สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>

คู่มือ อสม.กับการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต

๑. ความวิตกกังวล อาสาสมัครควรสอบถามสาเหตุที่ผู้สูงอายุรู้สึกวิตกกังวล เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็ให้คำแนะนำในการแก้ไข ถ้าผู้สูงอายุวิตกกังวลในเรื่อง คนอื่น เช่น ลูกหลาน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ก็ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุปรึกษา ญาติ หรือคนใกล้เคียง มาช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว

๒. ซึมเศร้า ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวเมื่อมีอารมณ์เศร้าเกิดขึ้น ให้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนฝูง ให้ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่พึงพอใจและเป็นประโยชน์

๓. นอนไม่หลับ แนะนำให้ผู้สูงอายุ ไม่ควรนอนกลางวันมากเกินไป ห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเทได้ง่าย จัดสถานที่นอนให้สะดวกสบาย ก่อนนอน นั่งสมาธิ หรือ อาจดื่มนมอุ่นๆหลีกเลี่ยง การดื่ม ชา กาแฟ ถ้านอนไม่หลับ ก็ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรให้เป็นประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้าอาการนอนไม่หลับยังคงอยู่เป็นเวลานาน แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์

๔. การระแวง ถ้าผู้สูงอายุมีอาการระแวง ควรแนะนำให้ลูกหลานพูดคุยปลอบใจ สร้างความมั่นใจว่า ไม่มีใครคิดปองร้าย และสิ่งแวดล้อมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ถ้าอาการระแวงมีมากขึ้นควรพาไปปรึกษาแพทย์

๕. ความจำเสื่อม แนะนำให้ผู้สูงอายุค่อยๆคุย ใช้เวลาคิด ถ้ายังนึกอะไรไม่ได้ให้ถามคนใกล้เคียง แนะนำให้ผู้สูงอายุจดบันทึกช่วยจำหรือจัดสิ่งของเข้าที่ให้เป็นระเบียบ

การเสริมสร้างความสุข ๕ มิติ

เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในผู้สูงอายุ

สุขสบาย หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพร่างกายให้มีสมรรถภาพร่างกายที่คล่องแคล่วมีกำลัง สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้ตามสภาพที่เป็นอยู่ มีเศรษฐกิจหรือปัจจัยที่จำเป็นพอเพียง ไม่มีอุบัติเหตุหรืออันตราย มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ ไม่ติดสิ่งเสพติด

วิธีการส่งเสริมให้เกิดความสุขสบายเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไว ได้แก่

๑. ออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การฝึกกายบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเคลื่อนไหว และควรออกกำลังกายให้ครบทุกส่วน ทุกข้อต่อของร่างกาย ทั้งนี้ การออกกำลังกายไม่ควรออกกำลังกายแบบรุนแรงและควรทำเป็นประจำทุกวัน วันละ ๑๕ –๓๐ นาที

๒. ขณะออกกำลังกายต้องฝึกการควบคุมการหายใจให้เป็นจังหวะตามการออกกำลังกาย โดยหายใจให้ลึกและผ่อนลมหายใจออกทางปาก ไม่กลั้นหายใจขณะออกกำลังกายเพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงได้

๓. หลังการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ไม่ควรหยุดแบบทันทีควรออกกำลังกายต่อ แต่ให้ช้าลงประมาณ ๕ – ๑๐ นาทีแล้วจึงหยุด

๔. ใช้แรงกายในชีวิตประจำวันและทำงานอดิเรกที่ชอบ เช่น กวาดบ้าน ทำสวน เป็นต้น

๕. ระมัดระวังการพลัดตกหกล้ม

สุขสนุก หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุในการเลือกวิถีชีวิตที่รื่นรมย์ สนุกสนาน ด้วยการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จิตใจสดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า

วิธีการส่งเสริมให้เกิดความสุขสนุกเพื่อคลายเครียด ได้แก่

๑. เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความสดชื่นและมีชีวิตชีวาอย่างสร้างสรรค์และดีงาม
๒. เล่นกีฬา ดนตรี ศิลปะ หรืองานอดิเรกที่ชอบ

สุขสง่า หมายถึง ความรู้สึกพึงพอใจในชีวิต ความภาคภูมิใจในตนเอง ความเชื่อมั่นในตนเอง ยอมรับนับถือตนเอง ให้กำลังใจตนเองได้ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีลักษณะเอื้อเฟื้อแบ่งปันและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม

วิธีการส่งเสริมให้เกิดความสุขสง่าเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจ ได้แก่

๑. พยายามช่วยเหลือตนเองในเรื่องง่ายๆ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับคนอื่น เช่น กิจวัตรประจำวัน งานบ้านเล็กๆน้อยๆ การดูแลเด็ก เป็นต้น

๒. ฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดีเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น ด้วยการไม่แทรกหรือขัดจังหวะขณะที่ผู้อื่นพูด ยกเว้นกรณีที่สงสัย และต้องฟังอย่างตั้งใจเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวเรื่องราว ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของผู้พูดขณะพูด เพื่อเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องที่ตนเองมีประสบการณ์

๓. ฝึกวิธีการตั้งคำถามเพื่อจะได้ใช้เป็นหัวข้อในการพูดคุยสนทนากับผู้อื่น อาจเริ่มต้นด้วยการชวนพูดคุยเรื่องที่ลูกหลานกำลังทำอยู่ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องข่าวสารที่กำลังเป็นประเด็น เพื่อจะได้ตามทันเหตุการณ์และโลกในปัจจุบันได้

๔. ไม่จู้จี้ขี้บ่น และระวังการใช้คำพูดที่รุนแรงที่อาจทำให้การสนทนาไม่สร้างสรรค์

๕. หากิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลิน ไม่หมกหมุ่นอยู่ความคิดเดิมๆ อาจเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบหรือกิจกรรมแปลกใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

๖. ช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆทั้งในครอบครัวและชุมชนตามศักยภาพที่ตนเองมี

สุขสว่าง หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจำความคิดอย่างมีเหตุผล การสื่อสาร การวางแผน และการแก้ไขปัญหาความสามารถในการคิดแบบนามธรรม รวมทั้งความสามารถในการจัดสารสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการส่งเสริมความสุขสว่างเพื่อชะลอความเสื่อมของสมองในด้านต่างๆ ได้แก่

๑. ฝึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ทำกิจกรรมด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด ทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่เคยทำ
๒. รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ หรือกลุ่มวัยอื่นๆ เพื่อพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
๓. ฝึกประสานระหว่างมือ ตา และเท้า ด้วยการฝึกหยิบจับวัตถุชิ้นเล็กๆ เช่น ร้อยลูกปัด นั่งปั้นกระดาษหนังสือพิมพ์ ๑ คู่ด้วยเท้าขณะดูทีวีให้กลมที่สุด เป็นต้น
๔. เล่นเกมส์ที่สามารถฝึกฝนด้านความจำหรือฝึกสมองได้ เช่น หมากรุก อักษรไขว้ ต่อคำ ต่อเพลง คิดเลข หรือการจดจำข้อมูลต่างๆ เช่น วัน เวลา สถานที่ บุคคล เบอร์โทร เป็นต้น
๕. ฝึกคิดแบบมีเหตุมีผล พยายามใช้เหตุผลตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ไตร่ตรองให้รอบคอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้ใครหลอกได้ อาจเริ่มจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วให้บอกเหตุผลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงมาใช้สนับสนุนหรือคัดค้าน หรือฝึกคาดคะเนความเป็นไปได้ของเหตุการณ์หรือข้อมูลโดยมีการนำข้อมูลที่เชื่อถือได้มาอ้างอิง

สุขสงบ หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุในการรับรู้-เข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์และสามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถผ่อนคลายให้เกิดความสุขสงบกับตนเองได้ รวมทั้งสามารปรับตัวและยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง

วิธีการส่งเสริมความสุขสงบเพื่อปรับความคิด บริหารจิตให้เกิดสติ สมาธิ ได้แก่

๑. นั่งในท่าที่สบาย ฝึกหายใจช้าๆลึกๆ ใช้กล้ามเนื้อกระบังลมบริเวณท้องช่วย โดยหายใจเข้าท้องป่อง นับเลข ๑ – ๔ กลั้นหายใจไว้นับ ๑ – ๔ และหายใจออกช้าๆ นับ ๑ – ๘ ให้ท้องแฟบ ทำซ้ำๆเมื่อรู้สึกเครียด หงุดหงิด โกรธ หรือไม่สบายใจ

๒. ฝึกคิดยืดหยุ่นให้มากขึ้น อย่าเข้มงวด จับผิดหรือตัดสินผิดถูกตนเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา รู้จักผ่อนหนักเป็นเบา ลดทิฐิมานะ รู้จักให้อภัยไม่ถือโทษโกรธเคืองและปล่อยวาง ชีวิตจะได้มีความสุขมากขึ้น

๓. ฝึกคิดแต่เรื่องดีๆ เช่น คิดถึงประสบการณ์ที่ดี คิดถึงความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมา คำชมเชยที่ได้รับ ความมีน้ำใจของเพื่อนบ้าน เป็นต้น

๔. ฝึกคิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าคิดหมกหมุ่นกับตนเองเท่านั้น เปิดใจให้กว้าง รับรู้ความเป็นไปของคนอื่น เริ่มต้นง่ายๆจากคนใกล้ชิดด้วยการใส่ใจช่วยเหลือ สนใจเอาใจใส่คนใกล้ชิดเราบ้าง จากนั้นหันกลับไปมองคนรอบข้างที่มีปัญหาหนักหน่วงในชีวิต

๕. ปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนา ทำสมาธิ เจริญสติ ภาวนา ละหมาด เป็นต้น

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย
บทบาท อสม.กับการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
องค์ความรู้เรื่องผู้สูงอายุที่ อสม. ควรรู้
การเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุทางเศรษฐกิจและสังคม
การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต
อาหารสำหรับผู้สูงอายุ
การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ
ความรู้เรื่องยาสำหรับผู้สูงอายุ
การป้องกันอุบัติเหตุและจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
การทำกายบริหาร(ยืดเหยียดกล้ามเนื้อสำหรับผู้สูงอายุ)
การบริหารร่างกายโดยใช้ไม้พลอง
ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
ปัญหาที่พบบ่อยและข้อแนะนำ
อสม. จะส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุตามกลุ่มได้อย่างไร
สิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-