ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจ

(Empowerment Theories)

การจำแนกแยกชั้นชน

ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจต้งอยู่บนพื้นฐานความคิดที่มองสังคมว่าประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ ที่ถูกจำแนกแยกแยะเป็นชั้นชน โดยแต่ละกลุ่มชั้นชนก็จะมีระดับของพลังอำนาจและการควบคุมทรัพยากรที่แตกต่างกัน การจำแนกแยกชั้นชนเป็นกระบวนการที่ประชาชนในสังคมจะถูกจัดเข้าเป็นกลุ่ม โดยเป็นไปตามลำดับชั้นที่ไม่เท่าเทียมในด้านต่างๆ ได้แก่ ความมั่นคงของทรัพย์สินเงินทองที่แตกต่างกัน อำนาจที่แตกต่างกัน เกียรติยศชื่อเสียงที่แตกต่างกัน ความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรที่แตกต่างกัน และโอกาสในชีวิตสังคมที่แตกต่างกัน

ถึงแม้ว่า ความไม่เสมอภาคเท่าเที่ยมจะเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ทว่าบางสังคมอาจจะมีแบบแผนของการจำแนกแยกชั้นชนที่มีความแตกต่างระหว่างชั้นชนน้อยและมีความยืดหยุ่นมาก ในขณะที่ในสังคมอื่นอาจจะมีความแตกต่างระหว่างชั้นชนค่อนข้างมาก สลับซับซ้อนและมีความแข็งนิ่งตายตัว – อย่างมาก โดยปกติ คนในสังคมจะถูกจำแนกแยกชั้นชน โดยอาศัยการพิจารณาความแตกต่างในด้านเพศสภาพ อายุ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา กลุ่มภาษา แบบแผน ความนิยมทางเพศ ความพิการ วรรณะ และชนชั้น

ชนชั้นทางสังคม (Social Classes) หมายถึง กลุ่มคนที่มีความเหมือนกันหรือแตกต่าง-ไม่เท่าเทียมกันในเรื่องความมั่งมีทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศ หรืออำนาจ ซึ่งการวัดชนชั้นทางสังคมมีปัญหามาก แม้ว่าจะมีนักวิจัยพยายามกำหนดมาตรการในการชี้วัดว่าใคร-ผู้ใดควรจะจัดให้อยู่ในชนชั้นใด ทว่าขอบเขตของแต่ละชั้นก็เป็นสิ่งที่แล้วแต่ใครจะมีอำนาจเป็นผู้กำหนดและยากที่จะหาคำนิยามของแต่ละชนชั้นให้ชัดเจนลงไป ในอดีตการชี้วัดความแตกต่างทางชนชั้นมักจะใช้วัฒนธรรมประเพณีที่มีมานานเป็นเครื่องกำหนดว่าใครอยู่ในชนชั้นใด ส่วนในสังคมยุคอุตสาหกรรมและยุคหลังอุตสาหกรรม การจำแนกแยกชั้นชนมาจากองค์ประกอบสี่ส่วนรวมกัน ได้แก่

(1) รายได้
(2) การศึกษา
(3) อาชีพการงาน และ
(4) ความมั่งมีของบุคคลนั้น

ต่อมานักทฤษฎีทางสังคมร่วมสมัยเสนอว่าต้องเพิ่มองค์ประกอบที่สำคัญคือ การเข้าถึงอำนาจทางการเมือง

การจำแนกชนนั้นยังมีความเกี่ยวเนื่องสนับสนุนกับปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ทำให้บุคคลด้อยโอกาสและไร้พลังอำนาจ ได้แก่ ปัจจัยด้านเชื้อชาติ เพศสภาพ อายุ ตลอดจนแบบแผนความนิยมทางเพศดังจะเห็นว่า คนในสังคมหนึ่งอาจถูกจำแนกแยกแยะทั้งในด้านชั้นชน เศรษฐกิจสังคมและอายุ หรือเชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ หรือแบบแผนทางเพศไปพร้อมๆ กัน บุคคลนั้นอาจจะเป็นชาวชนเผ่าที่ยากจนอายุน้อยและมีแบบแผนทางเพศเป็นคนรักร่วมเพศ บุคคลผู้นี้ก็จะตกอยู่ในภาวะที่ไร้พลังอำนาจและยากลำบากถึงสามสี่เท่าของบุคคลทั่วไป

ประวัติความเป็นมา
หลักสำคัญของแนวคิด
การจำแนกแยกชั้นชน
การกดขี่เอารัดเอาเปรียบ
ทฤษฎีสตรีนิยม
ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจในเกย์และเลสเบี้ยน
ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ประเด็นร่วมสมัย
การให้นิยามความหมายของการให้ความช่วยเหลือ
ประเด็นวิจารณ์
พลังทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ
ความสอดคล้องกับปัจเจก กลุ่ม ครอบครัว องค์กร สถาบันและชุมชน
ความสอดคล้องกับค่านิยมและจรรยาบรรณของการสังคมสงเคราะห์
ปรัชญาที่ใช้ค้ำยันทฤษฎี
ประเด็นวิธีวิทยาและข้อมูลประจักษ์
บทสรุป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-