สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>
หลักการของภาวะผู้นำแบบสร้างสรรค์
ผู้นำแบบสร้างสรรค์
ในฐานะหัวหน้าสูงสุดด้านการเรียนรู้ของโรงเรียน
ผู้นำแบบสร้างสรรค์กับการตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ลุ่มลึก
ผู้นำ แบบสร้างสรรค์กับ การวิเคราะห์และตีความข้อมูล
ผู้นำแบบสร้างสรรค์กับกลยุทธ์การส่งเสริมนวัตกรรมหรืองานสร้างสรรค์
ผู้นำแบบสร้างสรรค์กับการสร้างการเรียนรู้แบบทีม
ผู้นำ แบบสร้างสรรค์กับ การวิเคราะห์และตีความข้อมูล
(Analyzing and Interpreting Data)
การดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนจะประสบความสำเร็จสูงสุดก็ต่อเมื่อได้ใช้ผลงานการวิจัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อกระบวนการตัดสินใจสำคัญให้ตั้งอยู่บนฐานของข้อมูลที่มาจากการวิจัยเป็นหลัก
กระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะเกิดประสิทธิผลดีก็เพราะทีมดำเนินงานเข้าใจถึงแก่นแท้ที่เป็นสาเหตุของปัญหาได้อย่างถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความรับผิดชอบของผู้นำทีมงานต้องทำการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มที่ควรเป็น
ข้อมูลที่แสดงให้เห็นแนวโน้มจะถูกใช้เพื่อการบ่งชี้ความชัดเจนของปัญหา
และสนับสนุนความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้เกิดขึ้น
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างรายการข้อมูลสำคัญซึ่งทีมผู้นำจะต้องทำการเก็บรวบรวม
วิเคราะห์และเผยแพร่ในรูปแบบที่เหมาะสมแก่การใช้ของผู้ที่มีส่วนได้เสียของโรงเรียน
ได้แก่ข้อมูลต่อไปนี้
- คะแนนผลการสอบข้อทดสอบมาตรฐาน
- ข้อมูลการมาเรียนและการขาดเรียน
- เปอร์เซ็นต์จำนวนผู้สอบไม่ผ่าน
- เปอร์เซ็นต์จำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม
- เปอร์เซ็นต์จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร
- จำนวนนักเรียนที่ชนะเลิศรางวัลต่าง ๆ
- จำนวนการติดต่อกับหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์
- อัตราการใช้และการยืมหนังสือของห้องสมุด
- จำนวนนักเรียนปัญญาเลิศที่ควรได้เข้าเรียน โปรแกรมพิเศษระดับสูงขึ้น
- จำนวนและนักเรียนที่จะต้องตกซ้ำชั้น
- จำนวนและเปอร์เซ็นต์ของนักเรียนที่ต้องสอนเสริม (เช่น ภาคฤดูร้อน)
- จำนวนที่นักเรียนติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษา
- อัตราผู้สำเร็จการศึกษา
- การติดตามผลผู้สำเร็จการศึกษา
- เปอร์เซ็นต์ของการเข้าร่วมแข่งขันต่าง ๆ ทางวิชาการเป็นต้น
ทีมงานผู้นำควรใช้ฐานข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์เหล่านี้เพื่อบ่งชี้ถึงจุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) สิ่งที่เป็นโอกาส (Opportunities) และที่เป็นภัยคุกคาม (Threats) ต่อโรงเรียน จากนั้นจึงนำไปสู่กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสร้างภาพใหม่ของโรงเรียน การพิจารณาตรวจสอบระบบความเชื่อของโรงเรียน การใช้คำถามที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คำตอบแบบลุ่มลึก มีการเก็บรวบรวม วิเคราะห์และแปลผลข้อมูลเพิ่มขึ้น ครูอาจารย์มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย ในขั้นตอนนี้ผู้นำแบบสร้างสรรค์จะต้องให้ความช่วยเหลือทีมงานของคณะครูในการเปลี่ยนแปลงจากข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศ จากนั้นจึงเผยแพรสารสนเทศดังกล่าวเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั่วทั้งโรงเรียน
ข้อมูลช่วยให้การตัดสินใจมีหลักการและเหตุผลที่ดี ทั้งนี้การที่เราจะเรียนรู้อะไรสักอย่างหนึ่ง เราจำเป็นต้องมีสารสนเทศเพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นก่อน เช่นเดียวกันในกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่มีคุณภาพ เป็นกลไกที่ใช้เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การได้สารสนเทศที่มีความถูกต้องเที่ยงตรง จากนั้นสารสนเทศจะถูกนำไปใช้ในระบบการทำงาน ซึ่งประเด็นนี้ Deming ปรมาจารย์ทางบริหารคุณภาพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่สำคัญที่สุด ของการเป็นผู้นำ โดยในการปรับเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ได้นั้น สมาชิกแต่ละคนตลอดจนทีมงานจะต้องทำการตรวจสอบกระบวนการทำงานได้ในทุกเรื่อง โดยมีการเก็บข้อมูลอย่างมีระบบและนำไปใช้สนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลนั้น ทีมงานครูอาจารย์ควรยึดหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
- ข้อมูลต้องทันสมัยและมีประโยชน์ พยายามหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ให้ประโยชน์น้อยและไม่ตรงกับประเด็นปัญหา
- เน้นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จซึ่งสามารถวัดได้ เช่น ดัชนีหลักที่บ่งชี้การปฏิบัติงาน (Key performance indicators หรือ KPI)
- สรุปย่อข้อมูลให้อยู่ในลักษณะที่ง่ายแก่การนำไปใช้ของทีมงาน
- ข้อมูลควรสามารถแบ่งปันกันใช้สำหรับทุกคนในโรงเรียน
- ข้อมูลต้องนำไปใช้ในกระบวนการปรับปรุงโรงเรียนเท่านั้น ห้ามมิให้นำสารสนเทศที่ได้ไปใช้เพื่อการข่มขู่หรือตำหนิติเตียนบุคคลใด
- จัดทำกฎระเบียบการเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลก่อนเริ่มดำเนินการ
- เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเพื่อตอบคำถามที่มีความสำคัญต่อทีมงาน
- ผู้นำแบบสร้างสรรค์กับการนำคณะครูตั้งวงสนทนา
ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบสร้างสรรค์ถือว่า การสนทนาเป็นกลไกที่มีความสำคัญและมีพลังยิ่งที่ทำให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขึ้น ปกติในชีวิตประจำวันของครูได้มีการสนทนาพูดคุยทั้งระดับสองคนและเป็นกลุ่มในเรื่องต่าง ๆ ที่สนใจร่วมกันอยู่แล้ว ผู้นำแบบสร้างสรรค์จะต้องเพิ่มความท้าทายด้วยการให้ข้อมูลสารสนเทศใหม่ ๆ แก่ครู พยายามจัดโอกาสให้เกิดการร่วมมือกันวางแผนและแก้ปัญหาด้วยกัน ช่วยส่งเสริมให้ครูมาร่วมสนทนาเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรงเรียน นักเรียน มีการพบปะเพื่อพูดคุยกันถึง เรื่องความเชื่อของการจัดการศึกษา เรื่องวิสัยทัศน์ พันธกิจ งานที่มอบหมายให้นักเรียนทำ ตลอดจนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนเมื่อจบจากโรงเรียน เป็นต้น การได้สนทนาในประเด็นเหล่านี้ นอกจากช่วยสร้างความเข้าใจดีต่อกันของคณะครูแล้ว ยังเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่นำมาสู่การปรับปรุงการสอนและการเรียนรู้ของโรงเรียน นอกจากนี้การแสดงความคิดเห็น (Ideas) และการมีข้อสารสนเทศ (Information) เพื่อการแสดงออกของครู โดยคนเหล่านี้จะใช้วิธีเดียวกันดำเนินการกับนักเรียนกล่าวคือคือ การสนทนาอย่างสร้างสรรค์เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดที่มีอยู่ในนักเรียนหรือในเพื่อนร่วมงานออกมาใช้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
ทักษะการเป็นผู้นำ
บันไดสู่ความเป็นผู้นำ
ภาวะผู้นำปริวรรต
ภาวะผู้นำแบบสร้างสรรค์


