Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

สารัตถธรรมจากคัมภีร์ปัถเวทน์

อ่านคำทำนาย “ปัถเวทน์” แล้วศึกษาหลักธรรม กรณีธรรมะจากไตรลักษณ์

หลักคำสอนที่ปรากฏในคัมภีร์ปัถเวทน์เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเป็นความสนใจที่ไม่ควรมองข้ามไปพอๆ กับการใส่ใจต่อสภาพความเป็นอยู่ของชีวิตของเราทุกคน เพราะเป็นหลักธรรมะที่หากบุคคลใดๆ ก็ตาม สามารถจะซาบซึ้งและทำความเข้าใจอย่างแจ่มชัดแล้วก็สามารถแผ่ความรู้ความเข้าใจด้วยปัญญาญาณไปยังปรากฏการณ์ของชีวิต โดยเฉพาะชีวิตที่ปนเปื้อนด้วยโลกธรรมในทุกแง่มุมได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

คำว่า “ไตรลักษณ์” นี้มีความหมายว่าลักษณะ 3 อย่างของสรรพสิ่งตามธรรมชาติ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสามัญลักษณะ คือลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง 3 ประการ ไตรลักษณ์เป็นกฎธรรมชาติ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลกหรือไม่ กฎธรรมชาตินี้ยังคงมีอยู่และเป็นไปตลอดกาล พระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบ แล้วนำมาประกาศให้คนอื่นเข้าใจตามมี 3 ประการคือ

1. อนิจจตา แปลว่า ความเป็นของไม่เที่ยงโดยคำว่า อนิจจตา มาจาก อ แปลว่า ไม่ นิจจ แปลว่า คงทน ตา แปลว่า ภาวะ ดังนั้น อนิจจตา จึงมีความหมายถึง ภาวะที่ไม่คงทนถาวรหรือภาวะที่ไม่เที่ยง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ มีเกิดมีดับ มีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางสิ่งเราเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน อาทิเช่น ทารกเกิดมาตัวเล็กนิดเดียวแล้วค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นเป็นเด็ก เป็นหนุ่มสาว และแก่ชรา สุดท้ายก็ตายจากไป อาทิเช่น ภูเขา เราสังเกตเห็นความเปลี่ยนได้ยากดูเหมือนว่า 100–200 ปี ก็ยังเหมือนเดิน ความจริงแล้ว ภูเขานั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่สังเกตเห็นไม่ได้ด้วยการใช้เวลาเพียงเล็กน้อย และสิ่งที่เป็นนามธรรมก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนกัน อาทิเช่น ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ มีนินทาและสรรเสริญ เคยเป็นคนดีแต่ก็กลับเป็นคนเลวได้ วันนี้สิ่งหนึ่งให้ความสุขแก่เราได้ ภายหลังสิ่งนั้นอาจให้ความทุกข์แก่เราก็ได้



2. ทุกขตา แปลว่าความเป็นทุกข์หรือทนอยู่ได้ยาก มาจาก ทุกข แปลว่า ทนไม่ได้ เป็นทุกข์ และ ตา แปลว่า ภาวะ รวมความคือภาวะที่ทนไม่ได้ หมายถึงภาวะที่ขัดแย้งไม่สมบูรณ์ มีความบกพร่องอยู่ในตัว พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

3. อนัตตตา แปลว่า ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน มาจาก อะนะ แปลว่า ไม่ อัตต แปลว่า ตัวตน ตา แปลว่า ภาวะ รวมความคือ ภาวะที่ไม่มีตัวตน อนัตตตา แปลได้ 2 ความหมายคือ 1. แปลว่า ไม่ใช่ตน หมายความว่า ไม่ใช่ตัวตนของตน สิ่งที่เป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งประกอบกันเข้าเป็นรูปเป็นร่างที่เราเข้าใจว่า คน นี้ ไม่ใช่ตัวของคน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นของว่างเปล่า เป็นเพียงสิ่งสมมติ มันเป็นเพียงสภาวธรรมที่เกิดขึ้น และดำเนินไปตามเหตุปัจจัย และ 2. แปลว่า ไม่มีตัวตนที่แท้จริง หมายความว่า ไม่มีวิญญาณถาวรหรือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย

และสิ่งใดเล่าที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความจริงแห่งไตรลักษณ์นี้ ท่านอธิบายว่า มี 3 สิ่งด้วยกันที่มาปิดบัง คือ 1.สันตติ ความสืบต่อแห่งนามรูป เป็นสิ่งที่มาปิดบังอนิจจังไว้ กล่าวคืออนิจจังนี้โดยรวมคือความสืบต่อแห่งกรรม ฤดู จิต อาหาร ตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่ายคือ ขนเก่าหลุดล่วงไป ขนใหม่เกิดขึ้นแทน อายุวันเก่าหมดไป อายุวันใหม่มาแทน ความคิดเก่าดับไป ความคิดใหม่มาแทน นี้คือคุณลักษณะของสันตติที่มาปิดบังไม่ให้เห็นความเป็นอนิจจัง 2. อิริยาบถ การเปลี่ยนอิริยาบถ เข้ามาปิดบัง ทุกขัง ตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่ายคือ เมื่อเราเดินเมื่อย เราก็เปลี่ยนเป็นนั่ง นั่งเมื่อยก็เปลี่ยนเป็นนอน ทำให้คิดว่าขันธ์ 5 ของเราเป็นสุข และ 3.ฆนสัญญา ความเป็นกลุ่มก้อนที่อยู่ในตัวเรา ปิดบังความเป็นอนัตตา ทำให้เรายึดถือว่าเป็นตัวเป็นตน แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงธาตุต่างๆ ประกอบขึ้นเป็นคน ถ้าแยกออกแล้วไม่มีความเป็นคนเลย ต่อเมื่อรวมกันเข้าจึงสมมติชื่อว่าเป็นสิ่งนั้นบ้าง สิ่งนี้บ้าง นี้คือสิ่งที่เรียกว่าฆนสัญญา ที่เข้ามาปิดบังปัญญาไม่ให้เห็นความเป็นอนัตตาของสรรพสิ่งทั้งปวง

โดยสรุปแล้วเราสามารถเรียนรู้ความเป็นสามัญแห่งลักษณะดังกล่าวได้ อาทิเช่น เมื่อเห็นมะม่วงก็ให้พิจารณาความไม่เที่ยง(อนิจจตา)คือการมีผลอ่อน ผลแก่ และผลสุก สาเหตุที่ทำให้มะม่วงเปลี่ยนสภาพไปเรื่อยๆ เพราะเนื้อมะม่วงไม่มีความสมบูรณ์ เนื้อมะม่วงจึงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ (ทุกขตา) ต้องแปรเปลี่ยนไปจนผลมะม่วงสุกและเน่าเสียไปในที่สุด การที่ผลมะม่วงมีอ่อนมีแก่ในตัวของมันเองเป็นภาวะที่มิใช่ตัวตน(อนัตตตา)ความอ่อน ความแก่ของมะม่วงเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พุทธศาสนาจึงไม่เชื่อว่าต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้าองค์ใดมาคอยกำกับการเปลี่ยนแปลงของผลมะม่วง สรรพสิ่งทั้งหลายย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ โดยไม่มีผู้ใดมาบันดาลให้เป็นไปได้

ประวัติพระเจ้าปเสนทิโกศล และความเป็นมาของคำทำนายปัถเวทน์
อ่านคำทำนาย “ปัถเวทน์” แล้วศึกษาหลักธรรม กรณีธรรมะจากไตรลักษณ์
สารัตถธรรมในคัมภีร์ปัถเวทน์กับการนำมาใช้ได้จริง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com