Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

ข้อมูลการเกษตร

ปศุสัตว์

การเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่าย

การเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่าย อายุ 3-8 สัปดาห์

เป็ดโป๊ยฉ่ายอายุ 3-8 สัปดาห์ เป็นช่วงอายุที่มีการเจริญเติบโตสูงมาก หลังจากระยะนี้ไปแล้วการเจริญเติบโตจะลดลง ดังนั้นในช่วงอายุของเป็ดดังกล่าวนี้ เราควรจะเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะเป็นระยะที่จะทำให้เราเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อการลงทุนว่าจะมีมากน้อยหรือขาดทุน ถ้าหากเราจัดการไม่ถูกวิธีก็จะทำให้ได้กำไรน้อยหรือขาดทุน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้เราได้กำไรมหาศาล ดังนั้นการเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่ายระยะนี้จึงมีสิ่งต่างๆ ที่เราจะต้องคำนึงและปฏิบัติเป็นเนืองนิจ คือ

1. โรงเรือนและสถานที่เลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่ายระยะ 3-8 สัปดาห์

สามารถเลี้ยงได้ทั้งที่โรงเรือนป้องกันแดดและฝน หรือเลี้ยงในกลางแจ้งไม่มีร่มเงาให้อยู่ก็ได้ ส่วนที่เลี้ยงในโรงเรือนก็เลี้ยงเหมือนกับไก่เนื้อ แต่ว่าจะต้องมีน้ำให้เป็ดได้อาบและกินอยู่ข้างๆ นอกชายคาของโรงเรือน น้ำที่ให้นี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นน้ำจำนวนมากๆ และลึกจนเป็ดลงเล่นและว่ายไม่ได้ เราอาจจะให้น้ำลึกเพียง 30-40 ซม. พอที่เป็ดกึ่งเดินกึ่งวิ่งได้ ถ้าเป็นน้ำที่ไหลผ่านตลอดวันได้ยิ่งดี จะทำให้น้ำไม่สกปรก ขนาดความกว้างของที่ให้น้ำประมาณ 1-2 เมตรยาวตลอดความยาวของโรงเรือน ระหว่างขอบสระกับบริเวณภายใต้พื้นที่ของระเบียงนั้น ทำเป็นร่องระบายน้ำเสียที่มีด้านบนวางด้วยตะแกรงพลาสติกหรือแค่ไม้ตีห่างกันประมาณ 1-1.5 นิ้ว เป็นที่เช็ดตีนเป็ดขึ้นมาจากน้ำ ทำให้น้ำที่ติดมากับตีน ลำตัว ขน ลงไปในร่องระบายแล้วเราก็สามารถชะล้างได้เมื่อจำเป็นที่เห็นว่าสกปรก และมีกลิ่นเหม็นมาก ถ้าหากได้ออกแบบมาตั้งแต่ต้น โดยทำให้มีระดับลดต่ำลงก็สามารถระบายน้ำเสียทิ้งได้ตลอดเวลา วิธีการเลี้ยงเป็ดในโรงเรือนนี้ส่วนใหญ่แล้วเขานำมาใช้กับการเลี้ยงเป็ดพ่อ-แม่พันธุ์มากกว่านำมาเลี้ยงเป็ดขุนส่งตลาด เพราะว่าเป็นการลงทุนสูงมาก โดยเฉพาะโรงเรือนมีราคาแพงมาก ถ้าหากจะสร้างโรงเรือนแบบหลังคาสองชั้นดีที่สุด แต่อย่างไรก็ดีถ้าไม่ได้สองชั้นก็เป็นหลังคาชั้นเดียวก็ได้ไม่เป็นไร โรงเรือนสูงหน้าจั่ว 8 เมตร ด้านข้างสูง 6 เมตร และกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 100 เมตร มีรั้วตาข่ายสูง 0.5-1 เมตร รอบนอกบ่อน้ำที่ให้เป็ดเล่น ส่วนโรงเรือนปล่อยโล่งไม่มีฝากั้น นับว่าเป็นขนาดที่มาตรฐานเลี้ยงเป็ดได้ 8,000-9,000 ตัว หรือตารางเมตรละ 4 ตัว ข้อสำคัญของการสร้างโรงเรือน คือ ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้พื้นดิน ภายในโรงเรือนมีความชื้นสูงหรือเปียกชื้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเชื้อรามีกลิ่นเหม็น และทำให้ขนสกปรกดูไม่ดี ขนมีคุณภาพต่ำขายไม่ได้ราคา ทั้งนี้เพราะว่าการเลี้ยงเป็ดนั้นเราหวังผลกำไรจากการขายขนเป็ดด้วย ซึ่งมีราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาดมาก โดยเฉพาะขนเล็กๆ นุ่มๆ รอบลำตัวและใต้ท้อง เขานำไปฟอกและทำเสื้อกันหนาวราคาแพง

นอกจากการเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่ายในโรงเรือนแล้ว ยังเป็นที่นิยมกันมาก คือ การเลี้ยงเป็ดกลางแจ้ง ไม่มีโรงเรือน แม้ร่มเงาต้นไม้ให้อยู่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะเลี้ยงเป็ดร่วมกับการเลี้ยงปลา เช่น ปลานิล นับว่าเป็นการเลี้ยงแบบผสมผสานที่ได้ผลอย่างมาก และเป็นที่ทดสอบทดลองแล้วว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน เกษตรกรไต้หวันจะขุดบ่อเลี้ยงปลาตามมาตรฐานของกรมประมงแนะนำ รอบๆ บ่อปูด้วยก้อนอิฐกันดินของบ่อพัง และเป็ดเกาะขึ้นจากหรือลงน้ำได้สะดวก และไม่ทำให้ขอบแฉะ หรือเปรอะเปื้อนเนื่องจากเป็ดขึ้นๆ ลงเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นที่เป็ดพักผ่อนอีกด้วย โดยปกติแล้วเขาจะเลี้ยงเป็ด 4,000 ตัวต่อบ่อปลาขนาด 6.5 ไร่ และและเลี้ยงปลานิลได้ 30,000 ตัว เป็ดกินอาหารแล้วถ่ายมูลลงน้ำทำให้น้ำมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเกิดอาหารของปลา การเลี้ยงเป็ดจำนวนนี้ 4,000 ตัว เราให้อาหารเป็ดวันละ 50-60 กก. ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายอาหารของปลาลงได้ 25% เมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลาโดยไม่มีเป็ดเป็นที่น่าสังเกตว่าเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดร่วมกับการเลี้ยงปลานี้ ดูแล้วเป็ดสวยงาม ขนสะอาดมาก การเจริญเติบโตของขนเป็ดดีมาก ขนไม่หักไม่งอ และเป็นมันวาว ซึ่งเป็นที่ต้องการของเกษตรกรมาก นอกจากนี้เกษตรกรยังจะต้องสูบน้ำเติมเข้าบ่อเป็นระยะๆ เมื่อเห็นว่าน้ำในบ่อลดและดูว่าน้ำจะเน่าหรือน้ำจะเสียเป็นอันตรายต่อปลา ส่วนเป็นนั้นเขาก็ปล่อยให้อยู่ในบ่อและรอบๆ บ่อแล้วแต่เป็ดต้องการเป็นแต่เพียงว่าล้อมบ่อ หรือกั้นบริเวณไม่ให้สัตว์อื่นมารบกวน และกัดเป็ดเป็นใช้ได้ ส่วนอาหารที่ให้ก็เป็นอาหารชนิดเม็ดและเขาวางอาหารไว้เป็นที่ๆ อยู่ห่างจากบ่อน้ำ 100-200 เมตร คือ ให้ห่างมากๆ ยิ่งดี ไม่เหมือนกับการเลี้ยงไก่เนื้อ หรือไก่ไข่ที่ให้น้ำหนักและอาหารอยู่ใกล้ๆ ตัวไก่ แต่เป็ดเขาจะให้วางอยู่ไกลมากๆ ยิ่งดี แต่อาหารที่ให้ควรจะกำหนดไว้เป็นที่เป็นทางไม่ใช่ย้ายที่อยู่ทุกๆ วัน เพื่อให้เป็ดจำได้ว่ามันเคยกินที่ไหนมันก็จะไปที่นั่น

เกษตรกรบางราย จะเลี้ยงเป็ดตามริมฝั่งแม่น้ำที่ไหลผ่านที่ของเกษตรกร เขาจะปล่อยให้เป็ดอาศัยอยู่ตามร่มเงาต้นไม้ขึ้นอยู่ริมฝั่งเป็ดจะขึ้นๆ ลงๆ น้ำ ตามต้องการ อาหารเขาก็กองไว้บนพื้นดินอยู่ห่างจากฝั่งไกลๆ ดูๆ แล้วนับว่าการเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่ายนี้ง่ายมากจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงเป็ดไข่และไก่ทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่อัตราการตายก็ต่ำ เกษตรกร 2-3 คนเลี้ยงเป็ดได้เป็นหมื่นๆ ตัว บางรายเลี้ยงถึง 100,000 ตัว ใช้คนเพียงไม่กี่คน อาหารก็กองไว้เป็นจุดๆ น้ำก็เปิดให้ไหลรินตลอดเวลา เมื่อเป็ดได้ขนาดขนขึ้นเต็มตัวก็สั่งโรงฆ่าเป็ดมาจังส่งโรงฆ่าต่อไป ซึ่งรถจับเป็ดก็เป็นผู้ที่มีความชำนาญกับการขนส่ง และการบรรทุกเป็ด ซึ่งเขาก็ทำเองเกือบทั้งหมดแทบว่าเจ้าของฟาร์มไม่ได้ทำอะไรเลย บางฟาร์มเราถามว่าเป็ดตายเท่าไรเขาตอบว่าตายน้อยมาก เช่น เลี้ยงเป็ด 100,000 ตัว เป็ดตาย 100-200 ตัวเท่านั้น

2. อาหารและการให้อาหารเป็ดโป๊ยฉ่ายอายุ 3-8 สัปดาห์

เป็นระยะนี้เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตสูง ในด้านปฏิบัติเราจะให้อาหารผสมชนิดเม็ดมีโปรตีน 14-17% พลังงานที่ใช้ได้ 3,125 กิโลแครอรี่ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม การใช้อาหารเม็ดทำให้เป็ดกินได้มากและประสิทธิภาพการใช้อาหารสูง ซึ่งดีกว่าอาหารชนิดผง 20-30% เป็นการเพิ่มผลกำไรไปในตัวอาหารที่ให้ วิธีการให้อาหาร เกษตรกรจะวางอาหารให้อยู่ห่างจากบ่อน้ำ หรือที่ๆ อาบน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำที่เป็ดใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน บางแห่งวางห่าง 100-200 เมตร อาหารอาจจะวางกองบนพื้นดินมีแกลบ หรือผ้าใบรอง หรือไม่ก็ใส่ในถึงอาหารทรงสูงให้อาหารไหลลงมายังรางรองรับเมื่อเป็ดกินอาหารหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นรูปแบบของการให้อาหารที่เป็ดช่วยเหลือตนเอง ถ้าหากให้อาหารด้วยมือเกษตรกรจะให้วันละ 2-3 ครั้ง บางแห่งจะใส่ถังอาหารให้เป็ดกินตลอดวัน แต่เท่าที่สังเกตเป็ดจะชอบเล่นน้ำมากว่ากินอาหาร เมื่อหิวก็จะเดินเป็นแถวขึ้นมากิน ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาเช้าและบ่ายเย็นๆ สิ่งที่ควรจะทราบคือ จุดที่ให้อาหารควรจะกำหนดตายตัว เพื่อให้เป็ดจำได้ และที่ๆ ให้อาหารแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าตลอดคืน เพื่อให้เป็ดได้กินอาหาร หรืออาหาร หรือกินแมลงที่มาเล่นไฟ สูตรอาหารเป็นสูตรอาหารที่มีแร่ธาตุ ไวตามิน และส่วนประกอบของอาหารครบตามความต้องการของเป็ดอายุ 3-8 สัปดาห์ ซึ่งแสดงไว้ในตารางที่ 4-8

3. การให้น้ำเป็ดโป๊ยฉ่าย

เป็ดโป๊ยฉ่ายต้องการทั้งน้ำดื่มและน้ำอาบเพื่อทำความสะอาดขน และน้ำสำหรับว่ายเล่น น้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฤดูร้อนจำเป็นจะต้องมีน้ำให้เป็ดได้อาบและว่ายเล่น ทั้งนี้เพราะว่าจะทำให้ขนของเป็ดสะอาด ไม่แห้ง แตกและเปราะ หรือขนมีคุณภาพดีขายได้ราคา นอกจากนี้ยังพบว่าทำให้เป็ดกินอาหารได้มากขึ้น อย่างไรก็ดีการเลี้ยงเป็ดโดยไม่มีน้ำอาบและเล่นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหาร และการเจริญเติบโตลดลงแต่อย่างใด เป็นแต่มีผลต่อคุณภาพของขน หลักการให้น้ำทั้งดื่มและเล่น ควรแยกกันใช้ชัดเจน เช่น น้ำสะอาดที่สูบปล่อยลงบ่อปลาควรจะผ่านร่องน้ำที่จัดไว้ให้เป็ดดื่มกินก่อนปล่อยลงบ่อ เป็นต้น

4. เป็ดกินขนกันและปลายปีกเก

การแหบและจิกขนกันของเป็ดระยะเจริญเติบโตนับว่าเป็นเรื่องปกติของการเลี้ยงเป็ด สาเหตุของการจิกกันมีสาเหตุหลายๆ อย่างเช่น ให้อาหารไม่ครบหมวดหมู่ตามความต้องการของร่างกาย อาหารไม่ได้สัดส่วน อาหารมีเยื่อใยมากวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ผลคือ การจี้ปลายปากบนของเป็ด เมื่ออายุ 1 วัน ด้วยความร้อนจะช่วยได้มากที่สุด ถ้าไม่จี้ระยะอยู่ในกรงกก แต่มาทำในตอนหลังจะสิ้นเปลืองแรงงานและเวลามาก ส่วนเป็ดที่มีปลายปีกชี้ออกด้านข้างๆ หรือชี้ลงดิน เรียกอีกอย่างคือ ปีกเก ปีกบิดเบี้ยว ไม่ได้รูปนั้นสาเหตุมาจากที่เป็ดกินอาหารที่มีพลังงานสูง ทำให้ปลายปีกเจริญเติบโตไม่ดีแต่ขนปีกที่มีรูปร่างใหญ่ๆ และยาวเรียงบนปีกนั้นจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีน้ำหนัก ทำให้ปลายปีกที่เติบโตช้าไม่แข็งแรงรับน้ำหนักไม่ไหว จึงทำให้ปลายปีกบิด-งอขึ้นชี้ออกไม่อยู่ในรูปปกติ บางตัวปลายปีกจะชี้ลงดินเป็นต้น

5. การป้องกันโรคเป็ดอายุ 3-8 สัปดาห์

เป็ดโป๊ยฉ่ายนับว่าเป็นสัตว์ที่มีโรคบังเบียดน้อยกว่าสัตว์ปีกชนิดอื่น เช่น ไก่ โรคเป็ดที่สำคัญในภูมิภาคพื้นเอเชีย คือโรคไวรัสตับของเป็ด โรคเพล๊กเป็ด และโรคอหิวาต์ ซึ่งทั้งสามโรคเกิดมากที่สุดและทำลายมากที่สุด โรคไวรัสตับของเป็ดจะเป็นเฉพาะลูกเป็ดอายุต่ำกว่า 4 สัปดาห์ ถ้าอายุเกิน 4 สัปดาห์แล้วจะไม่เป็น ถ้าเป็นกับลูกเป็ดแล้วจะตาย 100% โรคไวรัสตับของลูกเป็ดนี้ ภูมิต้านทานสามารถถ่ายทอดจากแม่มาให้ลูกได้ ดังนั้นวิธีป้องกันการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ในแม่เป็ด เมื่อแม่เป็ดอายุ 18-20 สัปดาห์ หรืออายุก่อนเริ่มไข่เล็กน้อย ส่วนโรคเพล๊กในเป็ดนั้นจะเป็นเป็ดใหญ่ เมื่อเกิดโรคระบาดจะตายจำนวนมากมีการทำลายสูงเป็นที่หวาดกลัวต่อเกษตรกรอย่างยิ่ง เป็ดใหญ่จะมีอาการเจ็บขาเดินไม่ได้ เดินหยุดเดินหยุด กระหายน้ำ และหายใจหอบ เมื่อผ่าซากดูจะพบว่าเป็ดจะมีเลือดออก เป็นจุดๆ ที่กล้ามเนื้อหัวใจเลือดออกลำไส้ส่วนท้ายๆ พร้อมกับตับมีขนาดโตกว่าปกติด้วย วิธีป้องกันส่วนใหญ่แล้วต้องทำวัคซีนป้องกันโรคเพล๊กเป็นระยะๆ ตามคำแนะนำของผู้ผลิตวัคซีน สำหรับโรคอหิวาต์เป็ดก็เป็นโรคที่อันตรายอย่างยิ่งโรคหนึ่งของเป็ดเมื่อระบาดจะตายมาก เป็ดที่เป็นโรคระบาดจะตายเร็วไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็น วิธีป้องกันก็โดยการฉีดวัคซีนและเมื่อโรคระบาดเกิดขึ้น ก็ใช้ยารักษาก็พอจะช่วยลดความรุนแรงลงได้ด้วยยาประเภทปฏิชีวนะ หรือยาพวกซัลฟาสำหรับสัตว์ตามคำแนะนำขอผู้ผลิต โดยสรุปแล้วด้านโรคก็มีรุนแรงเพียง 3 โรคถ้าหากทำวัคซีนเป็นระยะแรกๆ ไม่ประมาทจะไม่ค่อยมีปัญหาในด้านโรคระบาด พอวางใจได้ดีกว่าสัตว์ปีกประเภทอื่นหลายๆ เท่าตัวทีเดียว

การเลี้ยงลูกเป็ดโป๊ยฉ่าย อายุ 0-2 สัปดาห์
การเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่าย อายุ 3-8 สัปดาห์
การเลี้ยงเป็ดโป๊ยฉ่ายระยะสุดท้าย อายุ 8-10 สัปดาห์
การฝักไข่เป็ดโป๊ยฉ่าย
พันธุ์และการผสมพันธุ์
ความต้องการอาหาร

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com