ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ >>

ละครใน


ประวัติความเป็นมาของละครใน
ลักษณะวิธีแสดงละครใน
เรื่องที่แสดง
ประเภทของการรำ

ประวัติความเป็นมาของละครใน

ประวัติความเป็นมาของ “ละครใน” พบครั้งแรกในหนังสือบุณโณวาทคำฉันท์ ซึ่งพรรณนาว่าแสดงเรื่องอิเหนา ตอนลักบุษบาหนีเข้าถ้ำ แสดงว่าละครในแสดงแพร่หลายในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีแสดงในงานสมโภชพระพุทธบาท ดังคำประพันธ์ว่า

ฝ่ายฟ้อนละครใน บริรักษ์จักรี
โรงรินคิรีมี กลลับบ่แลชาย
ล้วนสรรพฉกรรจ์นาง อรอ่อนละอาย
ใครยลบ่อยากวาย จิตคงมะเมอฝัน
ร้องเรื่องระเด่นโดย บุษบาตุนาหงัน
พักพาคูหาบรร- พตร่วมฤดีโลม

จากคำประพันธ์ข้างต้นแสดงว่า ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศมีการแสดงละครผู้หญิงแล้ว ซึ่งเรียกว่า “ละครใน” ละครผู้หญิงอาจเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่คงจะไม่ก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะถ้ามีละครผู้หญิง ลาลูแบร์ก็น่าจะได้เคยดูและคงจะได้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุ ภายหลังรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชถึงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ อาจมีตอนใดตอนหนึ่งที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศโปรดทอดพระเนตรละคร จึงทรงพระราชดำริให้ผู้หญิงในวังแสดงละครถวาย และอาจเป็นได้ว่าละครผู้หญิงเกิดขึ้นในสมัย พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศนั่นเอง เพราะมีช่วงเวลายาวกว่า 3 รัชกาลก่อน ทั้งยังเป็นสมัยที่บ้านเมืองสงบ และพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศก็โปรดการเล่นละครอยู่ด้วย

ละครในสมัยกรุงศรีอยุธยา คงจะรุ่งเรืองเพียงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเพียงรัชกาลเดียว เพราะปรากฏว่าสมัยต่อมา เมื่อพระเจ้าเอกทัศน์มีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรละคร ต้องหาละครผู้ชายเข้าไปเล่นถวาย แสดงว่าละครในประจำราชสำนักเล่นถวายไม่ได้ด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ประจวบกับการเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 ละครในก็กระจัดกระจายไปบ้าง ถูกพม่ากวาดต้อนไปบ้าง

สมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงรวบรวมตัวละครที่กระจัดกระจายหนีภัยสงครามบ้างและตัวละครผู้หญิงของเจ้านครศรีธรรมราช เข้ามาเป็นครูหัดละครผู้หญิงของหลวงขึ้นใหม่ จึงได้มีละคร ผู้หญิงแต่ของหลวงเพียงโรงเดียวตามแบบเดิม บทละครก็ใช้ของเดิมซึ่งไม่ค่อยจะสมบูรณ์

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงฟื้นฟูการละครครั้งใหญ่ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครในเพื่อเป็นต้นฉบับสำหรับพระนครขึ้นทั้ง 3 เรื่องอย่างสมบูรณ์ แต่แบบฉบับการฟ้อนรำไม่ได้เคร่งครัด พึ่งจะมาพิถีพิถันในเรื่องท่ารำและแบบแผนในสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนเรียกว่าเป็นยุคทองของละครใน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีละครแบบใหม่เกิดขึ้น คือละครดึกดำบรรพ์ นับแต่นั้นมาคนก็หันไปสนใจกับละครแบบใหม่มากกว่าละครใน เพราะดำเนินเรื่องรวดเร็วทันใจ ทั้งยังเป็นของแปลกใหม่ไม่เคยดูมาก่อน ในสมัยต่อมาก็เกิดการละครประเภทอื่นๆ อีก เช่น ละครร้อง ละครพันทาง และละครพูด ในระยะหลังนี้ละครในเสื่อมความนิยมลงมาก หลังสมัยรัชกาลที่ 6 แล้ว มิได้มีละครในของหลวงอีก และแม้ในปัจจุบันนี้จะมีละครในเล่นกัน แต่แบบและลักษณะการแสดงเปลี่ยนไปมาก

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-