สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

(Constitutionalism and Thai Constitutions)

ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
การบัญญัติ การบังคับใช้ และการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ กับการปกครองของประเทศอื่นๆ
รัฐธรรมนูญกับการปกครองของไทย
เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย
บรรณานุกรม

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540

ศาลยุติธรรม

คงมีสามชั้นเหมือนเดิม คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา แต่รัฐธรรมนูญ 2510 ได้แยกศาลให้เป็นสถาบันอิสระออกจากกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นฝ่ายบริหารโดยเด็ดขาด โดยมีหน่วยธุรการศาลยุติธรรมของตนเองที่เป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีต่างๆ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายปราศจากอิทธิพลทุกชนิด เพื่ออำนวยความยุติธรรมและพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน

นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญ 2540 ยังได้ปฏิรูปกระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีของศาลเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็วอีกด้วย เช่น มาตรา 236 บัญญัติว่า “การนั่งพิจารณาของศาลต้องมีผู้พิพากษาหรือตุลาการครบองค์คณะ และผู้พิพากษาหรือตุลาการซึ่งมิได้นั่งพิจารณาคดีด้วย จะทำคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยในคดีนั้นมิได้…” และมาตรา 241 บัญญัติว่า “ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยย่อมมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม” เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญ 2540 ยังได้เพิ่มบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้แก่วงการศาลยุติธรรมอีกด้วย โดยอนุญาตให้ผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมที่เกษียณอายุราชการแล้วมีสิทธิสมัครเข้ารับราชการต่อเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาอาวุโสพิจารณาพิพากษาคดีในศาลชั้นต้นได้จนถึงอายุ 70 ปี อีกด้วย (มาตรา 334 (2)

จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงสร้างของศาลยุติธรรม กระบวนการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีและบุคลากรของศาลยุติธรรมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2540 จะทำให้ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรในการประสานความยุติธรรมและเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถาบันตุลาการ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลากการอันเป็นอำนาจหนึ่งในสามของอำนาจอธิปไตย มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสถาบันที่ไม่มีความเกี่ยวพันกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเหมือนกับสถาบันนิติบัญญัติ และสถาบันบริหารซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของตุลาการที่มีอำนาจประกันความเป็นอิสระของตุลาการในสมัยที่ศาลยังสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นตุลาการหรืออดีตตุลาการและได้รับเลือกจากตุลาการด้วยกันเท่านั้น

โดยไม่มีกรรมการที่เลือกจากสถาบันอื่นที่เป็นตัวแทนของปวงชนร่วมเป็นกรรมการด้วยเลย ด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาตรา 274 (3) จึงบัญญัติให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการและได้รับเลือกจากวุฒิสภา เข้าร่วมเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมด้วย จึงทำให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมีจำนวนรวม 15 คน โดยเป็นกรรมการจากตุลาการในศาล 3 ชั้น 12 คน กรรมการที่ไม่เป็นตุลาการ 2 คน และประธานศาลฎีกา เป็นประธานโดยตำแหน่ง

« ย้อนกลับ | หน้าถัดไป »

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” (ฉบับชั่วคราว)
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 6 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 7 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2516
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 11 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 12 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2520
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 มีชื่อว่า “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร”
รัฐธรรมนูญฉบับที่ 15 มีชื่อว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-