Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

ปรัชญาอินเดีย

อภิปรัชญา

อภิปรัชญาของเชนมีลักษณะเป็น พหุสัจนิยม หรือสัมพุทธสัจนิยม ซึ่งมีทฤษฎีที่สำคัญเรียกว่า “อเนกันตวาท” ตามหลักอภิปรัชญา เชน เรียกวัตถุว่า ปุทคละ และวิญาณว่า ชีวะ เชนกล่าวว่า สิ่งแท้จริงทั้งที่เป็นวัตถุและชีวะมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน แต่ละสิ่งของสิ่งแท้จริงนี้มีคุณลักษณะเป็นของตนเอง สิ่งทั้งหลายต่างเป็นจริงโดยสภาพของมันเอง วัตถุ ประกอบขึ้นด้วยปรมมาณูจำนวนมากนับไม่ถ้วน วิญาณหรือชีวะก็มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ชีวะได้แก่ วิญาณ มิได้รวมถึงร่างกาย แม้ว่าร่างกายเป็นที่สิงสถิตย์อยู่ของวิญาณก็ตาม ชีวะมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน มีอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วสากลจักรวาล มีทั้งสิงสถิตย์อยู่ในร่างกายและล่องลอยอยู่โดยปราศจากร่างกาย

ปรัชญาเชน กล่าวว่า คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของชีวะทั้งหมดนี้คือ สัมปชัญญะ ชีวะทุกชนิดทุกระดับมีสัมปชัญญะ แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอนูกรรมที่ห่อหุ้มชีวะอยู่ ถ้าอนูกรรมห่อหุ่มชีวะมาก ชีวะก็แสดงสัมปชัญญะออกมาได้น้อย เพราะมีสิ่งขัดขวางมาก และถ้าอนูกรรมห่อหุ่มชีวะน้อย ชีวะก็แสดงสัมปชัญญะออกมามาก เพราะมีสิ่งขัดขวางมาก โดยดั่งเดิมชีวะมีคุณสมบัติหรือมีคุณลักษณะเหมือนกันหมด มรศรัทธา ความรู้ ความสุข ความเพียรเป็นอนันต์ แต่สิ่งที่ทำให้ชีวะแตกต่งกันก็เพราะ พัทธชีวะ ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎสงสาร เชน ถือว่าชีวะเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้ ไม่แตกดับไม่เปลี่ยนแปลง แต่การที่ชีวะต้องมาติดข้องเวียนว่ายตายเกิดในสภาพของชีวิตที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง เพราะผลของกรรมเก่าที่ทำไว้ จุดมุ่งหมายของเชนคือทำลายกรรมเก่าให้หมดสิ้นไป และไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มขึ้น เมื่อทำได้สำเร็จ ชีวะก็ได้ชื่อว่า “เปลื่องตนพ้นจากพันธนาการทั้งปวง”

อชีวะ ในความหมายของเชน ได้แก่สิ่งที่ไม่มีชีวิตและปราศจากสัมปชัญญะ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ

1. วัตถุ (ปุทคละ) หมายถึงสิ่งที่มีรูปร่าง มองเห็นได้ และสัมผัสจับต้องได้ วัตถุ (ปุทคละ) มีคุณสมบัติที่สำคัญ 4 ประการคือ สัมผัสได้ มีสี มีกสิ่น และมีรส

2. ที่ว่าง (อากาศะ) อากาศหรือที่ว่างนี้เป็นสสารชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ และไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

3. เวลา (กาละ) เป็นสิ่งที่ไม่มีขอบเขตจำกัด

4. การเคลื่อนไหว (ธรรมะ)

5. การหยุดนิ่ง (อธรรมะ)

โมกษะ เชนกล่าวว่า กิเลส ตัณหาเกิดขึ้นมาได้เพราะอวิชชา คือความไม่รู้แจ้งในธรรมมชาติอันแท้จริงของงชีวะและธรรมชาติของสิ่งอื่น ๆ บุคคลผู้ที่จะทำลายอวิชชาและบรรลุโมกษะได้นั้น ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ประการ คือ

  1. สัมมาทัสสนะ คือมีศรัทธาที่ถูกต้องเชื่อมั่นในคำสอนของตีรัตถังกร ซึ่งเป็นศาสดาผู้เข้าถึงความหลุดพ้นแล้ว
  2. สัมมาญญาญะ คือมีความรู้เกี่ยวกับความจริงตามหลลักคำสอนของศาสดา ของศาสนาเชน
  3. สัมมาจริตะ คือ มีความประพฤติชอบ ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาเชน

 

การแบ่งยุคของปรัชญาอินเดีย
ปรัชญาอินเดียสายอาสติก
ปรัชญาอินเดียยุคพระเวท
ปรัชญาอุปนิษัท
ปรัชญาภควัทคีตา
ปรัชญาอินเดียยุคระบบทั้ง 6
ปรัชญานยายะ
ปรัชญาไวเศษิกะ
ปรัชญาสางขยะ
ปรัชญาโยคะ
ปรัชญามีมามสา
ปรัชญาเวทานยะ
อทไวตะ เวทานตะ
ปรัชญาวิศิษทไวตะ เวทานตะ
พระเจ้าหรือพรหมัน
โมกษะ
ปรัชญาทไวตะ เวทานตะ
ปรัชญาอินเดียสายนาสติกะ
ปรัชญาเชน
ญาณวิทยา
อภิปรัชญา
จริยศาสตร์
ปฏิจจสมุปบาท
โมกษะหรือนิพพาน
นิกายทางพุทธศาสนา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com