Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

ไม้ดอก-ไม้ประดับ

การปลูกกล้วยไม้ตัดดอก

กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมพืชสวน

กล้วยตัดดอกมีการปลูกเป็นไม้ประดับมานานแล้วในประเทศไทย ปัจจุบันได้มีการนำพันธุ์ใหม่ ๆ มาปลูกและนิยมนำมาเป็นไม้ตัดดอกซึ่งจะได้ดอกที่สวยงามรูปทรงที่แปลกประกอบกับมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะสมกับการนำมาทำได้ตัดดอก ในขณะนี้ได้ปลูกตัดดอกบริโภคภายในประเทศ หากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้น มีโอกาศเป็นไปได้ที่จะเป็นไม้ตัดดอกส่งออกต่อไปในอนาคต นอกจากปลูกเป็นไม้ตัดดอกแล้วยังมีการปลูกเพื่อขายหน่อพันธุ์เป็นไม้ประดับจัดสวน เนื่องจากการปลูกดูแลรักษาง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทั่วไป มีการขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ และให้ดอกตลอดปี ดอกสามารถทยอยบานอยู่ได้นาน ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ดังจะเห็นได้จากวิวัฒนาการจากการปลูกเป็นไม้ประดับมาเป็นการปลูกเพื่อตัดดอกมากขึ้น

แหล่งผลิตที่สำคัญของกล้วย คือ ชลบุรี เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร นนทบุรี

อนุกรมวิธาน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Musa spp
ชื่อสามัญ : Flowering Banana
วงศ์ : Musaceae
ชื่ออื่น ๆ กล้วย
ถิ่นกำเนิด: เวียดนาม บังคลาเทศ พม่า ไทยตอนเหนือ

พันธุ์กล้วยตัดดอก

พันธุ์ ปัจจุบันพันธุ์กล้วยตัดดอกที่มีการปลูกมีอยู่ 3 พันธุ์ด้วยกันคือ

1.กล้วยกัทลี

OKINAWA TORCH; RED-FLOWERING BANANA; OKINAWAN BANANA FLOWER

ชื่ออื่น ๆ : กล้วยแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa uranoscopol Lour (syn. M. coccinea Andrews)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินสั้น ๆ ลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบ ต้นกลมตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดเรียกว่า ปลี ปลีตั้งยาว 75 ซม. ก้านของปลีมีขนสีขาวปกลุม ใบประดับมีขนาดใหญ่ อวบน้ำ ใบประดับเรียงเวียนสลับรองรับดอกย่อยซึ่งเรียงเป็น 1 แถว และมีดอกย่อยเพียง 2 ดอก เมื่อดอกบาน ใบประดับจะแย้มออกเล็กน้อย ด้านโคนปลีเป็นดอกเพศเมีย ด้านปลายปีเป็นดอกเพศผู้

นิเวศน์วิทยา : มีถิ่นกำเนิดในอินโดจีน
ระยะเวลาออกดอกติดผล : เมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่
การขยายพันธุ์ : แยกหน่อ เพาะเมล็ด

ปัจจัยการผลิต
เจริญเติบโตได้ดี ในที่มีแสงรำไร สภาพอากาศ ชายทะเล และที่สูงอากาศค่อนข้างเย็น ดินร่วนปนทราย มีอินทรีย์วัตถุสูง ออกอดกตลอดปี

การปฏิบัติดูแลรักษา
ระยะปลูกและการเตรียมหลุม ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1.5x2 เมตร เตรียมหลุมโดยใช้ปุ๋ยคอก และ Rock phospage รองก้นหลุม
การให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 อัตรา 50 g /ต้น/เดือน และระยะที่ใกล้ออกดอกให้ปุ๋ยสูตร 12-12-12-2
การให้น้ำ ให้น้ำสม่ำเสมอโดยให้ระบบสปริงเกอร์จะเหมาะสม
การตัดแต่ง ให้ทำการตัดใบแห้งและหน่อที่มีมากเกินจำเป็นออกเพื่อป้องกันการเข้าทำลายหนอนเจาะลำต้น
โรคและแมลง หนอนเจาะลำต้น จะมีด้วงเจาะกัดกินไส้ลำต้นทำให้เกิดความเสียหาย การป้องกันกำจัดโดยใช้ฟูราดาน 3% G ตั๊กแตนกัดใบ แต่พบน้อยมาก
การเก็บเกี่ยว ตัดดอกที่บาน 80% โดยการตัดทั้งต้น ในตอนเช้า นำมาปอกกาบออกให้เหลือติดอยู่ 2-3 กาบ และตัดใบออกให้เหลือเหนือดอกประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อป้องกันดอกช้ำระหว่างขนส่ง

2.กล้วยบัวสีชมพู

(Musa ornata Roxb. )

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินสั้น ๆ ลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบสูง 1.5-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ด้านล่างใบมีนวล ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า ปลี ใบประดับขนาดใหญ่ เมล็ดเป็นเหลี่ยมและแบน สีดำ

นิเวศน์วิทยา : มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ภาคเหนือของไทย พบขึ้นตามที่ชื้น ๆ ริมแม่น้ำทางภาคเหนือ
ระยะเวลาออกดอกติดผล : ออกดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
การขยายพันธุ์ : แยกหน่อ เพาะเมล็ด

Musa ornata Roxb. มีอยู่ 2 ชนิด คือ ดอกสีส้ม และสีชมพูอมม่วง ต้องการแสงแดดจัดและน้ำมาก หากขาดน้ำจะทำให้ใบไหม้ ขึ้นได้ดีทั่วทุกภาคของประเทศ

  1. ดอกสีส้ม ลักษณะด่นคือการแตกหน่อจะออกห่างจากต้นแม่
  2. ดอกสีชมพูอมม่วง ลักษณะการแตกหน่อจะชิดต้นแม่หากอยู่กลางแจ้งต้นจะเตี้ย หากอยู่ในที่รำไรลำต้นจะสูง
    การขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
    การปลูกและการดูแลรักษา

ระยะปลูกและการเตรียมหลุม ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1.5x2 เมตร หรือ 2.5x3 เมตร ใช้ปุ๋ยคอก และ Rock phospage รองก้นหลุม
การให้ปุ๋ย หลังจากปลูกให้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 อัตรา 50 g /ต้น/เดือน และระยะที่ใกล้ออกดอกให้ปุ๋ยสูตร 12-12-12-2
การให้น้ำ ให้น้ำสม่ำเสมอโดยให้ระบบสปริงเกอร์จะเหมาะสม

โรคและแมลง

การเก็บเกี่ยว ตัดดอกที่บานโดยตัดทั้งต้น นำมาปอกกาบออกให้เหลือ 2-3 กาบ ทำการตัดใบที่เหลือออกให้เหนือดอกประมาณ 2-3 นิ้ว

3.กล้วยประดับ

ORNAMENTAL BANANA.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa velutina Wendl. & Drude

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินสั้น ๆ ลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบสูง 1-1.5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปขอบขนาน ด้านบนใบสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง เส้นกลางใบสีเขียวหรือสีชมพู ดอกออก เป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า ปลี เมื่อดอกบานใบประดับจะอ้าออก ดอกสีชมพูอ่อน ไม่มีก้านดอก

นิเวศน์วิทยา : มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย
ระยะเวลาออกดอกติดผล :
ออกดอกเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่

การขยายพันธุ์ :
แยกหน่อ เพาะเมล็ด
การปฏิบัติดูแลรักษา เหมือนกับชนิดที่กล่าวมาแล้ว

ตลาด
- ตลาดปากคลอง
- ร้านดอกไม้
- โรงแรม

อายุการปักแจกัน 15-30 วัน

บรรณานุกรม

คณะผู้แต่ง
ประเสริฐ คงพิชญานนท์
จิรายุพิน จันทรประสงค์

คณะผู้จัดทำ
นายสมชาย สุคนธสิงห์ (ที่ปรึกษา)
นายโอฬาร พิทักษ์
นางภาวนา อัศวะประภา
นายทวีพงศ์ สุวรรณโร
นายเศรษฐพงศ์ เลขะวัฒนะ
นายอภิชาติ สุวรรณ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com