สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540

การเข้าสู่อำนาจรัฐ

การเข้าสู่อำนาจรัฐหรือการได้อำนาจการเมืองในประเทศไทยในระยะที่ผ่านมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นไปโดยมิชอบ ตัวอย่างเช่น ผู้นำทางทหารที่มีความทะเยอทะยานทางการเมืองนิยมการใช้การปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจมาให้กลุ่มของตนหรือพวกพ้องรวม 10 ครั้งตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ยังผลให้การเมืองไทยวนอยู่ในวงจรเดิมตลอดเวลาโดยกลับมาเริ่มต้นด้วยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่กันบ่อย ๆ

ส่วนผู้นำทางการเมืองฝ่ายพลเรือนที่ต้องการได้อำนาจรัฐผ่านทางกระบวนการเลือกตั้งก็มักจะใช้วิธีการที่มิชอบด้วยกฎหมาย เช่น ใช้เงินซื้อเสียงหรือใช้วิธีการทุจริตต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ยังผลให้การเมืองของไทยกลายเป็นธุรกิจการเมืองที่มีความสกปรกและทุจริตคอรัปชั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปวิธีการเข้าสู่อำนาจรัฐเสียใหม่ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับอำนาจในการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของมหาชน และสามารถที่จะบริหารประเทศได้อย่างชอบธรรมและมีประสิทธิภาพ

ในส่วนที่เกี่ยวกับการเข้าสู่อำนาจรัฐโดยนักการเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้งและพรรคการเมืองนั้น รัฐธรรมนูญปัจจุบันได้ปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้งและระบบพรรคการเมืองอย่างมากดังนี้

1. ปฏิรูประบบเลือกตั้งทั้งระบบ

โดยเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาเป็นระบบเลือกตั้งแบบผสมคือแบบที่ใช้เขตเลือกตั้งแบบผสมคือแบบที่ใช้เขตเลือกตั้งขนาดเล็กที่ประชาชนมีสิทธิเท่ากันในการออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนได้เพียง 1 คน กับแบบกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนตามสัดส่วนของคะแนนเสียงที่ประชาชนทั้งประเทศลงให้กับพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เสนอชื่อผู้สมัครของตนไว้ในบัญชีของพรรค เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบัน กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนจากเขตเลือกตั้งต่าง ๆ จำนวน 400 คน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองให้มีเพียง 100 คน จึงทำให้สภาผู้แทนไทยมี ส.ส. รวมกัน 500 คน

ระบบเขตเดียวเลือกผู้แทนได้คนเดียว จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส. ที่มีคุณธรรมความดีเป็นที่ยอมรับของประชาชนในเขตเลือกตั้ง มีโอกาสมากขึ้นที่เอาชนะผู้สมัคร ส.ส. ที่มั่งมีเงินทองและใช้เงินซื้อเสียง เนื่องจากสามารถเดินหาเสียงได้ทั่วถึงในเขตเลือกตั้งขนาดเล็กโดยไม่ต้องใช้เงินจ้างหัวคะแนน

ในทำนองเดียวกันคนดีมีความสามารถเป็นที่รู้จักของประชาชนและเป็นที่ยอมรับ ย่อมมีโอกาสมากที่จะได้รับการเชื้อเชิญจากพรรคการเมืองต่างๆ ให้สมัครเป็น ส.ส. ในนามของพรรค และได้รับการจัดสรรลำดับที่ไว้ช่วงต้น ๆ ของบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรคการเมืองนั้น

2. จัดตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งเป็นองค์กรอิสระควบคุมและจัดการเลือกตั้ง

แม้จะมีความเชื่อกันว่า เขตเลือกตั้งขนาดเล็กอาจทำให้ผู้สมัครที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลสามารถเอาชนะผู้สมัครที่ยากจนและไร้อิทธิพลได้ง่ายโดยใช้อำนาจเงินซื้อเสียงและอิทธิพลมืดข่มขู่ประชาชน แต่ก็อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาคงไม่สามารถทำแบบนั้นได้สะดวกนัก เนื่องจากรัฐธรรมนูญใหม่ได้ตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งขึ้นเป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจควบคุมและจัดการเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย และมอบอำนาจอย่างครบวงจรทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการเพื่อจัดการและควบคุมการเลือกตั้งทุกระดับโดยเฉพาะระดับชาติให้สุจริต และเที่ยงธรรม ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติในหมวดที่ 6 ส่วนที่ 4 ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะกล่าวถึงเพียงมาตราที่สำคัญ ๆ บางมาตรา ดังนี้ คือ

มาตรา 136-143 ได้บัญญัติแนวทางการสรรหาคณะกรรมการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสซึ่งจะทำให้ได้กรรมการการเลือกตั้งที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความมั่นคงในการดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 7 ปี และมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งขึ้นตรงต่อประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินงานให้เป็นไปตามประกาศ ระเบียบ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ส่วนมาตรา 145 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญที่สุดกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้ดังนี้

1. ออกประกาศกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็นแก่การปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับคือ กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พรรคการเมือง การออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

2. มีคำสั่งให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ปฏิบัติการทั้งหลายอันจำเป็นตามกฎหมาย 4 ฉบับดังกล่าวแล้ว

3. สืบสวนข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว

4. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่ง หรือทุกหน่วยเลือกตั้ง เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

5. ประกาศผลเลือกตั้ง

3. ปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่ยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของการปกครองระบบประชาธิปไตย

โดยที่รัฐธรรมนูญ 2540 ยังคงยึดถือหลักการเก่าที่รัฐธรรมนูญ 2517 บัญญัติไว้เป็นครั้งแรกว่า ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ถือหลักการว่านักการเมืองที่ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐโดยการสมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีพรรคการเมืองสนับสนุน จึงมุ่งปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง บริหารงานอย่างโปร่งในตามหลักการพื้นฐานของการปกครองแบบประชาธิปไตย แทนที่จะปล่อยให้เป็นเครื่องมือของนักธุรกิจการเมืองซึ่งจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นเพื่อสำหรับใช้เป็นกลไกในการซื้อเสียง หรือกวาดต้อนนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์มาเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจรัฐ และใช้อำนาจรัฐแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเหมือนในสมัยก่อน ๆ อีกต่อไป

ด้วยเหตุนี้ในมาตรา 47 จึงบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน และเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองของประชาชน และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้นตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

การจัดองค์กรภายใน การดำเนินกิจการและข้อบังคับของพรรคการเมือง ต้องสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองซึ่งเห็นว่ามติหรือข้อบังคับในเรื่องใดของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกอยู่นั้นจะขัดต่อสถานะและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญนี้หรือขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสิทธิข้อร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับดังกล่าวขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มติหรือข้อบังคับนั้นเป็นอันยกเลิกไป

ในขณะเดียวกันมาตรา 156 วรรค 4 ยังได้ให้อิสระแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นสมาชิกพรรคในวันที่จะออกเสียงหรือแสดงความเห็นชอบในบุคคลดำรงตำแหน่งใดตามที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติของพรรคหรืออาณัติอื่นใด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ ส.ส. ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะผู้แทนปวงชนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยบริสุทธิ์ใจหากเห็นว่าพรรคของตนคำนึงถึงผลประโยชน์ของพรรคมากเกินไป

แม้บทบัญญัติในสองมาตราดังกล่าวต้องการคุ้มครองเสรีภาพของ ส.ส. แต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ก็คำนึงถึงความเข้มแข็งของระบบพรรคเพื่อประโยชน์ในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองในระบบรัฐสภาด้วย จึงได้บัญญัติไว้ในมาตรา 188(8) ว่า ส.ส. จะพ้นสมาชิกภาพผู้แทนหากลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกหรือ พรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกมีมติด้วยคะแนนเสียงที่ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองนั้นให้พ้นจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิก เว้นแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นได้อุธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่พรรคการเมืองมีมติค้านว่ามติดังกล่าวมีลักษณะตามมาตรา 47 วรรค 3 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวไม่มีลักษณะตามมาตรา 47 วรรค 3 (ไม่ขัดกับสถานภาพหรือการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หรือขัดกับหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย) ส.ส. ผู้นั้นต้องสิ้นสภาพการเป็นส.ส. แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับคำอุธรณ์ ส.ส. ผู้นั้นอาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” (ฉบับชั่วคราว)
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2516
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-