Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์  >>

พิพิธภัณฑ์

การพิพิธภัณฑสถานในประเทศไทย
ประเภทของพิพิธภัณฑสถาน
การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “พิพิธภัณฑ์”

สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ

สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ ICOM (International Council of museums) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นโดยการสนับสนุนจาก UNESCO ปัจจุบันมีประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก ICOM กว่า 113 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย เป็นองค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาลใด มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกอบไปด้วยหน่วยงานหลัก 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานเลขาธิการ และศูนย์ข้อมูลด้านพิพิธภัณฑ์ของ UNESCO และ ICOM ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของ ICOM ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490

ประวัติความเป็นมาของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ ICOM นี้ เกิดขึ้นเนื่องจากนักปราชญ์นานาชาติหมู่หนึ่งคิดเห็นกันว่า การพิพิธภัณฑ์ของโลกย่อมเป็นผู้ปกครองและผู้พิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติไว้ จึงได้จึงได้ร่วมกันตั้งสภานี้ขึ้นเพื่อจะใช้พิพิธภัณฑ์เป็นกำลังและปัญญาความรู้ช่วยองค์การ UNESCO สำหรับวางรากฐานสันติภาพอันถาวรของโลก เป็นสภาที่ประกอบขึ้นด้วยสมาชิกจากชนชาติต่างๆ หลายชาติ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2489 มีการประชุมครั้งแรกเริ่มที่พิพิธภัณฑ์ Louver ณ กรุงปารีส ตั้งแต่วันที่ 16–20 พฤศจิกายน รวม 5 วัน

มีนักปราชญ์ชาติต่างๆ เข้าประชุมร่วมกัน 14 ชาติ นายชอนเซ เจ แฮมลิน แห่งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองบัฟฟาโล ประเทศสหรัฐได้รับเลือกเป็นนายกกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอื่นๆ อีก 14 คน คือ ประธานกรรมการ ที่ปรึกษา 1 คน อุปนายก 3 คน เหรัญญิก 1 คน เลขาธิการแผนกโต้ตอบ 1 คน เลขาธิการแผนกบันทึก 1 คน และมีกรรมการอีก 6 คน กับที่ปรึกษา 1 คน ซึ่งคัดเลือกจากกรรมการสภาแห่งชาติของประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิก รวมเป็น 15 คน มีสำนักงานใหญ่ตั้งประจำที่ Unesco House, 2 Place de Fonteney Paris ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คณะกรรมการบริหารจะอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี หรือจนกระทั่งได้มีการเลือกคนใหม่เข้ามาแทน ประเทศที่จะเป็นสมาชิกของ ICOM ต้องเป็นประเทศที่มีสภาของตน อีกสภาหนึ่ง คือ คณะกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หรือ NCOM (National Council of Museums) กรรมการคณะนี้ประกอบขึ้นด้วยสมาชิกของชาตินั้นๆ เป็นกรรมการไม่เกิน 15 คน ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจะเสนอรายชื่อกรรมการไปยัง ICOM เพื่อเข้าเป็นสมาชิกโดยเสียค่าบำรุงปีละ 4 เหรียญอเมริกัน หรือ 1 ปอนด์สเตอริง นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาของ ICOM คณะกรรมการที่ปรึกษานี้ประกอบด้วย ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทุกชาติ กรรมการคณะนี้จะเป็นผู้เลือกกรรมการฝ่ายบริหารของ ICOM ทุก 3 ปีที่ถึงคราวเปลี่ยน นายเจ แฮมลิน เป็นนายกสภา ICOM มาตั้งแต่แรกตั้งจนถึง พ.ศ. 2496 นายยอชร์ ซาลส์ ผู้อำนวยการสรรพพิพิธภัณฑ์ของประเทศฝรั่งเศสได้รับเลือกเป็นนายกคนต่อมา และขอให้นายเจ แฮมลิน เป็นนายกผู้ก่อตั้งต่อไปเพื่อเป็นเกียรติยศ แก่สภานี้

ICOM เป็นองค์การฝ่ายวิชาการในแผนกพิพิธภัณฑ์ของ UNESCO โดยฝ่ายพิพิธภัณฑ์ของ UNESCO จะทำเฉพาะงานธุรการ ส่วนงานวิชาการต้องอาศัยสภา ICOM ทำ เช่น วารสาร Museums อันเป็นวารสารราย 4 เดือน ซึ่ง Unesco เป็น ผู้พิมพ์นั้น สภา ICOM เป็นผู้ทำทั้งสิ้น สภานี้เมื่อตั้งใหม่ๆ มีการเปลี่ยนกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ทุก 2 ปี แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นทุก 3 ปี ICOM มีกติกา (Constitution) และบทบัญญัติ (By Law) วางไว้เป็นแนวทางการปฏิบัติมากมายหลายมาตรา มีสาระสำคัญเพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศด้วยวิธีต่างๆ ตัวอย่างใจความย่อๆ ของกติกาของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติบางมาตรามีดังนี้

  1. ประเทศต่อประเทศให้ยืมวัตถุที่แสดงในพิพิธภัณฑ์แก่กันและกัน
  2. ให้ยืม ให้ขาด หรือแลกเปลี่ยนวารสารของพิพิธภัณฑ์เท่าที่กฎหมายจะอนุโลมให้ได้
  3. แลกเปลี่ยนเจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ
  4. ส่งอาจารย์ไปสอนยังต่างประเทศและอบรมเจ้าพนักงานที่เลือกเฟ้นตัวกันแล้ว
  5. ให้ความสะดวกในการเดินทางเข้าออกประเทศแก่เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ และในการส่งวัตถุของพิพิธภัณฑ์ เช่น ศิลปวัตถุ และของอื่นๆ ที่เอาไปแสดง หรือวารสาร
  6. ส่งเสริมและให้ความปลอดภัยแก่กิจการและสวัสดิภาพแก่พิพิธภัณฑ์โดยทั่วไป รวมทั้งส่วนความรับผิดชอบด้านการศึกษาของพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ฯลฯ

ในกติกานี้คำว่า พิพิธภัณฑ์ หมายถึง พิพิธภัณฑ์ทั้งหมดที่เปิดให้ประชาชนชม เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลป พิพิธภัณฑ์เทคนิค พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์โบราณคดี กับทั้งสวนสัตว์ สวนพฤกศาสตร์ และสวนธรรมชาติ แต่ไม่รวมถึงหอสมุด เว้นแต่จำพวกที่มีห้องแสดงไว้ให้ประชาชนชมอยู่เสมอไป (เช่น หอสมุดวชิรญาณ)

ตั้งแต่ตั้ง ICOM ขึ้นมีการประชุมกันหลายคราว โดยการประชุมครั้งแรกหลังการการประชุมแรกตั้งที่ฝรั่งเศส เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2490 ที่เมืองเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ครั้งนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ตั้งกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจึงยังไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICOM จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2490 รัฐบาลไทยได้ตั้งกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติขึ้น ประเทศไทยจึงได้เข้าเป็นสมาชิกของ ICOM ตั้งแต่นั้นมา ต่อมาปี พ.ศ. 2491 ได้มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเราได้ไปร่วมประชุมด้วย 4 ท่าน ปี พ.ศ. 2493 มีการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ครั้งนี้ประเทศไทยได้ส่งผู้สังเกตการณ์ไปเข้าประชุมด้วยคนหนึ่ง ปี พ.ศ. 2496 มีการประชุมใหญ่ครั้งที่ 3 ที่เมืองเยนัวมิลาโน และแบกะโม ประเทศอิตาลี ในครั้งนี้กรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของไทยไปร่วมประชุมด้วย 4 ท่าน ปี พ.ศ. 2499 มีการประชุมใหญ่ครั้งที่ 4 ที่เมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในครั้งนี้กรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของไทยไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย เพราะไม่ได้รับงบประมาณ ปี พ.ศ. 2502 มีการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ที่กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน กรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของไทยก็ไม่ได้ไปร่วมประชุมเช่นเดียวกันเพราะขาดงบประมาณ



การประชุมของ ICOM ทุกๆ ครั้งเป็นการรายงานกิจการพิพิธภัณฑ์แห่งประเทศของตนว่าก้าวหน้าอย่างไรไปบ้าง หรือได้ค้นพบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิพิธภัณฑ์ ในการประชุมแต่ละครั้งได้แบ่งเป็นแผนกต่างๆ เช่น

  1. แผนกพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
  2. แผนกพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
  3. แผนกพิพิธภัณฑ์ชาติวงศ์วรรณนา
  4. แผนกพิพิธภัณฑ์โบราณคดี
  5. แผนกพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
  6. แผนกพิพิธภัณฑ์ศิลปและศิลปประยุกต์
  7. แผนกพิพิธภัณฑ์ยุวชน

ผู้แทนประเทศใดจะเข้าประชุมในแผนกใดที่ตรงกับวิชาและกิจการของตนก็ได้ตามใจเลือก เมื่อประชุมแผนกเสร็จแล้ว ถ้าเป็นเรื่องสำคัญก็จะมาพูดในการประชุมใหญ่อีกครั้ง ประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์หลายประเภทจึงมีผู้แทนเข้าประชุมหลายคน ภายหลังการประชุมจะมีมติทุกครั้ง มติบางข้อให้สมาชิกไปเสนอแก่ประเทศของตนให้จัดทำต่อไป

สภา ICOM มีความมุ่งหมายเพื่อให้ชาติต่างๆ ที่เป็นสมาชิกได้ทราบกิจการในเรื่องการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของกันและกัน ซึ่งพิพิธภัณฑ์แต่ละชาติเป็นผู้พิทักษ์รักษา และเมื่อทุกชาติเห็นความสำคัญในเรื่องวัฒนธรรมเท่าๆ กันแล้วก็จะทำให้เกิดความรักใคร่นับถือกัน

นายแฮมลิน ผู้ก่อตั้งสภา ICOM กล่าวว่า การรบพุ่งย่อมเกิดขึ้นจากความคิดของมนุษย์ เพราะฉะนั้น การป้องกันเพื่อให้มีสันติภาพก็จะต้องสร้างขึ้นด้วยความคิดของมนุษย์ดุจกัน มนุษย์เราไม่รู้จักอัธยาศัยของกันและกันและความไม่รู้จักกันนี้เป็นเหตุตลอดมาแต่ปรัมปราแห่งความสงสัยและไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างบรรดาชนทั้งหลายในโลก ความระแวงซึ่งกันและกันนี้เองได้กลายเป็นสงครามเกิดขึ้น ฯลฯ

พิพิธภัณฑ์ทั้งหลายในโลกนี้ท่านย่อมตั้งขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน โดยวิธีแสดงสิ่งของเหล่านั้น และโดยวิธีฝึกคนทุกวัยให้รู้จักคุณค่าแห่งการพิพิธภัณฑ์ ฉะนั้น จึงมีหน้าที่สำคัญในสมัยภายหลังสงคราม ทั้งนี้ เพื่อจะฝึกปวงชนให้รู้จักเข้าใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั่วโลก เพื่อให้สำเร็จดังกล่าวนี้ เราจะต้องช่วยให้งานเดินไปในประการต่างๆ อาทิ เช่นการนำของไปแสดงในนานาประเทศประการหนึ่ง การแสดงปาฐกถาว่าด้วยพิพิธภัณฑ์ประการหนึ่ง การแลกเปลี่ยนสิ่งของระหว่างพิพิธภัณฑ์แต่ละชาติประการหนึ่ง การแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์โดยให้ทุนดูงานหรือทุนศึกษาประการหนึ่ง ทั้งนี้เราจะต้องมุ่งแสดงให้ประชาชนได้ทราบฐานะเดิมของชาติที่เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั้นๆ ในทางวัฒนธรรม ในทางขนบธรรมเนียม และในทางแห่งความเป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย เพื่อให้เห็นชัดว่าประชาชนแต่ละชาติได้พยายามส่งเสริมวัฒนธรรมหรือแก้อุปสรรคในการที่จะส่งเสริมนั้นด้วยวิธีใด การแสดงดังนี้ย่อมทำให้เราเข้าใจในปัญหาของชาติ ในการพิจารณาเปรียบเทียบกับปัญหาของเราเอง และเมื่อบังเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันดังนี้แล้ว ก็ย่อมจะบังเกิดความปรารถนาที่จะช่วยซึ่งกันและกันระหว่างประเทศนั้นขึ้นได้ ด้วยหลักการดังกล่าวมานี้แหละเรา ICOM จึงสามารถสร้างโครงการแห่งสากลสันติภาพขึ้นได้”

สำหรับกิจการของคณะกรรมการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หรือ NCOM ของไทยนั้น นอกจากส่งผู้แทนไปประชุมร่วมกับ ICOM แล้ว ยังมีการนำหนังสือมัคคุเทศก์พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภาษาอังกฤษ หนังสือวัฒนธรรมว่าด้วยพระพุทธรูปสมัยต่างๆ ในประเทศไทย ภาษาอังกฤษ และแผนที่ประเทศไทยแสดงที่ตั้งโบราณสถาน พร้อมด้วยสมุดคำอธิบายไปแจกในการประชุมเพื่อเป็นการเผยแพร่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและศิลปของไทยด้วย ตลอดจนได้เคยเสนอต่อรัฐบาลให้จัดพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์โภคภัณฑ์ และการขยายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้เหมาะสม และเสนอเรื่องการคุ้มครองสิ่งของทางวัฒนธรรมในระหว่างสงคราม ซึ่งรัฐบาลก็ได้ลงนามในสัญญากับนานาประเทศไปแล้ว

บทกำหนดโทษกรณีฝ่าฝืนหรือกระทำผิดพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ บัญญัติบทกำหนดโทษโดยตรงเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไว้เพียงมาตราเดียว ในกรณีที่ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่กำหนดให้ผู้เข้าชมปฏิบัติและการเสียค่าธรรมเนียมเข้าชม มีโทษตามมาตรา 34 คือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com