Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่

นิราศเมืองสุพรรณของสุนทรภู่และเสมียนมี
บันทึกการเดินทางและการอ่านเพื่อเข้าถึงเรื่องเล่าท้องถิ่น

วารุณี โอสถารมย์

วัฒนธรรมชาวกรุงพบวัฒนธรรมชาวบ้าน

เมื่อกวีผู้แต่งนิราศทั้งสอง เดินทางมายังเมืองสุพรรณ มองท้องถิ่นผ่านความคิดที่มีมาตรฐานตามโลกทัศน์ชาวกรุงกระฎุมพี การบันทึกวัฒนธรรมการแสดงออกของชาวบ้านในเมืองนี้ ถูกจัดวางภายใต้ความรู้สึกที่เป็นมาตรฐานกระฎุมพีชาวกรุง ที่มีประสบการณ์คุ้นเคยกับวัฒนธรรมราชสำนัก ให้มองวัฒนธรรมชาวบ้านเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่าง บ่อยครั้งก็ทำให้เป็นที่น่าหัวเราะหรือน่ารังเกียจ พวกเขาอาจขาดขันติธรรมหรือความเข้าใจเหตุผลของชาวบ้าน และวิถีชนบทไม่มากพอ

ดังนั้นตลอดเส้นทางการเดินทางอันยาวไกลและใช้เวลานานเป็นแรมเดือน สุนทรภู่และคณะจึงเลือกแสดงออกเพื่อการผ่อนคลายอารมณ์คิดถึงบ้าน และสร้างความสนุกสนานในกลุ่มด้วยการละเล่นตามวัฒนธรรมชาวกรุง สุนทรภู่ได้บันทึกภาพการร้อง เล่น เต้นรำของบรรดาหนุ่มๆ ลูกของเขาขณะเดินทาง เช่น การร้องอิเหนาเมื่อเรือแล่นผ่าน “บ้านดารา” การเล่นโขนตอนหนุมานถวายแหวน ขณะไกวชิงช้าในป่าเขตกะเหรี่ยง การนำดอกไม้ป่าที่มีกลิ่นหอมจัดมาอบผ้าของหนุ่มคณะเดินทางตามแบบแผนการใช้ชีวิตชาววัง ที่น่าจะเป็นการบรรเทาภาวะคิดถึงบ้าน เนื่องจากต้องอยู่ในชนบทที่มีวัฒนธรรมซึ่งพวกตนไม่คุ้นเคย (สุนทรภู่ 2509 : 35, 111, 112-113) ในเวลาเดียวกันกวีก็ได้ใช้มาตรฐานของตนเองในการวัดวัฒนธรรมการแสดงออกของชาวชนบทด้วย สุนทรภู่และคณะขณะนอนค้างอยู่ที่ “บ้านกระตั้ว” ซึ่งเขาระบุว่าเป็นบ้านชาวดง เป็นเวลาที่ชาวบ้านทำพิธีโกนจุก ชาวบ้านเชิญให้สุนทรภู่แต่งคำมงคลให้

 

ขณะชมการละเล่นในงาน เขาบันทึกการเล่นเพลงของชาวบ้านที่ใช้ปี่พาทย์ กลอง ตะโพน เล่นร่วมกัน โดยรู้สึกว่าเป็นดนตรีที่สับสนเพราะเป็นการเล่นเพลงไทยที่ใช้กลองเข้ามาให้จังหวะซึ่งผิดแบบแผนการเล่นจากมาตรฐานกรุง (สุนทรภู่ 2509 : 80) เราเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกชนิดนี้ของเขา ในการบรรยายฉากความรื่นรมย์ของชาวบ้านให้เป็นภาพตลกขบขัน เจือด้วยความรู้สึกดูถูก ด้วยการบรรยายให้เห็นเด็กชาวบ้านพากันกระโดดโลดเต้นโขนจนประสบอุบัติเหตุแขนคอก ในขณะที่คนร้องเพลงเสียงอ้อแอ้ด้วยความเมาสุรา สุนทรภู่ได้ใช้ทักษะการประพันธ์เล่นคำ แต่งเสียงวรรณยุกต์ในบทกลอน เลียนเสียงดนตรีแต่ละชนิดที่ชาวบ้านเล่น ตั้งแต่ ซอ ปี่ ขลุ่ย ฆ้อง และตะโพน เพื่อให้ภาพดังกล่าวส่งสารที่เป็นความน่าขบขันแก่ผู้อ่าน (สุนทรภู่ 2509 : 80-81) เช่นเดียวกับเสมียนมี เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านของชาวเมือง ในงานบุญออกพรรษาประจำปีที่สำคัญของวัดป่าเลไลย์ เขาบันทึกประเพณีงานบุญในพุทธศาสนาของเมืองนี้อย่างละเอียด เป็นช่วงน้ำหลากเดือน 12 ชาวบ้านพายเรือออกมาทำบุญไหว้พระวัดป่ากันทั้งเมือง ที่น่าสนใจคือ เมื่อเขาเล่าถึงการเผชิญหน้ากับวัฒนธรรมเล่นเพลงของหนุ่มสาว ที่พายเรือร้องเพลงรับส่งแก้กัน โดยมีปี่พาทย์ ระนาด ฆ้องรับกัน แม้เสมียนมีจะยอมรับความไพเราะ แต่ก็ไม่อยู่ในระดับที่เท่าเทียมกับตัวเอง เมื่อครั้งที่เคยบอกบทสักวากับกลุ่มเพื่อน ช่วงเวลาอยู่ “กรุง” และยังฝันอยากพาพวกเพื่อนมาเล่นสักวาหน้าจวน และ “จะบอกบทบูชาวัดป่าบ้าง” ด้วยมาตรฐานการเล่นสักวาของเขารวมถึงโลกทัศน์ทางดนตรีที่เขาเสดงว่ามีเหนือและมีมากกว่าชาวชนบท ทัศนะดังกล่าวของทั้งสุนทรภู่และเสมียนมี เป็นการแยกสถานะวัฒนธรรมการละเล่นในชนบทให้แตกต่างและดูด้อยกว่ามาตรฐานการละเล่นที่เป็นวัฒนธรรมชาวกรุงของพวกเขา

นิราศสุพรรณ บันทึกความยากลำบากของการเดินทาง
โครงเรื่องนิราศสุพรรณ
กรุง
เส้นทางสู่เมืองสุพรรณ
เมืองสุพรรณ
ป่า
เรื่องเล่าท้องถิ่น
การผลิตและภาวะความเป็นอยู่
ด่านและศาลอารักษ์
ตำนานท้องถิ่นสุพรรณ
วัฒนธรรมชาวกรุงพบวัฒนธรรมชาวบ้าน
กลุ่มชาติพันธุ์
ไหว้พระและศรัทธาพุทธ
ไม้ ปลา นก แร่ : ธรรมชาติวิทยาในนิราศสุพรรณ
คำอธิบายเพิ่มเติม
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com