วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ร้อยกรองคำคม

ดอกไม้มีหนามแหลม
มิใช่แย้มคอยคนชม
บานไว้เพื่อสะสม
ความอุดมแห่งผืนดิน
...................................
คืนนี้มืด ใช่มืดสนิท
ไฟดวงนิด ยังมีแสง
ขอเพียงลม พัดมาแรง
เถ้ามอดแดง ก็จะลาม
.....................................
ที่รัก...รีรอร้องร่ำทำไม
รีบก้าวต่อไปข้างหน้า
ทิ้งฉันไว้ ทิ้งฉันไว้ จะตายช้าช้า
หากคุณค่าได้สืบต่อฉันพอใจ
..........................................
ฉันคือกรวดเม็ดร้าว
แหลกแล้วด้วยความเศร้า หมองหม่น
ปรารถนาเป็นธุลีทุรน
ดีกว่าทนกลั้นใจอยู่ใต้น้ำ
............................................
จาก ใบไม่ที่หายไป ของ จิระนันท์ พิตรปรีชา


ปลาร้าพันห่อด้วยใบค้า
ใบก็เหม็นคาวปลาคละคลุ้ง
คือคนหมู่ไปหาคบเพื่อน พาลนา
ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้งเฟื่องให้เสียพงศ์ฯ
......................................................................
กบเกิดในสระใต้บัวบาน
ฤาห่อนรู้รสมาลย์หนึ่งน้อย
ภุมราอยู่ไกลสถานนับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อยเกลือกเคล้าเสาวคนธ์ฯ
.........................................................................
ห้ามเพลิงไว้อย่าให้มีควัน
ห้ามสุริยะแสงจันทร์ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หันคืนเล่า
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้จึ่งห้ามนินทาฯ
..........................................................................
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรงความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ชีพม้วยมรณาฯ
..........................................................................
รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง
ชังกัน บ่ แลเหลียวตาต่อ กันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้องป่าไม่มาบังฯ
..........................................................................
ก้านบัวบอกตื้นลึกชลธาร
มารยาทส่อสันดานชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขานควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อบอกร้ายดินแสลงฯ
...................................................................
จาก โคลงโลกนิติ ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร


................................................................
นานประเทศล้วนนับถือ
คนที่รู้หนังสือแต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือคนป่า
ใครเยาะกวีไซร้แน่แท้คนดง
...............................................................
หวานใดไม่หวานนัก
เท่ารสรักสมัครสม
ไร้รักหนักอารมณ์
หวานเหมือนขมอมโศกา
.................................................................
นารีแม้ไร้สรรพภูษณา
ผัวก็เป็นอาภรณ์พิลาศ
แม้ไร้ซึ่งภรรดางามเหือด
ถึงจะแต่งรัตนมาษไป่พร้อมโสภา
.................................................................
จาก พระนลคำหลวง

...............................................................
ผืนแผ่นดินสิ้นฟ้ากว้างกว่ากว้าง
อ้างว้างลำเค็ญความเป็นอยู่
เธอที่รักกาลเวลาจะเป็นครู
การต่อสู้ช่วยชี้ค่าชีวิต
...........................................................
รักเรียน เรียนรักตระหนักค่า
มีวิชาติดตัวอย่ากลัวหม่น
อย่ากลัวความอาภัพและอับจน
เพราะมีรักในตัวตนคอยติดตาม
............................................................
ดาวหม่นดวงนั้นร่วงไปแล้ว
แต่หลายดวงจะทอแววบรรเจิดจ้า
ตราบโลกยังมีกาลเวลา
คนกล้าก็ย่อมเกิดในแผ่นดิน
..............................................................
ไปเถิดผองเพื่อนและน้องพี่
วันนี้วันหน้าอย่าร้องไห้
ทำความดีใครไม่เห็นไม่เป็นไร
ขอดวงใจเธอแกร่งกล้าพร้อมท้าชิง
.............................................................
ก้าวมากี่ก้าวผ่านหนาวร้อน
ประสบการณ์ชีวิตสอนล้วนแปลกใหม่
ยากนักจักแจ้งและเข้าใจ
ทำไมชีวิตต้องอับจน
................................................................
โลกยังหมุนเวียนเปลี่ยนด้าน
ฟ้าผ่านผสานผสมสี
มีสิความหวังเธอยังมี
อาจเป็นพรุ่งนี้หรือนิรันดร์
.................................................................
เอเป็นคนกล้าฝ่าชีวิต
ไยคิดประชดด้วยทดท้อ
หากเหนื่อยหนักจงพักผ่อนให้เพียงพอ
แล้วลุกก้าวเดินต่อเส้นทางตน
...............................................................
จาก เอื้อมรุ้งมาทอฝัน ของ จุฬา ละคร

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» "บ้าน" มรดกทางวัฒนธรรม
"บ้าน" คือการบอกเล่าความเป็นมา คือการบอกล่าวถึงพัฒนาการในการดำรงชีพของมนุษย์ "บ้าน" ที่อยู่อาศัยหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับมนุษย์ และบ่งบอกถึงความั่นคง

» ภูมิปัญญากีฬาไทย
กีฬาไทยที่บรรพชนไทยค้นคิด และถ่ายทอดมาสู่ลูกหลาน บางชนิดกลายเป็นตำนานและความทรงจำ และบางชนิดยังคงมีการเล่นกันอยู่

» สะพานสู่ฟ้าใหม่
สะพานข้ามน้ำเป็นสัญลักษณ์การข้ามอุปสรรคขวางกั้นไปสู่จุดหมาย และการเชื่อมโยงสิ่งตรงข้ามมา เพื่อสร้างเอกภาพอันกลมกลืนมั่นคง

» ทิวธงมงคลชัย
สิ่งสะท้อนความคิด และสืบทอดคติความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากยุคสมัยหนึ่งสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ดุจตัวแทนที่น้อมนำสู่มงคลแห่งชีวิต

» พระราชลัญจกรประจำรัชกาล
ตราประจำพระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาล ซึ่งจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเริ่มต้นรัชกาล เพื่อประทับกำกับพระปรมาภิไธย ในเอกสารสำคัญต่างๆของชาติ ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน

» สามล้อไทย
วิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อยังคงผูกพัน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย

» กีฬาสัตว์
ด้วยนิสัยช่างสังเกตของคนไทย จึงเป็นที่มาของกีฬาซึ่งใช้สัตว์เป็นผู้แข่งขัน จนกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ยามว่างนับแต่อดีต

» ตาลปัตร พัดรอง
พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้