ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ >>

ประวัติศาสตร์ศิลปะเขมร

ศิลปะกรรมเขมรโบราณเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ได้รับอิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย และได้มี พัฒนาการรูปแบบทางศิลปะของตนเอง นักประวัติศาสตร์ศิลปะได้ศึกษาศิลปะเขมรจากการจัดลำดับ วิวัฒนาการของรูปแบบและลวดลาย ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ข้อความและศักราชจากศิลาจารึกที่ค้นพบ การกำหนดรูปแบบและอายุสมัยของศิลปะเขมร ซึ่งเป็นที่ยอมรับกัน ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 สมัย และ 16 รูปแบบดังนี้คือ (ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, 2537 : 46-58)

สมัยก่อนเมืองพระนคร
ช่วงระยะเวลาตั้งแต่อาณาจักรฟูนัน จนถึงอาณาจักรเจนละก่อนที่พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สถาปนา เมืองยโศธรปุระ หรือเมืองพระนครเป็นราชธานี
1. ศิลปะแบบพนมดา พ.ศ.1090-1150 เรียกชื่อจากเนินเขาทางตอนใต้ของประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นที่ตั้งของ เทวาลัย ในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกาย ค้นพบประติมากรรมของอาณาจักรฟูนัน แต่ไม่พบร่องรอย สถาปัตยกรรม

2. ศิลปะแบบถาลาบริวัต พ.ศ.1150 เรียกตามชื่อสถานที่ค้นพบทับหลังกลุ่มหนึ่งบริเวณริมแม่น้ำโขงทางภาค ใต้ของประเทศลาว จากบริเวณที่มีแม่น้ำไหลวน (ตรงกับคำภาษาไทยว่า ธาราบริวัต) เนื่องจากลักษณะทับหลัง แบบถาลาบริวัตมีลักษณะคล้ายศิลปะอินเดียแบบคุปตะและหลังคุปตะนักวิชาการจึงกำหนดอายุประมาณ พุทธศตวรรษที่ 12

3. ศิลปะแบบสมโบร์ไพรกุก พ.ศ.1150-1200 เรียกชื่อตามกลุ่มโบราณสถานสมโบร์ไพรกุก หรือเมืองอีศานปุระ ราชธานีสมัยพระเจ้าอีศานวรมันที่ 1

4. ศิลปะแบบไพรกเมง พ.ศ.1185-1250 เรียกตามชื่อปราสาทไพรกเมง สมัยพระเจ้าภววรมันที่ 2

5. ศิลปะแบบกำพงพระ พ.ศ.1256-1350 นักวิชาการเรียกชื่อตามปราสาทกำพงพระ ศิลปกรรมสมัยนี้ปรากฏ จากโบราณสถานกลุ่มร่อลั่วเป็นสำคัญ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นระยะที่เจนละแตกออกเป็น 2 ส่วนคือ เจนละบก และเจนละน้ำ

สมัยเมืองพระนคร
นับช่วงตั้งแต่เมืองยโศธรปุระหรือเมืองพระนครเป็นราชธานีหลัก ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ไปจนถึง สิ้นสุดเมืองพระนครหลวง หรือนครธรม (Angkor Thom) สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แต่อย่างไรก็ตามนักโบราณ คดีฝรั่งเศสได้จัดให้ช่วงเริ่มต้นสมัยเมืองพระนครในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ก่อนการสถาปนาเมืองพระ นครเนื่องจากศิลปะเขมรมีวิวัฒนาการอย่างสืบเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

1. ศิลปะแบบกุเลน พ.ศ.1370-1420 ชื่อแบบศิลปะเรียกตามชื่อของภูเขาพนมกุเลนที่ตั้งของเทวาลัยสันนิษฐาน ว่า ศิลปะสมัยนี้คงสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 จนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 ศาสนสถานที่สำคัญ เช่น ปราสาทไพร ปราสาทคำไรกาบและอื่น ๆ

2. ศิลปะแบบพะโค พ.ศ.1420-1436 เรียกตามชื่อปราสาทพะโค ซึ่งพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 สร้างขึ้นที่เมือง หริ หราลัยหรือหมู่บ้านร่อลั่วในปัจจุบัน ปราสาทที่สำคัญ เช่น ปราสาทกอกโป ปราสาทพะโค ปราสาทบากอง ปราสาทโลเลย

3. ศิลปะแบบบาแค็ง ครึ่งหลัง พ.ศ.1436-พ.ศ.1470 นักวิชาการฝรั่งเศสเรียกตามชื่อปราสาทพนมบาแค็ง ตรง กับสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ซึ่งพระองค์ได้ประดิษฐานเทวราชในรูปศิวลึงค์ บริเวณกลางเมืองยโศธรปุระ ปราสาทสำคัญสมัยนี้มี ปราสาทพนมบาแค็ง ปราสาทพนมกรม ปราสาทกระวัน

4. ศิลปะแบบเกาะแกร์ พ.ศ.1464-1490 นักวิชาการเรียกตามชื่อปราสาทที่โฉกครรยาร์ ซึ่งสร้างโดยพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 จากการย้ายราชธานีจากเมืองยโศธรปุระชั่วคราว ปัจจุบันคือ บริเวณหมู่บ้านเกาะแกร์ ปราสาทที่ สำคัญได้แก่ ปราสาทธมที่เกาะแกร์ ปราสาทปักษีจำกรง โบราณสถานกลุ่มเกาะแกร์ คือ ปราสาทคำไร ปรา สาาทจรัป ปราสาทเจน

5. ศิลปะแบบแปรรูป พ.ศ.1490-1510 กำหนดชื่อจากชื่อปราสาทแปรรูปสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมัน ปราสาทที่ สำคัญได้แก่ปราสาทแม่บุญตะวันออก ปราสาทแปรรูป ปราสาทเบงเวียน ปราสาทบัทชุม

6. ศิลปะแบบบันทายศรี (บัน-ทาย-สรี) พ.ศ.1510-1545 กำหนดชื่อตามปราสาทบันพายศรี ซึ่งได้ค้นพบจารึกที่ สร้างขึ้นพร้อมกับปราสาท กำหนดปีศักราชในการสร้าง ศิลปกรรมสมัยนี้ตรงกับสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 มี ปราสาทที่สำคัญ คือ ปราสาทบันพายศรี ปราสาทเสลา

7. ศิลปะแบบประตูพระราชวังหลวง พ.ศ.1550-1600 แต่เดิมเรียกศิลปะแบบเกลียง ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเรียก ตามประตูพระราชวังหลวง ซึ่งมีเอกลักษณ์ของทับหลังที่อยู่ชั้นในและมีจำนวนมากกว่าปราสาทเกลียงและ สามารถกำหนดรูปแบบของการศึกษาได้มากกว่าเดิม ศิลปะแบบประตูพระราชวังหลวงตรงกับสมัยของพระเจ้า ชัยวีรวรมัน จนถึงสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1

8. ศิลปะแบบบาปวน พ.ศ.1600-1650 เรียกตามชื่อปราสาทบาปวน ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 นักวิชาการฝรั่งเศสกำหนดเอาปราสาทบาปวนเป็นตัวแทนของศิลปกรรมของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ พระ เจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 โดยเรียกศิลปะในช่วงนี้ว่า ศิลปะแบบบาปวน ปราสาทที่สำคัญคือ ปราสาทพนมจิสอร์ ปราสาทเขาพระวิหารส่วนที่สร้างต่อ ปราสาทบาปวน และอื่น ๆ

9. ศิลปะแบบนครวัด พ.ศ.1650-1752 เรียกตามชื่อของปราสาทนนครวัด ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 นอกจากปราสาทนครวัด ยังมีปราสาทที่สำคัญร่วมสมัยเช่น ปราสาท เบงเมียเลีย ปราสาทป่าเลไลย์ ปราสาท บันบายสำเหร่ ปราสาทเสาภาพ รวมทั้งส่วนกลางของปราสาทพระขรรค์

10. ศิลปะแบบบายน พ.ศ.1724-1780 เรียกชื่อตามปราสาทบายนซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ศูนย์ กลางเมืองพระนครหลวง ปราสาทในศิลปะแบบบายนแบ่งออกเป็น 4 สมัย คือ

  • สมัยที่ 1 ปราสาทตาพรหม พ.ศ.1729 ปราสาทบันทายยกเด็ย ปราสาทพระขรรค์
  • สมัยที่ 2 ปราสาทพระขรรค์ส่วนที่สร้างเพิ่มเติม กำแพงชั้นนอกของปราสาทตาพรหม วิหาร อโรคยา ศาลา และธรรมศาลา
  • สมัยที่ 3 ปราสาทบายน และส่วนใหญ่ของปราสาทบันทายฉมาร์
  • สมัยที่ 4 ภาพสลักนูนต่ำรุ่นหลัง และฐานพลับพลาหน้าพระราชวังหลวง

 

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-