สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

1. รัฐธรรมนูญสร้างรูปแบบการปกครอง

การปกครองแบบสาธารณรัฐ (Federation)

เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองจากเดิมเป็นแบบสมาพันธ์รัฐ (Confederation) มาเป็นรูปแบบ สหพันธ์รัฐ(Federation) ซึ่งมีรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่างๆ โดยรัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจกับรัฐบาลกลางในการดูแลเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศ เช่นการจัดเก็บภาษีอากร การใช้หนี้รัฐบาล การจัดการป้องกันประเทศ การกู้หนี้ยืมสิน การออกกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ และระหว่างมลรัฐต่างๆ การผลิตและกำหนดค่าของเงินตรา การจัดตั้งกองทัพและประกาศสงคราม การออกพระราชบัญญัติต่างๆ เหล่านี้รัฐธรรมนูญได้ให้อำนาจกับรัฐบาลกลางในการจัดการดูแล ส่วนรัฐบาลมลรัฐนั้นมีอำนาจในการจัดการภายในมลรัฐในเรื่องที่กฎหมายมิได้มีการกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐบาลกลาง และมิได้มีข้อห้ามสำหรับมลรัฐให้เป็นอำนาจของมลรัฐ หรืออาจเรียกว่าหลัก อำนาจที่ยังคงเหลือของรัฐ(Residual Power) แต่การดำเนินการใดๆของทั้งรัฐบาลของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐจะต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและยึดเป็นแนวปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งเป็นไปตามหลัก กฎหมายสูงสุด (Supremacy Clausc)
จัดรูปแบบของรัฐบาลแบบประธานาธิบดี (Presidential System)

โดยมีประธานาธิบดีเป็นผู้นำฝ่ายบริหารและเป็นประมุขของประเทศ ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง 2 ครั้ง โดยในครั้งแรกประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ที่จะไปทำการเลือกตั้งประธานาธิบดีและผู้ที่ได้รับเลือกจะไปลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง การปกครองแบบนี้ประธานาธิบดีมีอำนาจมาก การตัดสินใจทางการเมืองอยู่ในความรับผิดชอบของประธานาธิบดี ประธานาธิบดีไม่จำเป็นต้องฟังความคิดเห็นข้างมากของคณะรัฐมนตรี ถึงแม้การแต่งตั้งรัฐมนตรีจะต้องขอความเห็นชอบจากสภาซีเนตก็ตามประธานาธิบดี ประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีได้ตามความพอใจ

2. รัฐธรรมนูญสร้างระบบการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Power)

จากความเชื่อที่ว่าอำนาจทำให้คนเสื่อม หากรวมอำนาจไว้ที่เดียวจะยิ่งอันตราย ทำให้มีการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ส่วน ตามแนวความคิดของมองเตสกิเออ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ได้กำหนดให้

1. อำนาจนิติบัญญัติ
คือ อำนาจในการออกพระราชบัญญัติต่างๆ ซึ่งสถาบันที่ทำหน้าที่นี้คือ รัฐสภาหรือสภาคองเกรสโดยสภาคองเกรสนั้นประกอบด้วยสมาชิก 2 ส่วน คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี และสมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

2. อำนาจบริหาร
หมายถึงอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยสถาบันทางการเมืองที่มีหน้าที่ใช้อำนาจนี้ คือ ประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี โดยประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และมีอำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเอง

3. อำนาจตุลาการ
หมายถึง อำนาจในการตัดสินอรรถคดีความต่างๆ โดยสถาบันที่ใช้อำนาจนี้ คือ ศาล

3. รัฐธรรมนูญสร้างระบบตรวจสอบและคานอำนาจ (Checks and Balance)

นอกจากจะมีการแบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ส่วนแล้ว ยังมีการกำหนดให้มีการตรวจสอบและคานอำนาจกัน เช่น

- สภาคอเกรสมีอำนาจในการออกพระราชบัญญัติ แต่ประธานาธิบดีมีสิทธิยับยั้งพระราชบัญญัตินั้นได้ (Veto)
- ประธานาธิบดีมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้พิพากษาสูงสุดและคณะรัฐมนตรี แต่การเสนอเพื่อแต่งตั้งนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาเสียก่อน
- สภาคองเกรสมีสิทธิที่จะกล่าวโทษผู้พิพากษาได้เมื่อมีเหตุหรือมลทินมัวหมอง
- ศาลสูงสุดมีอำนาจที่จะประกาศว่ากฎหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญ

ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนี้เป็นตัวอย่างการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างกันของ 3 สถาบันหลัก คือ สถาบันนิติบัญญัติ สถาบันบริหารและสถาบันตุลาการ ซึ่งแม้ทั้ง 3 สถาบันจะมีอิสระในการทำหน้าที่ของตนแต่ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกควบคุมตรวจสอบโดยสถาบันอื่น เพื่อกันการใช้อำนาจในทางที่มิชอบ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ แต่ในบางครั้งหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลนี้ก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งของสถาบันเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันนิติบัญญัติและสถาบันบริหาร

4. รัฐธรรมนูญยึดหลักของการจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน

แนวความคิดทางการเมืองที่สหรัฐอเมริกานำมาใช้ในการปกครองประเทศนั้น คือ หลักการประชาธิปไตย ซึ่งมีหัวใจสำคัญ คือ เป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ดังนั้นการกำหนดรัฐธรรมนูญขึ้นมาบังคับใช้จะต้องยึดหลักนี้มาใช้ โดยเน้นว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศจะต้องเป็นตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง กล่าวคือ บุคคลเหล่านี้จะต้องได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม กล่าวคือ รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้สมาชิกสภาคองเกรสและประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ส่วนคณะรัฐมนตรีและผู้พิพากษาศาลนั้นมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม กล่าวคือ มาจากการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยผู้ร่างรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเป็นรัฐบาลที่เลวน้อยที่สุด

5. หลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ผู้ร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับหลัก สิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกานั้นได้บัญญัติข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสิทธิเสรีภาพไว้ เช่น ห้ามมิให้จับกุมราษฎรโดยไม่มีหมายจับ ต่อมาได้มีการบรรจุบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ในการพูด เขียน สิทธิในการมีปืนไว้ในครอบครอง สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาตามกระบวนการกฎหมายเมื่อถูกกล่าวหา เป็นต้น

บทสรุปรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

รัฐธรรมนูญประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกปัจจุบัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปในรูปแบบสหพันธ์รัฐ โดยมีการสร้างความสมดุลกันระหว่างอำนาจของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐ ซึ่งก่อให้เกิดความเป็นรัฐที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าในอดีต นอกจากนี้ได้มีการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย ออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งแต่ละอำนาจมีสถาบันที่ใช้อำนาจ คือ สภาคองเกรส ประธานาธิบดีและศาล ตามลำดับ

โดยทั้ง 3 สถาบันมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน โดยจุดมุ่งหมายหลักในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นนี้ก็เพื่อสร้างระบบการปกครองให้มีความเข้มแข็ง แต่ก็มิได้ละทิ้งความสำคัญในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังจะเห็นได้จากได้มีการข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในรัฐธรรมนูญไว้หลายข้อ ซึ่งถือเป็นการสร้างสมดุลได้ดีในเรื่องของประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามหลักการของกฎหมายมหาชน ซึ่งจากการศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกานี้จะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญไทยค่อนข้างมากในภาพรวมแต่จะมีความแตกต่างในลายละเอียด ซึ่งเราสามารถศึกษาประกอบไปกับการศึกษารัฐธรรมนูญของประเทศไทย จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
โครงสร้างอำนาจและการปกครองในรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส
รัฐธรรมนูญประเทศสหรัฐอเมริกา
สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
รัฐธรรมนูญประเทศเยอรมัน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-