Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

พุทธานุพุทธประวัติ

ประวัติการสร้างกรุงกบิลพัสดุ์และศากยวงศ์

พระเจ้าโอกกากราชครองราชสมบัติในมหานครแห่งหนึ่ง มีพระราชโอรส 4 พระองค์ พระราชธิดา 5 พระองค์ ซึ่งประสูติจากพระมเหสีของพระองค์ ครั้นพระมเหสีทิวงคตแล้ว พระองค์ได้พระมเหสีใหม่และได้พระโอรสอีกองค์หนึ่ง พระองค์ทรงดีพระทัย จึงพลั้งพระโอฐพระราชทานพรให้พระนางเจ้าเลือกสิ่งที่ต้องประสงค์ พระนางจึงทูลขอราชสมบัติให้แก่พระโอรสของพระองค์ พระเจ้าโอกกากราชจึงต้องพระราชทานตามที่ลั่นวาจาไว้

เมื่อเป็นเช่นนี้ พระเจ้าโอกกากราชจึงตรัสสั่งพระโอรสทั้ง 4 และพระธิดาอีก 5 พระองค์ให้ไปสร้างพระนครอยู่ใหม่ พระราชโอรสและพระธิดาจึงได้ไปสร้างพระนครแห่งใหม่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ภายในมัชฌิมประเทศ ได้ขนานนามพระนครใหม่ว่า กบิลพัสดุ์มหานคร ตามชื่อของกบิลดาบสที่อาศัยอยู่ก่อน ครั้นสถาปนาพระนครเสร็จแล้ว พระราชโอรสทั้ง 5 ก็ทรงอาวาหะวิวาหะกับพระภคินีเป็นคู่ๆ เว้นแต่พระภคินีพระองค์เดียว ตั้งศากยวงศ์สืบมา ส่วนเชฏฐภคินีภายหลังได้ทำอาวาหะวิวาหะกับพระเจ้ากรุงเทวทหะ ตั้งโกลิยวงศ์สืบมาเช่นเดียวกัน

กษัตริย์ในพระวงค์ศากยะ ได้ปกครองสักกชนบทสืบสันตติวงศ์มาโดยลำดับจนถึงพระเจ้าชยเสนะ พระเจ้าชยเสนมีพระราชโอรสพระนามว่า สีหนุ และพระราชธิดาพระนามว่า ยโสธรา

ครั้นพระเจ้าชยเสนะทิวงคต พระเจ้าสีหนุได้เสวยราชสมบัติสืบพระวงศ์ต่อมา ทรงมีพระมเหสีพระนามว่า กัญจนา ซึ่งเป็นพระกนิษฐภคินีของพระเจ้าอัญชนะในกรุงเทวทหะ

พระเจ้าสีหนุมีพระราชโอรส 5 พระองค์ คือ

1. สุทโธทนะ
2. สุกโกทนะ
3. อมิโตทนะ
4. โธโตทนะ
5. ฆนิโตทน

มีพระราชธิดา 2 พระองค์คือ

1. ปมิตา 2. อมิตา

ส่วนพระนางโสธราซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าชยเสนะนั้นได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าอัญชนะในกรุงเทวทหะ มีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ

1. สุปปพุทธะ
2. ทัณฑปาณิ

มีพระราชธิดา 2 พระองค์ คือ

1. มายา
2. ปชาบดี โคตมี

เมื่อสุทโธทนะราชกุมารมีพระชนมายุเจริญวัย ก็ได้ทำอาวาหะวิวาหะมงคลกับพระนางมายาราชธิดาแห่งกรุงเทวทหะ และได้ครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเจ้าสีหนุราชบิดา ภายหลังพระเจ้าสุทโธทนะได้พระนางประชาบดีโคตรมีซึ่งเป็นพระกนิฐษภคินีของพระนางเจ้ามายาเป็นพระราชเทวีอีกพระองค์หนึ่ง

ต่อมาพระนางเจ้ามายาทรงพระครรภ์ครบ 10 เดือน พระองค์อยากจะเสด็จประภาสพระอุทยานลุมพินีวัน ครั้นถึงวันวิสาขปุณณมี เดือน 6 เวลาเช้าพระนางเจ้าก็เสด็จโดยสถมารค พร้อมด้วยราชบริพารฝ่ายหน้าฝ่ายในถึงอุทยานลุมพินีวัน ขณะเสด็จประพาสเล่นอยู่ในเวลานั้น เผอิญให้ประชวรพระครรภ์และประสูติในพระอุทยานนั้น

ครั้นเสด็จกลับพระราชวังแล้ว อสิตดาบสหรือกาฬเทวิลดาบส ซึ่งอยู่ข้างภูเขาหิมวันต์ทราบข่าวจึงเข้าไปเยี่ยม พระเจ้าสุทโธทนะทรงอุ้มพระราชโอรสเพื่อให้นมัสการพระดาบส พระดาบสเห็นพระโอรสนั้นมีพระลักษณะต้องตามตำรับมหาบุรุษลักษณะพยากรณ์ศาสตร์ จึงทำนายลักษณะของมหาบุรุษโดยส่วน 2 ว่า “ถ้าจะดำรงในฆราวาสวิสัย ก็จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ปราบปรามชำนะทั่วปฐพีมณฑลมหาสมุทร 4 เป็นที่สุด โดยธรรมิกอุบาย ถ้าจักออกบรรพชาประพฤติพรตพรหมจรรย์ จักเป็นศาสดาเอกผู้แนะนำสั่งสอนในโลก ไม่มีศาสดาอื่นจะยิ่งกว่า ครั้นเห็นอัศจรรย์อย่างนั้นแล้ว จึงลุกขึ้นกราบลงพระบาททั้ง 2 ข้าง ของพระราชโอรสนั้น

เมื่อประสูติได้ 5 วัน พระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญพราหมณ์ 180 คน มาฉันโภชนาหารแล้วทำมงคลพระราชทานพระนามว่า “สิทธัตถราชกุมาร” ส่วนพระนางเจ้าปชาบดีโคตรมี มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง พระนามว่า “นันทกุมาร” และมีพระราชธิกาพระองค์หนึ่งพระนามว่า“รูปนันทา”สุขสมบัติของพระมหาบุรุษ

เมื่อพระสิทธัตถราชกุมารมีพระชนมายุได้ 7 ปี พระราชบิดาโปรดให้ขุดสระโบกขรณีในพระราชนิเวศน์ 3 สระ ปลูกอุบลบัวเขียวสระ 1 ปลูกปทุมบัวหลวงสระ 1 ปลูกบุณฑริกบัวขาวสระ 1 แล้วตกต่างอย่างสวยงามให้เป็นที่เล่นสำราญพระหฤทัยของพระราชโอรส

ครั้นพระราชกุมารมีพระชนมายุเจริญ ควรจะศึกษาศิลปวิทยาได้ พระราชบิดาจึงให้เข้าศึกษาในสำนักครูมิศวามิตร พระราชกุมารทรงเรียนได้ว่องไวจนสิ้นความรู้ของอาจารย์

เมื่อพระราชกุมารมีพระชนมายุได้ 16 ปี ควรมีพระเทวีได้แล้ว พระราชบิดาจึงสร้างปราสาท 3 หลัง เพื่อเป็นที่เสด็จอยู่แห่งพระราชโอรสใน 3 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน แล้วส่งพระราชสาส์นไปขอพระนางยโสธรา (พิมพา) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระเจ้าสุปปพุทธะในกรุงเทวทหะ อันประสูติแต่พระนางเจ้าอมิตาซึ่งเป็นพระกนิษฐภคินีของพระองค์มาอภิเษกเป็นพระเทวีของพระสิทธัตถราชกุมารนั้นและทรงอยู่ครองมาจนกระทั่งพระองค์มีพระชนมายุได้ 29 พรรษา จึงมีพระราชโอรสประสูติแต่พระนางยโสธราพระองค์หนึ่งพระนามว่า “ราหุล”

 

ปฐมสมโพธิกถา
สหชาต
เชิญพราหมณ์ 108
มหาบุรุษลักษณะ 32
ชมพูทวีปและประชุมชน
ประวัติการสร้างกรุงกบิลพัสดุ์และศากยวงศ์
ลำดับพระวงศ์
ประวัติพระมหากัสสปะ และพระภัททกาปิลานีเถรี
ความมั่นคงในธุดงค์ของพระมหากัสสปะ
สาวกมีชื่อกัสสปะหลายองค์
ประวัติพระมหากัจจายนะ
พราหมณณ์พาวรี และศิษย์ 16 คน
ประวัติราธพราหมณ์
ประวัติพระปุณณมันตานีบุตรเถระ
เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์
นันทกุมารออกบวช
ราหุล สามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา
พระเจ้าสุทโธทนะขอพรเกี่ยวด้วยการบวชกุลบุตร
ทรงโอวาทแก่พระราหุล
มูลเหตุพระอนุรุทธะออกบวช
พระอานนท์ทูลขอพร 8 ประการ
ประวัติพระโสณโกฬิวิสะ
มูลเหตุการออกบวชของพระรัฐบาล
พระรัฐบาลแสดงธรรมุทเทศ 4
ปฐมสาวิกา
ครุธรรม 8 ประการ
เหตุที่ไม่ยอมให้สตรีบวช
การอุปสมบทภิกษุณีในครั้งแรก
สามเณรี-สิกขมานา
เมตไตรยพยากรณ์ปริวรรต
พระอชิตราชกุมารออกบวช
พระนางปชาบดีถวายผ้าสาฎก
ทรงแสดงทักษิณาวิภังคสูตร (ต้นกำเนิดสังฆทาน)
พระอชิตะรับผ้าสาฎก
พระอชิตะเหยียดมือรับบาตรกลางอากาศ
พระอชิตะถวายผ้าเป็นพุทธบูชา
พุทธปิตุนิพพานปริวรรต
พระพุทธบิดานิพพาน
ยมกปาฏิหาริยปริวรรต
เทศนาปริวรรต
เทโวโรหนปริวรรต
อจลเจดีย์
อัครสาวกนิพพาน
ทรงปรารภธรรม
ทรงทำนิมิตโอภาส
ปลงอายุสังขาร
บิณฑบาตครั้งสุดท้าย
รับผ้าสิงคิวรรณ
ผลแห่งบิณฑบาตทาน
ทรงปรารภสักการบูชา
สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
ปัจฉิมโอวาท
ถวายพระเพลิงไม่ติด
เตโชธาตุโพลงขึ้นเอง
ลำดับการจำพรรษาของพระพุทธเจ้าทั้ง 45 พรรษา
สังคายนา
อันตรธานม 5 ประการ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com