ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

ประชุมพงศาวดาร

พระราชพงศาวดารเหนือ
พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ
ศิลาจารึก
พงศาวดารเขมร
พงศาวดารมอญพม่า
พงศาวดารล้านช้าง

พงศาวดารมอญพม่า

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21

หน้า 16 >>>

บรรดาราชวงศานุวงศ์ และขุนนางก็เห็นด้วย จ.ศ.1114 เดือนหก พระเจ้ามังละวะมิน จึงตรัสสั่งให้มังมหาราชาจัดม้าพระที่นั่งและพระกลดขาวอันเป็นเครื่องสูงสำหรับกษัตริย์ แลพวกกรมวัง และชาวมาลาภูษา เปิดประตูเมืองออกมารับพระมหาอุปราชาเมืองหงษาวดีมังมหาราชาจึงเข้าไปหาพระมหาอุปราชา แจ้งว่ามีรับสั่งให้เชิญท่านเข้าไปโดยดี

พระมหาอุปราชาก็ยินดี จึงให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่ทำร้ายพระเจ้าอังวะ และชาวเมืองทั้งปวง มังมหาราชาจึงเชิญพระมหาอุปราชา ให้ขึ้นขี่ม้าพระที่นั่งพระเจ้าอังวะ และให้ชาวมาลาภูษากางพระกลดขาวยกขึ้น จะคอยรับเสด็จพระมหาอุปราชา ๆ ไม่ขึ้นม้าพระที่นั่ง และไม่กั้นกลดร่วมพระเจ้าอังวะ สั่งให้ลดกลดลงเสีย มอบเครื่องยศสำหรับกษัตริย์คืนให้มังมหาราชา ขณะนั้นพระเจ้าอังวะเสด็จมานั่งอยู่ ณ ศาลาลูกขุน พระมหาอุปราชาทรงม้าพระที่นั่งของพระองค์ มังมหาราชาทรงม้านำเสด็จเข้าไปในเมืองอังวะ ครั้นใกล้ศาลาลูกขุนที่พระเจ้าอังวะทรงนั่งอยู่ พระมหาอุปราชาก็ลงจากม้าพระที่นั่งแต่ไกล เสด็จดำเนินไปด้วยพระบาทเปล่า ครั้นใกล้ถึงจึงส่งพระแสงหอกสำหรับพระหัตถ์ให้แก่มหาดเล็ก แล้วเสด็จไปเฝ้าพระเจ้าอังวะบนศาลาลูกขุน ถวายบังคมแล้วกราบทูลว่า ที่มาทำการทั้งนี้ด้วยถือรับสั่งพระเจ้าหงษาวดี ๆ มีรับสั่งขึ้นมาว่า ถ้าได้เมืองอังวะแล้ว ให้เชิญเสด็จพระองค์พระญาติวงศ์ และขุนนางผู้ใหญ่ทั้งปวงลงไปเมืองหงษาวดี พระเจ้าอังวะจึงตรัสว่า ท่านว่านี้ควรแล้ว แล้วพระเจ้าอังวะจึงตรัสเรียกขุนนางพนักงานบาญชีพระราชทรัพย์ในท้องพระคลัง และบาญชีไพร่พลในเมืองอังวะ มอบให้แก่พระมหาอุปราชา ๆ จัดบ้านจัดเมืองประมาณกึ่งเดือนครั้นราบคาบเป็นปกติดีแล้ว จึงสั่งให้พระยาทะละ และพระยาตะละปั้น คุมพลอยู่รักษาเมืองอังวะ แล้วจึงให้เก็บเงินทองสิ่งของพระราชทรัพย์ในท้องพระคลังต่าง ๆ บรรทุกลงเรือ แล้วสั่งให้พระราชวงศ์ และเสนาบดีผู้ใหญ่ทั้งปวง อพยพครอบครัวของตนลงเรือให้เสร็จขณะนั้นพระสังฆราชถานานุกรมอันดับทั้งปวง ซึ่งจะตามเสด็จพระเจ้าอังวะ และติดตามญาติโยมครอบครัวของตนไปนั้น ประมาณสามร้อยเศษ แล้วจัดเรือพระที่นั่งกรรเชียง มีพระมหามณฑปตั้งกลางสำหรับเป็นพระที่นั่งทรงของพระเจ้าอังวะ พร้อมด้วยเศวตฉัตรพัดโบก จามรธงชัย ธงฉานเสร็จ จึงเชิญสมเด็จพระเจ้าอังวะ และพระประยูรวงศ์ทั้งปวงลงเรือพร้อมกัน ให้สมิงพระรามเป็นกองหน้า ประมาณพวกครอบครัวพม่ารวมด้วยกันประมาณ หมื่นเศษ กองทัพเรือข้างหลัง เจ้าเมืองเสรี่ยงเป็นแม่กอง เชิญเสด็จรอนแรมมาประมาณสิบวันจึงถึงเมืองหงษาวดี พระมหาอุปราชาจึงเชิญเสด็จพระเจ้าอังวะ และพระราชวงศ์ทั้งปวงให้อาศัยอยู่ในวังหน้าก่อน แล้วเข้าเฝ้าพระเจ้าหงษาวดี ราบทูลความซึ่งมีชัยได้พระเจ้าอังวะลงมาทุกประการ

 

พระเจ้าหงษาวดีมีพระทัยยินดีนัก จึงให้พระเจ้าอังวะ และราชวงศานุวงศ์ กับท้าวพระยานายทัพนายกองพม่าทั้งปวง ถือน้ำพระพิพัฒสัตยาทั้งสิ้น แล้วให้จัดทำนุบำรุงพระเจ้าอังวะ และพระญาติวงศ์ทั้งปวงให้อยู่เป็นสุข พระมหาอุปราชาจัดพระราชวังถวายพระเจ้าอังวะให้เสด็จอยู่ในที่ใกล้วังหน้า และมีพระทัยรักใคร่พระเจ้ากรุงอังวะดุจเป็น พระบิดาของพระองค์

จ.ศ.1113 พระเจ้าหงษาวดี ให้สร้างราชมณเฑียรทั้งปราสาทเก้าสิบเก้ายอด จ.ศ.1114 พระองค์ได้ราชาภิเษก ทรงพระนามพระเจ้าอะเนตโตราชามหากษัตริธิราช ในเมืองหงษาวดี ต่อมาไม่นานเจ้าเมืองลำพูน ให้แสนท้าวพระยาลาว นำดอกไม้เงินทองกับธิดาไปถวายพระเจ้าหงษาวดี

วันหนึ่ง พระเจ้าอังวะตรัสแก่พระมหาอุปราชาว่า เมืองอังวะยังไม่ราบคาบครั้งเมื่อยังทำศึกอยู่กับพวกรามัญนั้น บรรดาหัวเมืองฝ่ายเหนือที่ให้เกณฑ์มานั้น บรรดาหัวเมืองที่เกรงกลัวก็ลงมาตามรับสั่ง แต่อองไชยะมังลอง ซึ่งเป็นนายบ้านมุกโชโบ ไม่เกณฑ์คนลงมาตามรับสั่งดูท่วงทีจะเป็นขบถอยู่ กลับชักชวนลูกบ้านสิบสี่สิบห้าบ้านเอาต้นตาลทำเป็นค่าย รวบรวมคนไว้ประมาณห้าพันเศษ ตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่แข็งอยู่ตำบลหนึ่ง ถ้าละไว้นานเห็นจะยกมาชิงเอาเมืองอังวะเป็นมั่นคง พระมหาอุปราชาก็นำความมากราบทูลพระเจ้าหงษาวดี ๆ จึงมีรับสั่งขึ้นไปยังเมืองอังวะ ให้เร่งจัดกองทัพขึ้นไปปราบปรามอองไชยะมังลองเสีย

พระยาทะละ กับสมิงตะละปั้น จึงเกณฑ์คนสองหมื่นเตรียมไว้คอยท่า แล้วให้ขุนนางคนหนึ่งกับไพร่ห้าสิบคนให้ไปหาตัว อองไชยะลอง ๆ ได้กล่าวผัดผ่อนอยู่สองครั้ง ครั้งที่สามได้ให้ขุนนางอีกคนหนึ่งกับทหารห้าร้อยไปหาตัว อองไชยะลอง ก็ถูกมอมสุราแล้วถูกฆ่าฟันตายไปสองร้อย ที่เหลือตายหนีกลับมาเมืองอังวะ สมิงตะละปั้นจึงเป็นแม่ทัพเป็นพลรามัญห้าพันคน พม่าหมื่นห้าพันคน ยกไปล้อมค่ายมุกโชโบไว้สิบห้าวัน กองทัพรามัญขาดเสบียง อองไชยะลองจึงยกทัพออกตีกองทัพรามัญแตกหนีกลับไปเมืองอังะ พระยาทะละวิตกว่าครอบครัวพม่าและขุนนางทั้งปวง ในเมืองอังวะมีอยู่มาก อาจพร้อมใจกันกำเริบแล้วทำร้ายพวกรามัญ จึงให้เกณฑ์ไพร่พลหมื่นหนึ่ง ให้สมิงตะละปั้นอยู่รักษาเมืองอังวะ แล้วพระยาทะละก็คุมครัวมอญไปเมืองหงษาวดี

อ่านต่อ หน้า 17 >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

» เงิน
ระบบการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่อสิ่งของหรือการแลกเปลี่ยนสินค้ากับสินค้า ต่อมาได้ใช้สิ่งของเป็นสื่อ เช่น เปลือกหอย ผ้าขนสัตว์ หนังสัตว์ เกลือ ใบชา ใบยาสูบ

» ปรมนุตรสุญญตา
ว่างหมด คือ ปรมนุตรสุญญตา อะไรว่างหมด กาย ว่างหมด เวทนา ว่างหมด จิต ว่างหมด ธรรมชาติ ว่างหมด

» กฎบัตรสหประชาชาติ
บรรดาประชาชนแห่งสหประชาชาติ ได้ตั้งเจตน์จำนง ที่จะช่วยชนรุ่นหลังให้พ้นจากภัยพิบัติแห่งสงคราม ซึ่งได้นำความวิปโยคอย่างสุดจะพรรณามาสู่มนุษย์ชาติในชั่วชีวิต

» กรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส
ไทยต้องยินยอมเสียดินแดนบางส่วนไป เพื่อรักษาเอกราชและดินแดนส่วนใหญ่ไว้ ทำให้พื้นที่ประเทศไทยเหลืออยู่เพียง 513,600 ตารางกิโลเมตร

» เพลงพื้นบ้าน
เพลงของชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นประดิษฐ์แบบแผนการร้องเพลงของตนไปตามความนิยม และสำเนียงภาษาพูดที่เพี้ยนแปร่งแตกต่างกันไป

» วิถีโลก
เพื่อให้สามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพสังคม เศรษฐกิจการเมืองและการปกครองของสังคมไทยและโลก ไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้

» ประเทศไทยในอดีต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต หลายเรื่องเป็นเรื่องที่น่าจะได้ทราบไว้เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ และความสัมพันธ์เชื่อมโยงไปยังเรื่องอื่น ๆ

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-