Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

กล้วยไม้หอม

ระพี สาคริก

     ธรรมชาติของเมืองไทยโดยทั่วไป มีพรรณไม้พื้นบ้านอย่างหลากหลาย พรรณไม้ที่มีกลิ่นหอมได้เข้าไปอยู่ในวิญญาณคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน ดังจะพบได้จากวรรณกรรมต่างๆ รวมถึงร้อยกรองและเนื้อเพลงพื้นบ้าน ที่สะท้อนให้เห็นความงามของพรรณไม้ท้องถิ่น โดยเฉพาะดอกไม้นานาชนิด นอกจากนั้นยังกล่าวถึงกลิ่นหอมซึ่งผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตไทยอย่างลึกซึ้ง

กล้วยไม้เป็นพันธุ์ไม้กลุ่มหนึ่ง ซึ่งหากมองจากรากฐานจิตใจคน ไม่เพียงคนไทยเท่านั้นแม้กระทั่งจากมุมต่างๆ ของโลก ทำให้รู้สึกว่าคล้ายมีมนต์ขลังที่สามารถดึงดูดจิตใจได้อย่างลึกซึ้ง จึงทำให้คนหลายชาติรวมทั้งหลายอาชีพเข้ามาร่วมกัน ณ จุดนี้ได้

หากมองภาพรวมของกฎเกณฑ์ด้านพฤกษศาสตร์ คงกล่าวได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่มีธรรมชาติขึ้นอยู่บนพื้นดินไปจนกระทั่งถึงพันธุ์ซึ่งขึ้นอยู่บนต้นไม้ แต่ก็หาใช่ว่าจะดำรงชีพแบบกาฝาก (parasite) ที่อาศัยเกาะกินอาหารจากต้นไม้ไม่

ถ้าจะมองถึงความหลากหลาย ทั้งในด้านรูปลักษณะและอุปนิสัย เราจะพบได้ว่า กล้วยไม้เป็นพันธุ์ไม้ที่มีลักษณะและอุปนิสัยแตกต่างกันอย่างกว้างขวาง ในด้านกลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ ก็ใช่ว่าไม่อาจเรียกร้องความสนใจให้ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสจากธรรมชาติ แต่กลับมีส่วนร่วมเสริมสร้างความรู้สึกภายในจิตวิญญาณให้กับผู้มีโอกาสสัมผัสอย่างลึกซึ้ง

อนึ่ง ทุกชีวิตซึ่งดำรงอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากมีเหตุผลอยู่บนพื้นฐานตัวเองแล้ว อีกด้านหนึ่งย่อมมีการพึ่งพาซึ่งกันและกันร่วมด้วย ทั้งนี้และทั้งนั้นเพื่อให้ธรรมชาติของโลกมีความสมบูรณ์ครบถ้วน

สำหรับกล้วยไม้โดยทั่วไป การสืบพันธุ์เท่าที่ผ่านพ้นมาแล้วในอดีตจนกระทั่งถึงในขณะนี้ มีการพึ่งพาอาศัยชีวิตอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาศัยแมลงบางชนิด นอกจากนั้นคนน่าจะเป็นชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งกล้วยไม้อาศัยใช้เป็นเครื่องมือสืบพันธุ์ร่วมด้วย

ในเมื่อระบบการสืบพืชพันธุ์ของกล้วยไม้จำเป็นต้องอาศัยชีวิตอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมเกสรซึ่งอาศัยแมลงบางชนิด ดังนั้นภายในองค์ประกอบของดอกกล้วยไม้จึงจำเป็นต้องมีสิ่งล่อแมลงเพื่อให้มาใช้ประโยชน์ แม้ช่วงหลังๆ เราพบว่า คนหลากหลายความคิดและอาชีพได้ให้ความรักความสนใจแก่กล้วยไม้กว้างขวางมากขึ้น คนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยผสมเกสร อีกทั้งยังมีส่วนร่วมทำให้เกิดพันธุ์กล้วยไม้ที่ใหม่และแปลก กว้างขวางออกไปอย่างรวดเร็ว

ลักษณะสำคัญที่มีผลล่อแมลง น่าจะได้แก่ความสวยงามอย่างมีชีวิตชีวาและกลิ่นจากดอกกล้วยไม้ ทำให้พบว่าดอกกล้วยไม้บางชนิดมีทั้งความสวยงามและมีกลิ่นหอม บางชนิดมีความสวยงามอย่างเดียว และมีบางชนิดที่มีกลิ่นหอมแต่มีสีสันที่เรียกร้องความสนใจไม่มากนัก

สำหรับจำพวกที่มีกลิ่นหอม บางชนิดอาจส่งกลิ่นหอมเฉพาะช่วงเวลาเช้า บางชนิดก็ส่งกลิ่นหอมในช่วงเวลาบ่ายไปจนกระทั่งถึงเย็นและค่ำ แต่ก็มีบางชนิดที่ให้กลิ่นหอมตลอดทั้งวัน รูปลักษณะ สีสัน และกลิ่นหอม ล้วนมีผลทำให้ดอกกล้วยไม้มีพลังเย้ายวน ซึ่งไม่เพียงแมลงเท่านั้น แม้มนุษย์แต่ละคนซึ่งถือเป็นชีวิตลักษณะหนึ่งที่อยู่ในธรรมชาติก็ยังตกเป็นทาสความเย้ายวนของดอกกล้วยไม้ด้วยเช่นกัน

จากประสบการณ์เท่าที่ผ่านมาแล้ว ทำให้พบความจริงว่าช่วงหลังๆ เมื่อมีการจัดงานแสดงกล้วยไม้ขึ้นในมุมต่างๆ ของโลก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ มักมีการแยกประเภทกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมออกมาไว้เป็นมุมหนึ่งโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ชีวิตคลุกคลีอยู่กับกล้วยไม้มาแล้วอย่างกว้างขวาง ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วกล้วยไม้ส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาดังกล่าว แสดงให้รู้ว่าคนเริ่มสนใจกลิ่นหอมของกล้วยไม้กว้างขวางมากขึ้น

กล้วยไม้ส่วนใหญ่ที่อยู่บนพื้นฐานความหลากหลายและปริมาณหนาแน่นมากที่สุด อยู่ในเขตร้อนของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นแผ่นดินที่มีความเป็นมาช้านานพอสมควรแล้ว เช่นในทวีปอเมริกา ทวีปเอเชีย รวมถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก แม้ทวีปแอฟริกาบนพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก

กล้วยไม้เป็นพืชกลุ่มหนึ่งที่สามารถปรับตัว รวมถึงรูปลักษณะและอุปนิสัย ให้สอดคล้องกันกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติของแต่ละแหล่งกำเนิดได้อย่างอิสระ

ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีกล้วยไม้พันธุ์ธรรมชาติอย่างหลากหลาย นับตั้งแต่ชนิดที่พบขึ้นอยู่บนพื้นดินไปจนกระทั่งชนิดซึ่งขึ้นอยู่บนต้นไม้ในสภาพที่ได้รับแสงแดดอย่างเต้มที่

ดังนั้นในประเด็นกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอม ดินแดนแห่งนี้จึงสามารถพบได้หลายชนิด มีบางชนิดที่เข้าไปผสมกลมกลืนอยู่กับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างน่าสนใจ ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมาแต่อดีตกาล อีกทั้งยังมีเรื่องราวเชื่อมโยงไปถึงประเพณีนิยมภายในท้องถิ่นซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอีกด้วย

 

ชนิดแรกที่ขออนุญาตหยิบยกมาเป็นตัวอย่างได้แก่ เอื้องสามปอย (Vanda denisoniana) ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ และออกดอกเริ่มต้นแต่ปลายฤดูฝนไปจนถึงต้นฤดูร้อน ในบรรดาเอื้องสามปอย มีอยู่พันธุ์หนึ่งซึ่งคนท้องถิ่นภาคเหนือนิยมเรียกชื่อว่า เอื้องสามปอยหลวง ดอกมีสีเหลืองอมสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมเย็นชวนดมมากและเป็นพันธุ์ที่หายาก

เนื่องจากภาคเหนือเป็นดินแดนเกษตรกรรมที่สมบูรณ์มาแต่อดีต นอกจากนั้นยังมีกล้วยไม้ป่าอยู่ตามธรรมชาติอย่างหลากหลายด้วย หลังเสร็จฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว เกษตรกรนิยมพักผ่อน โดยจัดกิจกรรมทำบุญเข้าวัด งานวัด ภาษาชาวเหนือเรียกกันว่างานปอย คำว่าหลวงหมายถึงใหญ่ ดังนั้น เอื้องสามปอยหลวงจึงหมายความว่า ให้ดอกบานทนได้นานถึงช่วงสามงานวัดติดต่อกัน

อนึ่ง มีการกล่าวขานกันในระหว่างชาวบ้านว่า เอื้องสามปอยหลวงส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงเวลาบ่ายไปจนถึงเย็นและค่ำ นอกจากนั้นกลิ่นของเอื้องสามปอยหลวงยังกระจายไปไกลอีกด้วย

อีกกรณีหนึ่ง ได้แก่เอื้องแซะ (Dendrobium scabrillingae) ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในระดับพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือ คนพื้นบ้านภาคเหนือทราบกันดีว่า แหล่งกำเนิดของเอื้องแซะ อยู่ที่อำเภอแม่เสรียง ภายในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เอื้องแซะได้เข้ามาใช้ในประเพณีนิยมของชาวเมืองเหนือมาเป็นเวลาช้านาน ฤดูดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้อยู่ในช่วงฤดูที่มีอากาศเย็นไปจนกระทั่งถึงฤดูร้อน

จากหลักฐานเท่าที่ปรากฏพบว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสภาคเหนือ มีชาวเขาเผ่าลั๊วะ นำกล้วยไม้เอื้องแซะขึ้นทูลเกล้าถวาย ทั้งนี้และทั้งนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ากล้วยไม้ชนิดนี้ ชาวเหนือนิยมใช้ในประเพณีรดน้ำดำหัว เพื่อ คาราวะผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพรักอย่างสูง ดังจะพบได้จากประเพณีวันขึ้นปีใหม่และวันสงกรานต์ มีกล้วยไม้พื้นบ้านของไทยที่มีกลิ่นหอมอย่างหลากหลาย ณ โอกาสนี้ใคร่ขอหยิบยกเอากล้วยไม้บางกลุ่มซึ่งมีความสวยงามในสายตาคนทั่วไปมาเป็นตัวอย่าง

กล้วยไม้ช้าง (Rhynchostylis gigantea) กล้วยไม้ชนิดนี้มีประวัติความเป็นมาในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน เมื่อประมาณร่วม 100 ปีมาแล้ว วงการกล้วยไม้ของไทยซึ่งขนาดนั้นเริ่มต้นขึ้นในกรุงเทพฯ ระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีฐานันดรและพ่อค้าข้าราชการระดับสูงกล้วยไม้ช้างได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ

กล้วยไม้ชนิดนี้ มีลักษณะช่อดอกยาวคล้ายหางกระรอก (foxtail) ในแต่ละช่อมีดอกไม่ต่ำกว่า 50 ดอก พื้นกลีบสีขาว ประจุดเล็กๆ สีม่วงอ่อน (amethyst purple) ฤดูดอกอยู่ระหว่างช่วงเริ่มต้นของอากาศเย็น ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีกลิ่นหอมค่อนข้างแรง

ภายในชนิดเดียวกันยังมีบางต้นที่ให้สี (amethyst purple) ทั้งดอกซึ่งเรียกกันว่า ช้างแดง กับมีบางต้นให้ดอกสีขาวบริสุทธิ์ที่เรียกกันว่า ช้างเผือก แต่ทั้งสองแบบหาจากธรรมชาติได้ยากมาก

ระหว่างช่วงปี พ.ศ.2502-2503 ในช่วงเดือนมกราคม องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงต้อนรับพระราชาธิบดีแห่งประเทศสวีเดนกับประเทศเบลเยี่ยม พระองค์ท่านได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงกล้วยไม้พื้นบ้านของไทยถวายการต้อนรับขึ้น ณ อาคารสันทนาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล้วยไม้ช้างได้ทำหน้าที่ในระหว่างช่วงนั้นอย่างสวยงามมาก อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมตลบไปทั่วบริเวณอาคาร ซึ่งตั้งโต๊ะเสวยสุธารส ณ โอกาสนั้นด้วย

พวงมาลัยหรือไอยเรศ (Rhynchostylis retusa) เป็นกล้วยไม้พันธุ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับกล้วยไม้ช้าง มีลักษณะช่อดอกและดอกคล้ายคลึงกัน แต่ให้ช่อดอกยาวกว่า นอกจากนั้นฤดูดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้ จะบานรับกันกับเดือนเมษายนซึ่งมีอากาศค่อนข้างร้อนมาก นับเป็นกล้วยไม้หอมอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่คิดนำกล้วยไม้มาปลูกติดกับต้นไม้ในบริเวณสวนภายในบ้าน เพื่อความสวยงามแบบธรรมชาติ

เขาแกะ (Rhynchostylis coelestis) เป็นกล้วยไม้อีกชนิดหนึ่งซึ่งทางวิชาการ พฤกษศาสตร์จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่กล้วยไม้ชนิดนี้มีช่อดอกตั้งแข็งแทนที่จะโน้มห้อยอย่างสองชนิดแรก พื้นของดอกมีสีขาว ปลายกลีบดอกมีสีม่วงปนสีฟ้า (blueish purple) ออกดอกระหว่างเดือนพฤษภาคม เป็นกล้วยไม้ที่มีความทนทานกับความแห้งแล้งได้อย่างดี นอกจากนั้นยังมีกลิ่นหอมค่อนข้างแรงด้วย

ยังมีกล้วยไม้หอมที่น่าสนใจอีกสกุลหนึ่งคือ เอื้องกุหลาบ (Aerides) กล้วยไม้ชนิดต่างๆ ที่พบในสกุลนี้ส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม

ยังมีกล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium) ประเภทเอื้องต่างๆ ซึ่งพบอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณเทือกเขาที่มีระดับความสูงต่างๆ กันเช่น เอื้องผึ้ง (Dendrobium aggegatum) เอื้องคำ (Dendrobium chrysotoxum) และเอื้องม่อนไข่ (Dendrobium thyrsiflorum) และเอื้องสายชนิดต่างๆ (Dendrobium in section eugemanthe) ชนิดต่างๆ ที่มีกลิ่นหอม

บรรดากล้วยไม้กลิ่นหอมเหล่านี้ เท่าที่พบเห็นอยู่ในธรรมชาติ แม้กระทั่งการนำมาปลูกไว้ตามต้นไม้ในบริเวณบ้านมักมีแมลงมาช่วยผสมเกสรจนกลายเป็นของธรรมดา

สิ่งที่กล่าวมาแล้วเป็นเพียงตัวอย่างจากกล้วยไม้ที่มีกลิ่นหอมซึ่งพบได้ทั่วไปในสภาพธรรมชาติของเมืองไทย ยิ่งเป็นช่วงฤดูร้อน ดูเหมือนกล้วยไม้ประเภทที่มีกลิ่นหอมจะออกดอกบานสะพรั่ง คล้ายกับว่าท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน คนท้องถิ่นจะได้รับทั้งความสวยงามร่วมกับกลิ่นหอมจากดอกกล้วยไม้ นับเป็นสิ่งทดแทนทางจิตใจที่ธรรมชาติมอบให้ไว้แก่คนไทยได้เป็นอย่างดี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com