ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>
ปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
ความหมายของปรัชญาและอุดมการณ์
แนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
การกำหนดปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
ปรัชญาแห่งความสำเร็จ
ประโยชน์ของการกำหนดปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
แนวทางการกำหนดปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
การส่งเสริมปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
แนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
ในการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเองนั้น
บุคคลควรมีความเข้าใจถึงองค์ประกอบของชะตาชีวิต
เพื่อให้สามารถพัฒนาจิตควบคู่ไปกับการพัฒนากายได้ดี
ปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเองของบุคคล
ส่วนใหญ่มีพื้นฐานแนวคิดมาจากหลักของศาสนาต่าง ๆ ที่บุคคลยึดถือ
ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะปรัชญาและอุดมการณ์ที่มีแนวคิดมาจากหลักของพุทธศาสนาเท่านั้น
คำสอนของพุทธศาสนาเป็นสัจธรรมแห่งชีวิตที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของบุคคล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาที่ชีวิตมีปัญหาและอุปสรรคอย่างร้ายแรง
เพราะศาสนามีคำตอบให้กับทุกเรื่อง เช่น
มีหลักที่อธิบายให้เข้าใจถึงเหตุในแง่ของกรรม
หรือเมื่อมีเหตุเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของชีวิต ทำให้ชีวิตต้องประสบกับความทุกข์
ความผิดหวัง หรือความเสียใจโดยไม่คาดหมาย
หลักธรรมจะให้แง่คิดมุมมองในลักษณะของการเป็นอนิจจัง
ดังนั้นในการดำเนินชีวิตให้บรรลุประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของการมีชีวิตของบุคคล
ตามหลักธรรมของพุทธศาสนาจึงเรียกว่า อัตถะ 3 ซึ่งประกอบไปด้วยหลัก 3 ประการ
ดังต่อไปนี้
1. ทิฏฐธัมมิกัตถะ
หมายถึง ประโยชน์ปัจจุบันหรือประโยชน์ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันซึ่งเป็นขั้นต้น
คือทรัพย์ ยศ เกียรติ ไมตรี ชีวิตคู่ครองที่เป็นสุข เป็นต้น อันเกิดจากความเพียร
สติปัญญาของตนโดยชอบธรรม
และรู้จักปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้เพื่อประโยชน์สุขโดยรอบทั้งตนเองและผู้อื่น
ประโยชน์ปัจจุบันหรือประโยชน์ขั้นต้นนี้ สามารถแบ่งออกได้ 4 ประการ คือ
- อุฏฐานสัมปทา ได้แก่ ความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ประกอบอาชีพอันสุจริต
- อารักขสัมปทา ได้แก่ การรู้จักคุ้มครองเก็บรักษาโภคาทรัพย์และผลงานที่ทำไว้ ด้วยความขยันหมั่นเพียรโดยชอบธรรม
- กัลยาณมิตตตา ได้แก่ การรู้จักกำหนดบุคคลในถิ่นที่อาศัยคบหาสมาคมด้วย
- สมชีวิตา ได้แก่ การรู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี มิให้ฝืดเคืองหรือฟูมฟาย ให้รายได้เหนือรายจ่าย มีการประหยัดและเก็บไว้ในคราวจำเป็น
2. สัมปรายิกัตถะ
หมายถึง
ประโยชน์เบื้องหน้าหรือประโยชน์ด้านคุณค่าของชีวิตซึ่งเป็นขั้นลึกสำหรับชีวิตด้านใน
เป็นหลักประกันชีวิตในอนาคตและภพหน้า
คือความเจริญงอกงามแห่งชีวิตจิตใจที่ก้าวหน้าเติบใหญ่ขึ้นด้วยคุณธรรม ซึ่งได้แก่
- สัทธาสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
- สีลสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยศีล
- จาคสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยการเสียสละ
- ปัญญาสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยปัญญา
3. ปรมัตถะ
หมายถึง ประโยชน์สูงสุดหรือประโยชน์ที่เป็นสาระแท้ของชีวิต
ซึ่งเป็นจุดหมายขึ้นสุดท้ายที่ชีวิตควรจะเข้าใจ
คือการรู้แจ้งสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
รู้เท่าทันคติธรรมของสังขารธรรมทั้งหลาย ไม่ตกเป็นทาสของโลกและชีวิต
ไม่ถูกบีบคั้นด้วยอำนาจ ความยึดติดถือมั่น สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระ ปลอดโปร่ง
ผ่องใส สะอาด สว่าง และสงบ มีความสุขประณีตภายใน เรียกสั้น ๆ ว่า นิพพาน คือ
ดับกิเลส และกองทุกข์ได้
ประโยชน์สูงสุดหรือประโยชน์ที่เป็นสาระแท้ของชีวิตนี้
เป็นจุดมุ่งหมายขั้นสุดท้ายที่ชีวิตควรจะเข้าถึง ซึ่งพระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า
ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ เป็นทุกข์ และทุกข์นี้เป็นสิ่งที่เวียนว่ายไม่รู้จักสิ้นสุด
ทำให้เกิดเบื่อหน่ายในทุกข์แล้วหาหนทางหลีกหนีจากทุกข์นั้น
หากมองในแง่ปรัชญาจะเห็นว่าพระพุทธศาสนามีลักษณะเป็นธรรมชาตินิยม
เพราะเชื่อว่ามนุษย์มีสองส่วน คือกายและจิตใจ
ซึ่งมีอยู่ในลักษณะอิงอาศัยซึ่งกันและกัน
แม้ว่าพุทธศาสนาจะให้ความสำคัญกับจิตมากกว่าในลักษณะที่ จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
แต่กายและจิตก็ไม่สามารถแยกจากกันได้ กล่าวคือ
จิตไม่สามารถอยู่อย่างอิสระจากร่างกายได้ (สุจิตรา อ่อนค้อม, 2545, หน้า 163)
จากที่กล่าวมาพอจะสรุปหลักอรรถะ 3 ซึ่งเป็นหลักของโครงสร้างการพัฒนาชีวิต
เนื่องจากมนุษย์หมายถึงผู้มีจิตใจสูง มีมนุษยธรรม คือธรรมที่ทำให้คนเป็นมนุษย์
ซึ่งเน้นในทางศาสนา เมื่อมนุษย์มีจิตใจสูง
จึงพยายามแสวงหาจุดหมายในชีวิตของตนเพื่อบรรลุจุดหมายนั้น ดังนั้น
มนุษย์จึงต้องมีการพัฒนาตนเองโดยมีเป้าหมายเบื้องต้นคือ
การสร้างศักยภาพของตนให้ทัดเทียมกันกับผู้อื่นเป็นสำคัญ
เพื่อนำมาซึ่งจุดมุ่งหมายของชีวิตของแต่ละบุคคลที่กำหนดเอาไว้
ซึ่งบุคคลที่ได้รับการพัฒนาตนเองแล้วจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ (ปริญญา ตันสกุล, 2548,
หน้า 17)
- ต้องสามารถรู้เท่าทันผู้อื่น
- ต้องคิดได้เหมือนผู้อื่น
- ต้องมองเห็นเหมือนผู้อื่น
- ต้องทำได้เช่นเดียวกับผู้อื่น
สำหรับจุดมุ่งหมายสูงสุดของมนุษย์ คือ ความสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่จะนำมนุษย์หรือบุคคลแต่ละบุคคลไปสู่ความสำเร็จได้นั้น จะประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
- ความพากเพียร (industriousnes) ต้องมีความบากบั่น มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งใดโดยไม่ ท้อถอย
- ความกระตือรือร้น (enthusiasm) ต้องมีความขมีขมัน มีใจฝักใฝ่สิ่งที่พึงกระทำ
- มิตรภาพ (friendship) เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เพราะเป็นพลังซึ่งเกิดจากเราที่เราให้ ความเคารพนับถือ ยกย่องและทุ่มเทให้กับผู้อื่น
- ความจงรักภักดี (loyalty) เมื่อเรามอบความจงรักภักดีแก่ใครหรืออะไรแล้วเราก็จะ รู้สึกสงบ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เต็มความสามารถ
- ความร่วมมือ (cooperation) ทุกคนต้องร่วมมือกันทำงาน ก่อนที่เราจะได้รับความ ร่วมมือ เราต้องรู้จักให้ความร่วมมือ
- การควบคุมตนเอง (self- control) ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ควบคุมตนเองเพื่อการ สร้างวินัย ให้แก่ตนเองและผู้อยู่ในความดูแล
- ความตื่นตัว (alert) ทุกคนจะต้องปรารถนาที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
- การริเริ่ม (initiative) เป็นความกล้าหาญในการตัดสินใจ และดำเนินการตามที่ตัดสินใจ โดยไม่กลัวความล้มเหลว
- การตั้งใจ (intentness) เป็นที่สำคัญ เพราะการที่เราตั้งใจแน่วแน่ว่าเราจะต้องบรรลุ เป้าหมายในสิ่งที่ตั้งใจจะทำไว้ให้ได้
- การฝึกซ้อมตนเองเพื่อรักษาความสามารถให้อยู่ในระดับสูงตลอดเวลา (condition) เป็นการเตรียมความพร้อมของตนเองอยู่เสมอในทุกเรื่องเพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของตนให้มีความก้าวหน้าเสมอ
- ความเชี่ยวชาญ (skill) ต้องรู้ว่ากำลังทำอะไร และเราจะสามารถทำมันได้อย่าง รวดเร็วและถูกต้อง
- วิญญาณการทำงานเป็นทีม (team spirit) คิดถึงคนอื่น การเสียสละตนเองให้แก่กลุ่ม ต้องเป็นความต้องการที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวหรือชัยชนะเพื่อส่วนรวม
- สติ สุขุม (poise) สติคือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เสแสร้ง หรือพยายามเป็นในสิ่งที่ ท่านไม่ใช่ แล้วก็จะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มความสามารถของได้
- ความมั่นใจ (confidence) ต้องเชื่อในตัวเองหากท่านต้องการให้คนอื่นเชื่อในตัวท่าน สามารถที่จะแสดงศักยภาพที่ท่านมี (competitive greatness)
คุณสมบัติทั้ง 14
ข้อจำเป็นสำหรับการสร้างความสามารถที่จะแสดงศักยภาพที่คนเรามีและนำไปสู่การสร้างความสำเร็จแห่งชีวิตของบุคคล
บุคคลใดจะมีปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเองในลักษณะใด อย่างไร
สูงหรือต่ำเพียงใด เหมาะสมมากเหมาะสมน้อยอย่างไร
จะขึ้นอยู่กับการที่บุคคลนั้นตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง
ต่อไปนี้
- คำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความอุดมสมบูรณ์ในชีวิตในอนาคตหรือในบั้นปลายของ ชีวิต
ชีวิตที่มีความอุดมสมบูรณ์ของข้าพเจ้าควรมีลักษณะอย่างไร จำแนกตามลักษณะของชีวิต
เป็นชีวิตส่วนตน ชีวิตครอบครัว ชีวิตทำงาน และชีวิตสังคม
- คำถามเกี่ยวกับการเพิ่มค่าคุณภาพให้กับชีวิตของตนเอง ข้าพเจ้าอยากจะปรับปรุง
ชีวิตความเป็นอยู่ในวันนี้ วันพรุ่งนี้ ให้ดีขึ้นกว่าชีวิตเมื่อวานที่ผ่านไป
หรือไม่
- คำถามเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มค่าคุณภาพให้กับชีวิตของตนเอง
ข้าพเจ้าควรใช้วิธีการใด ในการเพิ่มค่าให้กับตนเองดี รอให้เป็นไปตามโชคชะตา
หรือจะต้องมีคนช่วยอุปถัมภ์มาสนับสนุนข้าพเจ้า
หรือข้าพเจ้าจะขวนขวายแสวงหาโอกาสด้วยตนเองในการเพิ่มค่าให้กับชีวิตอยู่ตลอดเวลา
- คำถามเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเองที่มีต่อการได้เพิ่มค่าคุณภาพให้กับชีวิต
แม้จะเป็น เพียงบางด้านและอาจเพิ่มพัฒนาปรับปรุงตนเองได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจในตนเองหรือไม่ที่อย่างน้อยข้าพเจ้า
ก็ได้พยายามปรับปรุงตนเองได้แล้ว ข้าพเจ้าจะรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังในตัวเองหรือไม่
ถ้าผลจากการพยายามพัฒนาตนเองไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ยังด้อยกว่าชีวิตของคนอื่น ๆ หรือข้าพเจ้าจะยังมีกำลังใจพัฒนาตนเองอยู่ตลอดไป
- คำถามเกี่ยวกับการประเมินตรวจสอบผลการพัฒนาตนเอง ข้าพเจ้ามีความสามารถ ประเมินตรวจสอบผลการพัฒนาตนเองหรือไม่ เช่น การวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นโดยนำไปเปรียบเทียบกับความมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ถ้าได้ผลต่ำกว่าความมุ่งหมาย ก็จะนำมาวิเคราะห์เพื่อสรรหาวิธีการที่เหมาะสมที่น่าจะนำไปสู่ผลตามความมุ่งหมายให้ดีขึ้น บุคคลควรมีโอกาสทบทวนความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกของตนเองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำถาม 5 ข้อนี้เสมอ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของตนกับเพื่อนร่วมงาน กับผู้ใหญ่ที่บุคคลมีความเคารพนับถือ เพื่อปรับแนวความคิดของตนให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นอันจะนำไปสู่การกำหนดปรัชญาและอุดมการณ์ในการพัฒนาตนเอง ได้ถูกต้องเหมาะสมมากยิ่งขึ้น


