สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520

เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวเหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 (2502) และฉบับที่ 9 (2515) ซึ่งคณะปฏิวัติชุดก่อน ๆ ได้เป็นผู้ประกาศใช้ จึงมีชื่อเหมือนกันว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร” ซึ่งมีเจตนารมณ์เนื้อหาสาระของหลักการในการปกครองประเทศ ในระยะชั่วคราวก่อนมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเหมือนกัน จะมีข้อแตกต่างกันก็เฉพาะรายละเอียดบางประการเท่านั้น

ข้อที่เหมือนกัน

1. ธรรมนูญการปกครองทั้ง 3 ฉบับ เป็นเพียงเครื่องมือที่คณะปฏิวัติสร้างขึ้นเพื่อให้การใช้อำนาจปกครองเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญการปกครองทั้ง 3 ฉบับนี้ ไม่มีบทบัญญัติห้ามข้าราชการประจำเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองในขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีข้อห้ามทางกฎหมายระบุไว้อย่างแน่ชัด นายทหารประจำการ และข้าราชการประจำการจึงสามารถเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งในสภานิติบัญญัติในขณะเดียวกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

2. ธรรมนูญการปกครองทั้ง 3 ฉบับ ไม่ได้กำหนดหลักประกันเสรีภาพของประชาชนไว้อย่างแน่ชัดเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับถาวร นอกจากจะเพียงรับรองอำนาจอิสระของศาลในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเท่านั้น ทั้งนี้ก็คงจะเนื่องจากคณะปฏิวัติทั้งสามคณะเห็นว่าในระยะชั่วคราวนี้ประชาชนไม่ควรจะใช้สิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิเสรีภาพทางการเมือง นอกเหนือไปจากที่กฎหมายธรรมดารับรองไว้ ด้วยเหตุนี้ในระหว่างที่ธรรมนูญการปกครองใช้บังคับอยู่ ประชาชนจึงไม่อาจใช้สิทธิเสรีภาพการเมืองได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะมีกฎหมายออกมารับรองเป็นเรื่อง ๆ ไป

3. ธรรมนูญการปกครองทั้ง 3 ฉบับนี้ ให้อำนาจพิเศษแก่หัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรีไว้อย่างมากดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติในมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญการปกครองสองฉบับแรก และมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ซึ่งหนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่จะสั่งการหรือกระทำการใด ๆ ได้โดยชอบด้วยกฎหมายในเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็น “เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน หรือการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำอันเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศ หรือเป็นการบั่นทอนสุขภาพอนามัยประชาชน” ทั้งนี้ไม่ว่ากระทำนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันใช้รัฐธรรมนูญนี้

ส่วน ข้อแตกต่าง ระหว่างรัฐธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 และ 2515 กับฉบับ 2520 มีดังนี้ คือ

1. ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 กำหนดอายุของธรรมนูญไว้อย่างแน่นอนว่าจะใช้บังคับเพียงชั่วคราวจริง ๆ คือจะใช้บังคับได้ไม่เกินสิ้นเดือนเมษายน 2522 อันเป็นเวลาแน่นอนที่ธรรมนูญการปกครองกำหนดไว้ว่าจะต้องมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (มาตรา 11) ซึ่งข้อความนี้ไม่มีกำหนดไว้ในธรรมนูญการปกครองสองฉบับแรก ยังผลให้ธรรมนูญการปกครองฉบับปี 2502 ใช้บังคับเป็นเวลาเกือบ 9 ปี นานกว่ารัฐธรรมนูญถาวรเสียอีก

2. ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 กำหนดภารกิจให้แก่สภานิติบัญญัติทำการร่างรัฐธรรมนูญถาวรให้เสร็จโดยเร็ว โดยคำนึงถึงการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในปี 2521 นอกจากนั้น ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ยังได้บัญญัติไว้ด้วยว่า ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ให้ความเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญซึ่งร่างขึ้นมาใหม่เป็นครั้งที่สองในวาระที่หนึ่งหรือวาระที่สาม ก็ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งหมดพ้นจากตำแหน่ง และ “ให้คณะรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติยกร่างขึ้นไว้ หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เคยประกาศใช้มาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ และนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ” (มาตรา 11 และ 12) ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้ไม่มีบัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 ยังผลให้สภาร่างรัฐธรรมนูญในสมัยนั้นร่างรัฐธรรมนูญด้วยความล่าช้าเป็นเวลานาน 9 ปี

ในทำนองเดียวกัน ข้อความดังกล่าวไม่มีบัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองฉบับ 2515 ยังผลให้นิสิตนักศึกษาและประชาชนกลุ่มหนึ่งทำการเรียกร้องขอให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญโดยเร็ว และอย่างล่าช้าไม่เกิน 1 ปี นับแต่เดือนตุลาคม 2515 และแม้ว่ารัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร สัญญาว่าจะทำตามข้อเรียกร้อง แต่เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ยังผลให้รัฐบาลต้องลาออก และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในเวลา 1 ปีต่อมา ฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าบทบัญญัติมาตรา 11 และ 12 ของธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ช่วยป้องกันมิให้เกิดการถ่วงเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญหรือการเรียกร้องรัฐธรรมนูญขึ้นอีกเหมือนที่เกิดขึ้นในปี 2516

3. ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 รับรองฐานะคณะปฏิวัติให้มีฐานะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญองค์กรหนึ่งภายใต้ชื่อว่า “สภานโยบายแห่งชาติ” และมีฐานะเหนือกว่าคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่สำคัญเสียอีก กล่าวคือ นอกจากสภานโยบายแห่งชาติจะมีอำนาจหน้าที่ในการ “กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐ” (มาตรา 18) รวมทั้งให้ความเห็นชอบในการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรียังมีอำนาจหน้าที่อื่น ๆ อีก อาทิ มีอำนาจในการกราบบังคมทูลให้พระมหากษัตริย์แต่งตั้งหรือถอดถอนนายกรัฐมนตรีและแต่งตั้งสภานิติบัญญัติด้วย (มาตรา 21, 22 และ 23) ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 และ 2515 ที่เป็นเช่นนี้เพราะธรรมนูญการปกครองทั้งสองฉบับนั้นประสงค์ให้หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นหัวหน้าในการบริหารประเทศต่อไป จึงไม่จำเป็นต้องบัญญัติยกฐานะของคณะปฏิวัติไว้เหนือกว่าคณะรัฐมนตรี แต่ตามธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ประสงค์จะแยกคณะปฏิวัติกับคณะรัฐมนตรีออกจากกัน จึงจำเป็นต้องกำหนดฐานะของคณะปฏิวัติไว้สูงกว่าคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติ ทั้งนี้คงเพื่อให้คณะปฏิวัติสามารถควบคุมการบริหารประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะปฏิวัติตั้งไว้

4. ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 กำหนดการเปลี่ยนรัฐบาลไว้อย่างแน่ชัดว่า ให้ประธานสภานโยบายแห่งชาติ มีอำนาจกราบบังคมทูลให้พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการปลดนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งก็จะมีผลทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งไม่อาจทำได้โดยวิธีทางรัฐธรรมนูญ และจำเป็นต้องล้มเลิกรัฐธรรมนูญจึงจะเปลี่ยนรัฐบาลกันได้อีกดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วในระหว่างที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 (2519) แม้ว่าวิธีการเช่นนี้ไม่ได้บัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดในธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 และ 2515 แต่รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เคยยอมรับว่าแม้วิธีการเปลี่ยนรัฐบาลจะไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งในธรรมนูญการปกครองฉบับ 2515 แต่ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย สภานิติบัญญัติแห่งชาติอาจเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักฟอกคณะรัฐมนตรีและลงมติไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีได้

5. นอกจากธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 จะแตกต่างจากธรรมนูญการปกครองสองฉบับแรกในเจตนารมณ์และหลักการบางอย่างดังกล่าวแล้ว ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ยังแตกต่างจากธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 และ 2515 ในรายละเอียดย่อยดังต่อไปนี้ คือ

  • ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 27 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และสภานโยบายแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ให้นายกรัฐมนตรีขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากองค์กรใดอีก
  • ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนใดคนหนึ่ง ออกจากตำแหน่งตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถวายคำแนะนำตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (มาตรา 7) อันเป็นมาตรการที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2519 แต่ไม่ได้บัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 และ 2515 อาจกล่าวได้ว่าบทบัญญัติเช่นนี้จะทำให้สมาชิกสภานิติบัญญัติส่วนใหญ่คุมสมาชิกสภานิติบัญญัติส่วนน้อยได้อย่างเด็ดขาด
  • ธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 ไม่ให้สิทธิในการตั้งกระทู้ถามหรือเสนอร่างกฎหมายแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเหมือนกับธรรมนูญการปกครองฉบับ 2515 (รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9) จึงทำให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ในการควบคุมรัฐบาลได้น้อยมาก รวมทั้งไม่สามารถทำการริเริ่มร่างกฎหมายที่อาจเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ อันเป็นอำนาจหน้าที่สำคัญของสมาชิกรัฐสภาของประเทศประชาธิปไตยทั่วไป ซึ่งรัฐธรรมนูญของไทยฉบับอื่น ๆ แทบทุกฉบับยกเว้นธรรมนูญการปกครองฉบับ 2502 มอบอำนาจหน้าที่ไว้แก่สภานิติบัญญัติ จึงกล่าวได้ว่าธรรมนูญการปกครองฉบับ 2520 นำประเทศไทยย่อนกลับไปสู่การปกครองปี 2502 อีกครั้งหนึ่งเป็นเวลารวม 13 เดือนเศษก็ถูกยกเลิกไปเนื่องจากสภานิติบัญญัติได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่และประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2521

    « ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” (ฉบับชั่วคราว)
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2516
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-