ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มหิธรปุระแห่งดินแดนปราสาทพนมรุ้ง

       อำไพ คำโท (2527 : 91-96) ได้กล่าวไว้ในหนังสือสมบัติอีสานใต้ ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ จารึกขอมปราสาทพนมรุ้ง โดยได้กล่าวถึงจารึกหลักที่ 120 ศิลาจารึกปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ ได้ตีพิมพ์ในหนังสือ Enseriptions du Camboadge ค.ศ. 1953 เล่มที่ 5 หน้า 297-305 ศิลาจารึกหลักที่ 120 มี 4 ด้าน คือ

ด้านที่ 1 มี 17 บรรทัด
ด้านที่ 2 มี 21 บรรทัด
ด้านที่ 3 มี 21 บรรทัด
ด้านที่ 4 มี 17 บรรทัด

ข้อความในศิลาจารึก แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทคำฉันท์ ได้แก่ อินทรวิเชียร อุเปนทรวิเชียร อุปชาติ วสัตดิลก มาลินี และอารยา รวมทั้งสิ้น 29 บท โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญที่เป็นหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ สรุปจากที่ อำไพ คำโท ได้แปลไว้ พบว่า มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางเชื้อสายราชวงศ์กษัตริย์จากเมืองพระนคร (นครวัด นครธม ในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน) กับดินแดนปราสาทพนมรุ้ง ดังต่อไปนี้

  • จารึกบทที่ 1 คำกล่าวสรรรเสริญพระอิศวร
  • จารึกบทที่ 2 กล่าวถึงกษัตริย์หิรัณยวรมัน และพระนางหิรัณยลักษมี ผ้สร้างความเจริญรุ่งเรือง
  • จารึกบทที่ 3 การตั้งถิ่นฐานของกษัตริย์หิรัณยวรมัน สืบทอดจากพระบิดา ที่ทรงตั้งถิ่นฐานลงอย่างมั่นคงที่กษิตีนทรคาม
  • จารึกบทที่ 4 พระนางหิรัณยลักษมี พระมเหสี มีพระโอรส คือ พระเจ้าศรีชัยวรมเทพ
  • จารึกบทที่ 5 (กษัตริย์หิรัณยวรมันและพระนางหิรัณยลักษมี) มีพระโอรสอีก 2 พระองค์ คือ ศรีธรรีนท วรมัน และศรียุพราช
  • จารึกบทที่ 6 พระเจ้ากษิตีนทราทิตย์ พระนัดดาของพระเจ้าหิรัณยวรมัน มีพระโอรส คือ ศรีสูริยวรมัน ซึ่งมีพระมารดาซึ่งเป็นพระธิดาของธิดาแห่งพระนางหิรัณยลักษมี
  • จารึกบทที่ 7 ภายใต้รัชกาลของพระราชาองค์สุดท้ายนี้ ความมั่งคั่งได้เพิ่มขึ้นอย่างเหลือหลาย เริ่มต้นด้วยเครื่องบรรณาการเป็นจำนวนมาก
  • จารึกบทที่ 8 พระนางภูปตินทรลักษมี เป็นพระธิดาของพระเจ้าสูรย (วรมัน) และเป็นพระมารดาขององค์นเรนทราทิตย์
  • จารึกบทที่ 9-20 กล่าวถึงกษัตริย์ผู้มีความกล้าหาญ เก่งกาจในการรบ มีฝีมือในการใช้ธนู ภายหลังจากได้ทรงปราบปรามเหล่าข้าศึกแล้ว ได้สละความเป็นราชตระกูลมาบำเพ็ญพรตเป็นโยคี บำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำ
  • จารึกบทที่ 21-26 กล่าวถึงองค์นักพรต ผู้ที่มีจิตใจไม่อาจหยั่งรู้ได้ เป็นผู้ชำนาญการบำเพ็ญโยคะ เป็นนักไวยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญ
  • จารึกบทที่ 27 กล่าวถึงองค์หิรัณยะ เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้ให้ช่างสร้างประติมากรรมทองคำเป็นรูปพระบิดา คือ องค์นเรนทราทิตย์
  • จารึกบทที่ 28-29 กล่าวถึง องค์หิรัณยะ สรุปได้ว่า เมื่ออายุ 15 ปี เขาได้เรียนจบหลักสูตรเกี่ยวกับไวยากรณ์ อายุ 16 ปี ก็ศึกษาสำเร็จ อายุ 18 ปี ได้ไปล่าช้าง

ตามที่หลักฐานศิลาจารึกพนมรุ้งได้กล่าวถึง กษัตริย์หิรัณยวรมัน และพระนางหิรัณยลักษมี ผู้ทรงสร้างเมืองอย่างมั่นคงที่ “กษิตีนทรคาม” และมีพระโอรส คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (พ.ศ. 1633 – 1651) ครองราชสมบัติที่กรุง “มเหนทรปุระ” สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ ได้ลำดับสายราชวงศ์มหิธรปุร ที่เมืองพระนคร (ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน) โดยระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 คือ ต้นสกุลราชวงศ์มหิธรปุระ

ส่วนเจ้าชาย “หิรัณยะ” ซึ่งศิลาจารึกพนมรุ้งกล่าวถึงในบทที่ 27-29 สันนิษฐานว่าเป็นผู้ที่ทำให้มีการสร้างศิลาจารึกหลักนี้ขึ้น เจ้าชายหิรัณยะเป็นโอรสขององค์นเรนทราทิตย์ ซึ่งบำเพ็ญพรตเป็นมหาฤษีที่เขาพนมรุ้ง เมื่อเจ้าชายหิรัณยะอายุได้ 20 ปี จึงให้ช่างสร้างประติมากรรมทองคำเป็นรูปพระบิดา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการก่อสร้าง ซึ่งอาจมีการก่อสร้างที่สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ประกอบด้วย ตามข้อสันนิษฐานว่าเจ้าชายหิรัณยะเป้นผู้สร้างปราสาทพนมรุ้ง องค์ปรางค์ประธาน ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17



ข้อความที่ได้สรุปมาจากศิลาจารึกปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเจ้าชายหิรัณยะได้กล่าวถึงราชวงศ์กษัตริย์ที่เกี่ยวข้องโดยมีจุดเริ่มต้นที่กษัตริย์หิรัณยวรมันและพระมเหสีหิรัณยลักษมีแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของราชวงศ์กษัตริย์จากเมืองพระนครกับดินแดนแห่งปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งตรงตาม ข้อสันนิษฐานทางข้อมูลทางประวัติศาสตร์ รศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยาวุฒิ สุขสวัสดิ์ (2536 : 42-43) ได้กล่าวไว้ในหนังสือปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ศาสนบรรพตที่งดงามที่สุดในประเทศไทย โดยอ้างถึงศาสตราจารย์ เซแดส ได้ลำดับสายราชวงศ์มหิธรปุระ ที่เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน มีข้อความปรากฏ ดังต่อไปนี้

กษัตริย์ของราชวงศ์มหิธรปุระจึงมีทั้งหมดห้าพระองค์ดังนี้

  1. พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (ราว พ.ศ. 1633-1651)
  2. พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (ราว พ.ศ. 1651-1655) อนุชาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6
  3. พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1655-1695) นัดดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าธรณินทราวรมันที่ 1
  4. พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1695-1724) พระญาติของพรเจ้าสูรยวรมันที่ 2 (ในปัจจุบันเชื่อกันว่าพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 พระบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 คงมิได้ขึ้นครองครองราชย์ที่เมืองพระนคร หากแต่น่าจะเป็นพระเจ้ายโศวรมันที่ 2 ทรงขึ้นเสวยราช์ก่อนการแย่งราชสมบัติโดยพระเจ้าตริภูวนาทิตยวรมัน
  5. พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1725-1744) โอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2

โดย รศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยาวุฒิ สุขสวัสดิ์ ได้แสดงทัศนะไว้ว่า “อย่างไรก็ดี ในที่นี้จักมิดได้คัดค้านหรือสนับสนุนทฤษฏีของศาสตราจารย์เซเเดสที่ได้เสนอไว้ข้างต้น เนื่องจากในขณะนี้ยังมิได้ มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด ศาสตราจารย์เซแดสเองก็ได้ย้ำว่า การสิ้นสุดรัชสมัยของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 นั้น ยังคงคลุมเครืออยู่ รวมทั้งปีที่สิ้นพระชนม์ของพระองค์ซึ่งกำหนดไว้ในพุทธศักราช 1695 ก็ยังไม่กระจ่างชัด เพียงแต่เสนอว่าผู้ที่ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระองค์น่าจะเป็นพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 เท่านั้น นอกจากนี้ระยะเวลาของการครองราชย์ของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ระหว่างปีพุทธศักราช 1655-1695 นั้น น่าจะเป็นช่วยเวลานานเกินไป ถึงแม้จะตระหนักในข้อเท็จจริงที่ว่าพระองค์ได้เสด็จขึ้นเสวยราชย์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ก็ตาม

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้ทรงพยายามเสนอให้นเรนทราทิตย์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ขึ้นครองราชย์ก่อนพระเจ้าธรณิรทรวรมันที่ 2 ทฤษฏีนี้อาจเป็นได้หากพิจารณาบทสรรเสริญนเรนทราทิตย์ 5 ปฏละนั้นอีกครั้งหนึ่ง...”

สุจิตต์ วงศ์เทพ (2542 : 64-65) ได้กล่าวไว้ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์ ในหัวข้อ “อีสาน 11 “ขอม” จากกัมพูชาขยายมาคุมอีสาน” โดยกล่าวให้ทัศนะว่า
“...อำนาจทางการเมือง และอารยธรรมของขอมแห่งกัมพูชามีเหนือบ้านเมืองในอีสานมาช้านาน แต่ไม่ใช่ส่งขุนนางมาปกครอง หากเป็นความสัมพันธ์แบบ “เครือญาติ” ที่ยอมรับเดชานุภาพของกษัตริย์อาณาจักรกัมพูชา

บริเวณลุ่มแม่น้ำมูลเป็นที่ตั้งของแคว้นมหิธรปุระ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของราชวงค์มหิธรปุระ ที่มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ผู้ทรงสร้างปราสาทนครวัด” ข้อสันนิษฐานตามหลักฐานทางศิลาจารึกปราสาทหินเขาพนมรุ้ง สรุปให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์แบบ “เครือญาติ” สายราชวงศ์มหิธรปุระแห่งเมืองพระนครกับเมืองพนมรุ้ง

กษัตริย์ราชวงศ์มหิธรปุระแห่งเมืองพระนคร
ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บริเวณเขาพนมรุ้ง
เครื่องบูชาต่าง ๆ ที่นำมาถวายเทพเจ้าแห่งเขาพนมรุ้ง
พิธีศิวาราตรี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-