ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สวนสุนันทา

ลักษณะของสวนสุนันทา

อาณาเขตของสวนสุนันทาทั้งหมด มีเนื้อที่ 122 ไร่ พื้นที่ตกแต่งเป็นโขดเขาคูคลอง มีสวนพฤกษชาติ และตำหนักเรียงรายทั่วไป มีทั้งสิ้น 32 ตำหนัก มีอาณาเขตดังนี้

  • ทิศเหนือ จดถนนซางฮี้ (ปัจจุบันเรียกว่า ถนนราชวิถี)
  • ทิศใต้ จดถนนใบพร (ปัจจุบันเรียกว่า ถนนอู่ทองนอก)
  • ทิศตะวันออก จดถนนดวงดาว (ปัจจุบันเรียกว่า ถนนนครราชสีมา)
  • ทิศตะวันตก จดถนนสามเสน

ทุกตำหนักมีการปลูกไม้ดอกไม้ใบอย่างงดงาม มีคลองซึ่งขุดจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาทางเขตด้านข้างของท่าวาสุกรี และผ่านประตูน้ำแนวกำแพงสวนสุนันทาด้านตะวันตกเข้ามายังสระจากบริเวณสระใหญ่ จะมีคลองขุดเป็นแนวโค้งไปตามกำแพงไปสิ้นสุดที่ถนนดวงดาว ตามแนวฝั่งริมคลองทั้งสองฝั่งนี้ จะเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นพระองค์เจ้า ทั้งหมด 21 ตำหนัก

สภาพบริเวณรอบตำหนักปลูกไม้ดอกแทบทุกประเภทงามละลานตา ไม้ดอกที่สำคัญคือ กุหลาบกล้วยไม้ ซึ่งมีทุกชนิดทุกประเภท มีเรือนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ มีกล้วยไม้ชั้นดีทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ความสวยงามของไม้ดอกไม้ใบที่ประดับประดาโดยรอบพระตำหนักยามออกดอกสะพรั่งหลายสี มีกลิ่นหอมอบอวลทั่วไป อีกทั้งยังมีเนินดินใหญ่แห่งหนึ่งมีต้นไม้หลายพันธ์ ปลูกอยู่บนเนินดินยิ่งทำให้เนินนี้ดูสูงเด่นคล้ายภูเขาธรรมชาติอันสวยงาม เนินดินแห่งนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่การก่อสร้างตำหนักเพราะต้องมีการขุดดินบางส่วนขึ้นมา โดยเฉพาะมีการขุดสระใหญ่ ดินที่เหลือจึงนำมาถมกลายเป็นเนินเขา ข้างใต้เนินดินก็ได้สร้างเป็นอุโมงค์เอาไว้ เมื่อพระวิมาดาเธอฯ เสด็จมาประทับได้ทรงใช้อุโมงค์นี้เป็นที่เก็บข้าวของ เครื่องใช้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องต้นซึ่งทรงมีอยู่มาก

ภายในสวนสุนันทามีการจัดแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยการกั้นกำแพงเป็นสองชั้น ชั้นนอกเป็นที่อยู่ของข้าราชการฝ่ายชาย อันได้แก่เจ้ากรม ปลัดกรม มหาเล็ก คนขับรถ คนงาน ส่วนชั้นในเป็นเขตที่ประทับของเจ้านายฝ่ายในและข้าราชบริพารที่เป็นหญิงล้วน การจัดแบ่งตำหนักและอาคารยังคงถือปฏิบัติตามพระราชวังสวนดุสิตมีพระตำหนักซึ่งสร้างเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Italian Renaissance รวม 32 ตำหนัก ขนาดตำหนักขึ้นอยู่กับพระอิสริยยศของแต่ละพระองค์ ซึ่งถูกจัดแบ่งดังต่อไปนี้

  • ตำหนักสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ วังสระประทุม ซึ่งเป็นวังสวนพระองค์แล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2455 ตำหนักภายในวังสวนสุนันทาคงใช้เป็นที่ทับของพระราชธิดาบุญธรรมที่ทรงรับอุปการะ
  • ตำหนักพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี
  • ตำหนักพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฎ
  • ตำหนักสมเด็จพระน้องนางเธอ เจ้าฟ้ามาลินีนพดารา กรมขุนศรัสัชนาลัยสุรกัญญา
  • ตำหนักพระราชชายาเจ้าดารารัศมี
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ , สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยภา และเจ้าจอมมารดาอ่อน
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอาทรทัพยนิภา
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าจุฑารัตน์ราชกุมารี
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าพิสมัยพิมลสัตย์
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าศศิพงศ์ประไพ
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าวรลักษณาวดี
  • ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าเหมวดี
  • เรือนเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ และเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์เฉียด ลดาวัลย์
  • เรือนเจ้าจอมมารดาบางท่าน เช่น เจ้าจอมแก้ว เจ้าจอมอาบ เจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมแส และเจ้าจอมเอิบในสกุลบุญนาค
  • เรือนท้าวโสภานิเวศ รวมทั้งเรือนของหม่อมเจ้าหญิงบางพระองค์
  • พระที่นั่งนงคราญสโมสร ซึ่งใช้เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงสั่งงานเอนกประสงค์ ภายในสวนสุนันทา ซึ่งชาววังเรียกกันว่า ท้องพระโรง

สรุปได้ว่า เขตพระราชฐานชั้นในในพระบรมมหาราชวังเป็นที่พำนักของเจ้านายสตรีกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย เจ้าฟ้าลงมาถึงหม่อมเจ้า และสตรีที่มีตำแหน่งมเหสี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม เจ้านายกลุ่มนั้นวิถีการดำเนินชีวิตส่วนใหญ่ของตนเองอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในเท่านั้น มีหน้าที่ในการดูรับใช้เบื้องพระยุคลบาทในทุกเรื่อง แล้วแต่จะทรงโปรด นอกจากเจ้าฝ่ายในแล้วยังมีข้าราชบริพารซึ่งเป็นสตรีล้วนทำหน้าที่ดูแลและทำงานรับใช้กลุ่มเจ้านายฝ่ายในมีทั้งข้าหลวงส่วนพระองค์และกลุ่มสตรีที่มีหน้าที่รับใช้ทั่วไป เช่น กลุ่มโขลน เป็นต้น



ดังนั้นภายในเขตพระราชฐานชั้นในจึงเป็นเหมือนเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายในประด้วยตำหนักของเจ้านายฝ่ายใน จะมีขนาดใหญ่หรือเล็กขั้นอยู่กับพระอิสริยยศของเจ้านายแต่ละพระองค์ ที่ในแต่ละตำหนักมีเจ้านายฝ่ายในเป็นเจ้าของตำหนัก และมีข้าราชบริพารเป็นผู้อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ตำหนักนั้น มิได้มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสถานศึกษาของเจ้านายสตรีที่ยังทรงพระเยาว์ และบรรดาข้าราชบริพารที่อยู่ภายในตำหนัก ที่จะต้องถูกฝึก และเล่าเรียนวิชาตามจารีตประเพณีของสตรีในแต่ละตำหนักมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกันออกไป

เนื่องจากสตรีกลุ่มนี้เป็นกลุ่ม สตรีต้องห้าม ที่มิสามารถติดต่อกับบุรุษได้ ยกเว้นพระมหากษัตริย์ ฉะนั้นในการดำเนินวิถีชีวิตบางอย่างต้องมีกฎเกณฑ์ควบคุมอย่างเคร่งครัด เช่น การออกนอกเขตพระราชฐาน มิได้เป็นเรื่องปกติที่จะเข้าออกได้ตามอำเภอใจ แต่ต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากองค์พระมหากษัตริย์ก่อน แม้เมื่อออกนอกเขตพระราชฐานได้จะต้องมีข้าหลวงติดตาม รวมทั้งต้องอยู่ในเขตฉนวนหรือเขตที่มีม่านกั้น เพื่อมิให้ผู้ใดมองเห็นได้ การติดต่อกับบุคคลอื่นต้องผ่านคนกลาง คือ คุณเถ้าแก่ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่เป็นต้นมา เมื่อวัฒนธรรมตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทในราชสำนักทำให้กฎเกณฑ์ต่างๆเริ่มผ่อนคลายลงไปบ้าง ประกอบกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ได้สร้างพระราชวังสวนดุสิตและสวนสุนันทา (ซึ่งมาเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทำให้เจ้านายฝ่ายในส่วนหนึ่งได้ย้ายที่ประทับออกมาที่พระวังทั้ง 2 แห่งนี้ ทำให้บรรยากาศในการดำเนินชีวิตของเจ้านายฝ่ายในดูจะผ่อนคลายมากขึ้น เนื่องจากกฎระเบียบต่างๆมิได้เคร่งครัดเท่าในพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งเมื่อเจ้านายฝ่ายในชั้นสูงหลานพระองค์ย้ายไปประทับ ณ วังส่วนพระองค์ และวังพระโอรส ราชสำนักฝ่ายในแบบเดิมจึงค่อยๆสลายตัวลงตามกาลเวลา

ที่มาของชื่อ สวนสุนันทา
การเสด็จเข้ามาประทับของเจ้านายฝ่ายใน
ลักษณะของสวนสุนันทา
พัฒนาการสู่สถานศึกษา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย