สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

ประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2520 มีความยาวทั้งหมด 29 มาตรา เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยนักกฎหมายซึ่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินแต่งตั้งขึ้น โดยมีประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเหมือนฉบับที่ 7 และ 9 เพราะมีเนื้อหาสาระคล้ายกันมาก อาทิไม่ได้มีบทบัญญัติรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไว้อย่างแจ้งชัด และให้อำนาจพิเศษแก่นายกรัฐมนตรีไว้ในมาตรา 21 เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเด็ดขาดในการระงับหรือขจัดภัยพิบัติต่อความมั่นคงของชาติในทุกกรณี แต่รัฐบาลซึ่งมีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญถาวร ซึ่งจะใช้บังคับตลอดไป โดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้เสนอขอให้มีการแก้ไขสถานการณ์เป็นคราว ๆ ไป “ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์” ในแต่ละระยะ รวม 3 ระยะ ๆ ละ 4 ปี ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

“ในระยะสี่ปีแรกเป็นระยะฟื้นฟูเสถียรภาพของประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมือง ในระยะนี้สมควรให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะเดียวกันก็จะเร่งเร้าให้ประชาชนเกิดความสนใจและตระหนักในหน้าที่ของตน ในระยะสี่ปีที่สองสมควรเป็นระยะที่ให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินมากขึ้น โดยจัดให้มีรัฐสภาอันประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกมากจากการเลือกตั้ง และเท่าเทียมกัน ในระยะสี่ปีที่สามสมควรขยายอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรให้มากขึ้น และลดอำนาจของวุฒิสภาลงเท่าที่จะทำได้ ต่อจากนั้นไปถ้าราษฎรตระหนักในหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนที่มีต่อชาติบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยดีแล้ว ก็อาจยกเลิกวุฒิสภาให้เหลือแต่สภาผู้แทนราษฎร”

นอกจากนั้นมาตรา 28 ได้ยืนยันอีกว่า “ภายใน 4 ปี นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐสภาที่ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีสมาชิกมาจากการเลือกตั้งและวุฒิสภาซึ่งสมาชิกมากจากการแต่งตั้งและเพื่อกำหนดกิจการอื่นที่สอดคล้องกัน และจัดให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันครบกำหนดสี่ปีที่รัฐธรรมนูญใช้บังคับ”

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้อย่างแน่ชัดเพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาเท่านั้น และไม่มีบทบัญญัติอื่นใดในรัฐธรรมนูญนี้ให้อำนาจแก่สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในฐานะรัฐสภาเท่านั้น และไม่มีบทบัญญัติอื่นใดในรัฐธรรมนูญนี้ให้อำนาจแก่สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในฐานะรัฐสภาที่จะเปลี่ยนรัฐบาลได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ อาทิโดยการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า คณะรัฐมนตรีซึ่งตั้งขึ้นตามมาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญนี้สามารถที่จะอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดไปเป็นเวลาถึง 12 ปี โดยไม่มีใครเอาออกได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญนอกจากคณะรัฐมนตรีสมัครใจแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดอายุการดำรงตำแหน่งของคณะรัฐมนตรีเสียใหม่

เป็นที่แน่ว่าระยะเวลา 12 ปี หรือเพียง 4 ปี ย่อมจะนานเกินไปสำหรับนักการเมืองและประชาชนที่ต้องการเลือกตั้งและเปลี่ยนรัฐบาลโดยการเลือกตั้ง ซึ่งเคยใช้มาแล้วถึง 11 ครั้ง ตั้งแต่ 2476 เป็นต้นมา

ด้วยเหตุนี้ปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึงไม่อาจทำได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับนี้กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่มีอายุสั้นที่สุด คือใช้บังคับได้ยังไม่ครบปีดีก็ถูกคณะปฏิรูปฯในนามใหม่ว่า “คณะปฏิวัติ” ยกเลิกวันที่ 20 ตุลาคม 2520 ทั้ง ๆ คณะปฏิรูปฯ เองเป็นผู้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และตั้งใจไว้ว่าจะใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นแนวทางในการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้เกิดมั่นคงในชาติ และยังความผาสุกให้แก่ประชาชน โดยมีคณะปฏิรูปฯ ทำหน้าที่เสมือน “เปลือกหอย” คอยให้ความคุ้มครองและให้คำปรึกษาต่าง ๆ แก่รัฐบาลซึ่งมีฐานะเป็นเสมือน “เนื้อห้อย”

หลังจากประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 แล้ว คณะปฏิวัติได้จัดตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวขึ้นสำหรับใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ ในระหว่างที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร รายงานข่าวกล่าวว่ารัฐธรรมนูญชุดนี้ประกอบด้วยกรรมการ 8 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายพลเรือน 4 คน และทหาร 4 คน มีนายสมภพ โหตระกิจ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประธานมีหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญตามหลักการที่คณะปฏิวัติกำหนดไว้เพื่อเสนอให้คณะปฏิวัติพิจารณาก่อนนำเสนอขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ต่อไป รายงานข่าวกล่าวเช่นเดียวกันว่าคณะองคมนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ขอให้มีการแก้ไขปรับปรุงข้อความบางตอนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนนำขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในที่สุดคณะปฏิวัติก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวในตอนบ่ายของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” (ฉบับชั่วคราว)
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2516
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-