ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจ

(Empowerment Theories)

ความสอดคล้องกับปัจเจก กลุ่ม ครอบครัว องค์กร สถาบันและชุมชน

เราจะเห็นได้ว่า ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจพยายามที่จะเชื่อมโยงระบบสังคมทั้งสามระดับคือ ระดับจุลภาค ระดับมัชฌิมภาค และระดับมหภาคเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ ทำงานกับปัจเจกบุคคล ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจย้ำเน้นให้เห็นว่าปัญหาส่วนบุคคลและทางออกที่ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องอยู่ในบริบทของพลังอำนาจทางสังคมการเมืองที่มีพลวัต การตระหนักในความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างปัญหาส่วนบุคคลและอุปสรรคเชิงโครงสร้างนั้นเป็นสาระสำคัญของทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจก็ว่าได้ ถึงแม้ว่า ความสนใจเบื้องแรกจะเป็นกลุ่มคนที่ถูกกดขี่ สาเหตุของการกดขี่ ผลกระทบจากการกดขี่ และทางออกของการกดขี่ ตลอดจนความไม่เสมอภาคเท่าเทียมนั้นล้วนสอดคล้องกับปัจเจก ครอบครัว องค์กร สถาบัน และชุมชนด้วยเช่นกัน การกระทำรวมหมู่อันจำเป็นที่จะต้องส่งผลสะเทือนต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถที่จะบังเกิดขึ้นได้ในทุกระดับที่กล่าวมา ดังนั้น การสร้างพลังอำนาจให้ปัจเจกก็มีความหมายและความสำคัญต่อการสร้างพลังอำนาจให้กับกลุ่มชนรวมหมู่เช่นกัน

ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจเสนอความท้าทายให้กับบริบททางการเมืองและสังคมของการบริการทางสังคม โดยปกติองค์กรในระบบราชการ (bureaucracy) นั้นมีธรรมชาติการดำเนินงานที่เน้นการให้บริการที่เป็นมาตรฐานและกระบวนการดำเนินงานที่เป็นทางการ อันสะท้อนทรรศนะครอบงำทางการเมืองอย่างชัดเจน และยากที่จะนำไปประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของกลุ่มคนที่กดขี่ มีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า องค์กรบริการสังคมนั้นมีอุปสรรคข้อจำกัดในการสร้างพลังอำนาจให้ทั้งกับผู้ใช้บริการและคนทำงานขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น ระบบอุปถัมภ์ (Paternalistic System) ยังเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดการไร้พลังอำนาจและการพึ่งพิง

ในระดับมหภาค ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในระดับมหภาคจำเป็นต้องเชื่อมโยงระดับบุคคลและระดับระหว่างบุคคลไปสู่ระดับการเมืองให้ได้ ความเข้าใจในชุมชนองค์กร และสถาบันสังคมมีความจำเป็นต่อการสร้างภาคีความร่วมมือ ชุมชนองค์กรและผลสะเทือนต่อนโยบายสังคม การสร้างพลังอำนาจจะสั่งสมและพัฒนาไปเป็นพลังรวมหมู่เมื่อประชาชนเข้ามาร่วมดำเนินการเอาชนะอุปสรรคและสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ประวัติความเป็นมา
หลักสำคัญของแนวคิด
การจำแนกแยกชั้นชน
การกดขี่เอารัดเอาเปรียบ
ทฤษฎีสตรีนิยม
ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจในเกย์และเลสเบี้ยน
ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ประเด็นร่วมสมัย
การให้นิยามความหมายของการให้ความช่วยเหลือ
ประเด็นวิจารณ์
พลังทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ
ความสอดคล้องกับปัจเจก กลุ่ม ครอบครัว องค์กร สถาบันและชุมชน
ความสอดคล้องกับค่านิยมและจรรยาบรรณของการสังคมสงเคราะห์
ปรัชญาที่ใช้ค้ำยันทฤษฎี
ประเด็นวิธีวิทยาและข้อมูลประจักษ์
บทสรุป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-