สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540

ศาลรัฐธรรมนูญ

ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 14 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภาจากบุคคล 4 กลุ่ม (มาตรา 255)

1. ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนห้าคน
2. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด โดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนสองคน
3. ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ซึ่งวุฒิสภาเลือกจากผู้ที่ได้รับการสรรหา จำนวนห้าคน
4. ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ ซึ่งวุฒิสภาเลือกจากผู้ที่ได้รับการสรรหา จำนวนสามคน

ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระอยู่ในตำแหน่ง 9 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว โดยอาจต้องออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระก็ได้ถ้ามีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์หรือถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง (มาตรา 255 และ 260) มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

1. วินิจฉัยตามที่สมาชิกสภาผู้แทนหรือสมาชิกวุฒิสภาหรือทั้งสองสภาร่วมกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาร้องขอให้ร่างพระราชบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เป็นโมฆะใช้บังคับมิได้

2. วินิจฉัยตามที่สมาชิกสภาผู้แทนหรือสมาชิกวุฒิสภาหรือทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคนร้องขอให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนี้เป็นโมฆะใช้บังคับมิได้

3. วินิจฉัยตามที่นายกรัฐมนตรีร้องขอให้ร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีข้อความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เป็นโมฆะใช้บังคับมิได้ (มาตรา 257)

4. วินิจฉัยให้ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามที่มีผู้ร้องขอว่ามีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะใช้บังคับมิได้ (มาตรา 263)

5. วินิจฉัยตามที่ศาลส่งมาให้พิจารณาว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่ามีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้เป็นโมฆะใช้บังคับมิได้ (มาตรา 264)

6. วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญที่องค์กรนั้นหรือประธานรัฐสภาส่งมาให้พิจารณาวินิจฉัย (มาตรา 266)

7. วินิจฉัยเรื่องต่างๆ ตามที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติไว้ว่าให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย เช่น วินิจฉัยตามที่สมาชิกพรรคการเมืองร้องขอให้มติหรือข้อบังคับใดของพรรคการเมืองขัดต่อสถานภาพและการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. หรือหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นโมฆะ ใช้บังคับมิได้ ดังได้เคยกล่าวแล้วในตอนก่อน (มาตรา 47 และมาตรา 118(8) )

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีฐานะเป็นศาลสูงสุดของประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ได้บัญญัติรับรองไว้ว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ” แต่ประชาชนก็ไม่สามารถใช้สิทธิฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งทำให้ศาลรัฐธรรมนูญห่างจากประชาชนทั่วไป แต่นับตั้งแต่ได้มีการสถาปนา “ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา” ขึ้นแล้วในปี 2543 ประชาชนธรรมดาอาจร้องขอต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 198 ส่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตนเห็นว่ามีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรม เพื่อให้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ขอให้ศาลส่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับกับคดีของตนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกต่อไป

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” (ฉบับชั่วคราว)
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2516
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-