ ระบบศักดินาจีนขาดชนชั้นกระฎุมพีอิสสระ ในขณะที่ญี่ปุ่นมีชนชั้นนี้อยู่คือพ่อค้าและช่างซึ่งได้พัฒนาการค้าและหัตถกรรมไปพอสมควร เป็นรากฐานระบบนายทุนแล้ว อีกทั้งชนชั้นผู้ปกครองของระบบศักดินาจีนมีความคิดแคบ ติดอยู่กับปรัชญาและการศึกษาแบบขงจื้อ ไม่คิดปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย ไม่รับวิทยาการตะวันตก ขณะที่ชนชั้นปกครองญี่ปุ่นคือพวกซามูไรรับวิทยาการตะวันตกและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่มาถึงได้ พัฒนาการอุตสาหกรรมของจีนต่างจากโซเวียต คือพัฒนาอุตสาหกรรมจีนเป็นไปล่าช้ากว่าโซเวียตเพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนประณีประนอมกับชาวนามากกว่ากระบวนการพัฒนา

อินเดีย

ราชวงศ์โมกุล เป็นผู้นำอำนาจในการปกครองในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สมัยใหม่ของอินเดีย ซึ่งไม่เอื้อต่อการเติบโตของประชาธิปไตยทางการเมือง และการเติบโตของระบบเศรษฐกิจตามทิศทางของโลกทุนนิยมตะวันตก ชุมชนหมู่บ้านเป็นแบบผูกขาด การผลิตไม่มีส่วนเก็บไว้สะสมเพราะระบบภาษีของรัฐบาลโมกุล และระบบสังคมชาวนาที่สัมพันธ์กันภายใต้ระบบวรรณะ

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 อังกฤษมีบทบาทในอินเดียในทางการค้า และการกอบโกยทรัพยากรผ่านบริษัทอินเดียตะวันออก ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 19 ได้เข้าครอบครองอินเดียทั้งหมดจัดระบบการปกครองแบบราชการรวมทั้งการจัดตั้งเขตปกครองถาวร ทำให้เจ้าของที่ดิน และนายทุนเงินกู้ดูดซับส่วนเกินของผลผลิตไปโดยไม่นำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรม นอกจากนี้การนำเข้าสิ่งทอจากอังกฤษ ทำให้อุตสาหกรรมในประเทศพังทะลายพังทะลายไปอีกด้วย

หลังจากได้รับเอกราชในปี 1947 ภาคเกษตรกรรมของอินเดียไม่ได้พัฒนามากนัก ได้มีการวางแผนพัฒนา 5 ปี โดยกรรมการวางแผนแห่งชาติ โดยผ่านโครงการพัฒนาชุมชน แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพในการผลิตมากนัก เพราะการวางแผนโดยอาศัยการโน้มน้าวให้เกิดความเห็นพ้องแบบประชาธิปไตยเป็นไปอย่างเชื่องช้า
- อำนาจรัฐ หมู่บ้าน และการเติบโตของชนชั้นกระฎุมพี
- การเข้าครอบครองของอังกฤษ
- เอกราชกับความสูญเสียที่เกิดจากวิถีการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ

ปัจจัยที่ขัดขวางความเปลี่ยนแปลงสังคมหมู่บ้านสมัยใหม่ของอินเดีย คือ

1. ชนชั้นสูง
2. สถาบันทางการเมือง
3. ความล้าหลังทางการผลิต
4. ความเฉื่อยชาทางการเมืองของชาวนา

การเปลี่ยนแปลงจากระบบการปล้นสะดมทรัพยากรไปสู่ระบบราชการของอังกฤษก่อให้เกิดลักษณะสำคัญ 3 ประการในประเทศอินเดียคือ

  1. เกิดการก่อตัวของเกษตรเพื่อการค้า
  2. เกิดการล่มสลายของงานหัตถกรรมบางส่วน
  3. เกิดความพยายามที่ปลดแอกการปกครองของอังกฤษด้วยการก่อขบถ

ในสมัยเนรูห์อินเดียมี นโยบายหลักด้านเกษตรกรรมของอินเดีย ยังคงเป็นเช่นเดียวกับสมันอินเดียถูกอังกฤษยึดครอง และยังมีนโยบายที่สำคัญคือ การแก้ปัญหาที่ดินในชนบท และการทุ่มเทความพยายามกระตุ้นผลผลิตของชาวนา โดยผ่านโครงการพัฒนาชุมชน

ไทย

พื้นฐานของสังคมไทยคือชุมชนหมู่บ้านที่มีแรงเกาะแน่น ผลิตพอยังชีพ และสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รัฐได้แผ่อำนาจเข้าครอบครอง และเรียกเอาส่วยจากหมู่บ้านเหล่นนี้เกิดเป็นระบบศักดินา

ชนชั้นพ่อค้าพื้นเมืองของไทยค้าขายเป็นฤดูกาล ยังคงสลัดไม่พ้นจากที่ดิน และใช้ส่วนเกินในทางศาสนาและประเพณี ทำให้เกิดพัฒนาการของชนชั้นกระฎุมพีพื้นเมืองในประเทศไทย

ทุนนิยมเข้ามาสู่เมืองไทยจากภายนอก ทำให้การผลิตพอยังชีพและส่งส่วยเปลี่ยนเป็นผลิตเพื่อขาย มีอิทธิพลต่อการค้ากับต่างประเทสของไทย และสนับสนุนการเจริญเติบโตของนายทุนชาวจีน ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำลายระบบศักดินาหมดไป ทำให้เกิดระบบศักดินาผสมด้วยทุนนิยม ซึ่งมีพัฒนาการสู่สังคมอุตสาหกรรมอย่างช้าๆ
- จากชุมชนหมู่บ้านเป็นระบบศักดินา
- ระบบศักดินา
- ระบบศักดินาผสมด้วยระบบทุนนิยม

การไม่เกิดชนชั้นกระฎุมพีพื้นเมืองในระบบศักดินาไทย เพราะแรงเกาะแน่นของชุมชนหมู่บ้านและการขูดรีดส่วนเกินแบบรวมศูนย์ของระบบศักดินาไทย ทุนนิยมในประเทศไทยมีลักษณะเด่นในด้าน ที่เป็นทุนนิยมเข้ามาจากภายนอก มีอิทธิพลในการครอบงำการแลกเปลี่ยน ลงไปจัดการในการผลิตเป็นส่วนน้อย เป็นทุนการค้ามากกว่าอุตสาหกรรม

การศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
การศึกษาประวัติลัทธิเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจสมัยกลาง
ระบบเศรษฐกิจแบบแมนเนอร์
การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจสมัยกลาง
การก้าวไปสู่ระบบทุนนิยม
ชนชั้นกระฎุมพีกับสังคมศักดินา
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
สภาพเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสงครามโลก
สภาพเศรษฐกิจและสังคมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
สภาพเศรษฐกิจและสังคมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาหลังทศวรรษ 1960
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกหลังทศวรรษ 1970
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว
การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสู่สมัยใหม่ในเอเชีย
แนวคิดก่อนคลาสสิก
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงก่อนกำเนิดแนวคิดพาณิชยนิยม
แนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์เสรีนิยม
แนวคิดธรรมชาตินิยม
แนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ
แนวคิดคลาสสิกของโรเบิร์ท มัลธัส
แนวคิดของเดวิด ริคาร์โด
แนวคิดของจอห์น สจ๊วต มิลล์
แนวคิดสังคมนิยม
แนวคิดสังคมนิยมแบบมาร์ก
แนวคิดนีโอคลาสสิก
แนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักโลซาน
เศรษฐศาสตร์ของพาเรโต
แนวคิดของ จอห์น เมนาร์ด เคนส์
แนวคิดเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน
ประวัติแนวคิดและนักคิดการเงินนิยม
แนวคิดเศรษฐศาสตร์ด้านอุปทาน
แนวคิดสำนักพึ่งพา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com