ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์ >>

ปรัชญาอินเดีย

จริยศาสตร์

ปรัชญาเชนเป็นอเทวนิยม ปฏิเสธพระเวท และพิธีกรรมมต่าง ๆ ของพราหมณ์ ปฏิเสธพระเจ้าสูงสุด แต่เน้นการปฏิบัติเป็นสำคัญ ข้อปฏิบัติหรือ “ประณิธาน” ของเชนนั้นเรียกว่า “พรต” แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ

  1. อนุพรต เป็นข้อปฏิบัติสสำหรับคฤหัสถ์ เป็นขั้นพื้นฐาน
  2. มหาพรต เป็นข้อปฏิบัติขั้นสูงหรืออุกฤต สำหรับนักบวช

“ประณิธาน” หรือ “พรต” ของเชนมี 5 ประการ คือ

  1. อหิงสา งดเว้นจากการประทุษร้าย การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทั้งทาง กายย วาจา ใจ
  2. สัตยะ การรักษาความสัตย์ คือไม่กล่าวเท็จ รวมถึงคำพูดไพเราะน่าฟัง และก่อประโยชน์แก่ผู้ฟัง
  3. อัสเตยะ งดเว้นจากการขโมย หรือถือเอาสิ่งของที่ผู้อื่นไม่ได้ให้ รวมไปถึงไม่คดดกงโดยวิธีต่าง ๆ ทั้งทาง กาย วาจา ใจ
  4. พรหมจริยะ การไม่ประพฤติผิดทางกาม หรือทางประเวณีทุกชนิด ทั้งทาง กาย วาจา ใจ ข้อนี้เป็นข้อปฏิบัติของคฤหัสถ์ ส่วนข้อปฏิบัติของนักบวช คือการรักษาพรหมจรรย์ งดเว้นเกี่ยวกับทางเพศสัมพันธ์ โดยสิ้นเชิง
  5. อปริครหะ การไม่โลภ ไม่ยึดมั่นติดอยู่ในสิ่งใดหรืออารมณ์ใด ๆ คือไม่เพลิดเพลินในกามคุณ 5 ด้วย

ศาสนาเชน เมื่อมหาวีระผู้เป็นศาสดาสิ้นชีวิตลง ศาสนาเชนก็แบ่งออกเป็น 2 นิกาย คือ

  1. นิกายทิคัมพร (เปลือยกาย) การปฏิบัติเคร่งครัดและเข้มงวดมาก ยึดการทรมานร่างกาย ให้เจ็บปวด เป็นหลัก นิกายนี้ปฏิเสธสัตรีว่าไม่สามารถบรรลุธรรมได้
  2. นิกายเศวตามพร (นุ่งห่มผ้าขาว) ยึดการปฏิบัติสายกลาง
  3. ปรัชญาพุทธ  เกิดขึ้น ณ ประเทศอินเดีย เมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราชหรือ 623 ปีก่อนคริสต์กาล คำว่า “พุทธ” แปลว่า ผู้รู้หรือผู้ตื่นแล้ว หมายถึงการรู้แจ้งซึ่งสภาวะธรรมต่าาง ๆ ตามสภาพที่เป็นจริง หรือการตื้นขึ้นจากการหลงงมงาย ความเป็นทาสของกิเลสและตัณหา เป็นต้น ปรัชญาพุทธเป็นลักษณะ “สัจนิยม” หรือ “ธรรมชาตินิยม” ถือว่าธรรมชาติทั้งหลายต้องเป็นไปตามหลักแห่งงธรรมชาติ และหลักแห่งความจริง โดยสอนเน้นหนักที่ต้องเชื่ออย่างมีความมีเหตุผลและวิจารณญาณ ดังปรากฏใน “กาลามสูตร”

ลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้า

  1. คำสอนปฏิรูป คือปฏิรูปคำสอนเดิมของพราหมณ์ เช่น การทำบุญ พราหมณ์สอนให้ทำบุญโดยกำเนิด แต่พระพุทธเจ้าสอนให้ทำบุญกับพวกพราหมณ์ผู้บริสุทธิ์ด้วนไตรทวาร (กาย วาจา ใจ) มีผลบุญเกิดแก่ผู้ทำมากกว่า
  2. คำสอนปฏิวัติ คือการเปลี่ยนแปลงคำสอนเดิมทั้งหมดให้เป็นตรงกันข้าม เช่น พราหมณ์สอนว่ากาารฆ่าาสัตว์บูชายัญได้กุศลยิ่ง และจะสมปรารถนาทุกสิ่ง แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า การฆ่าสัตว์ทุกชนิดเป็นบาปเป็นความชั่ว แต่คนเราควรมีเมตตากรุณาต่อสัตว์ทั้งหลาย
  3. คำสอนที่ตั้งขึ้นใหม่ คือคำสอนที่พระองค์ทรงค้นพบแล้ว สั่งสอนนคนอื่นให้ประพฤติตามเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริง เช่น อริยสัจ ปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น

สาระสำคัญทางพระพุทธศาสนา

1. อริยสัจ 4 ได้แก่

  • ทุกข์ คือ ความทุกข์ยาก
  • สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
  • นิโรธ คือ ความดับทุกข์
  • มรรค คือ ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

2. ไตรลักษณ์ หมายถึง สามัญลักษณ์สามัญธรรมดาที่ทุกสิ่งมีเสมอเหมือนกันหมดของสรรพสิ่งทั้งหลาย ได้แก่

  • อนิจจัง ความไม่เที่ยง ไม่คงที่ ความเปลี่ยนแปลง ของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
  • ทุกขัง ความเป็นทุกข์ ความขัดข้อง ความทนอยู่ไม่ได้ของสรรพสิ่ง ได้แก่ ทุกขเวทนา อันเกิดจากความเจ็บปวด จากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น

3. อนัตตา ความมิใช่ตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจของเรา เป็นสภาพที่ทนอยู่ไม่ได้ เป็นต้น

 

การแบ่งยุคของปรัชญาอินเดีย
ปรัชญาอินเดียสายอาสติก
ปรัชญาอินเดียยุคพระเวท
ปรัชญาอุปนิษัท
ปรัชญาภควัทคีตา
ปรัชญาอินเดียยุคระบบทั้ง 6
ปรัชญานยายะ
ปรัชญาไวเศษิกะ
ปรัชญาสางขยะ
ปรัชญาโยคะ
ปรัชญามีมามสา
ปรัชญาเวทานยะ
อทไวตะ เวทานตะ
ปรัชญาวิศิษทไวตะ เวทานตะ
พระเจ้าหรือพรหมัน
โมกษะ
ปรัชญาทไวตะ เวทานตะ
ปรัชญาอินเดียสายนาสติกะ
ปรัชญาเชน
ญาณวิทยา
อภิปรัชญา
จริยศาสตร์
ปฏิจจสมุปบาท
โมกษะหรือนิพพาน
นิกายทางพุทธศาสนา

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย