Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานอุรังคธาตุ

ช่วงร่วมระยะเวลาเดียวกันกับพระเจ้าอโศก

เนื้อหาในตำนานอุรังคธาตุได้มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองที่สืบมาอีกหลายชั่วอายุคน และได้กล่าวถึงการเกิดขึ้นใหม่ของบุคคลตามผลกรรมที่ได้ทำไว้ในอดีตชาติ เมืองหนองหานหลวงและเมืองหนองหานน้อย พญาผู้ครองเมืองที่เป็นพี่น้องกันทั้งสองคนเมื่อถึงแก่กรรมได้กลับชาติมาเกิดเป็นโอรสแฝดของพญาอินทปัฐ แห่งเมืองอินทปัฐชื่อว่ามหารัตนกุมาร และจุลรัตนกุมาร เมื่อพญาทั้งสองถึงแก่กรรมแล้ว เมืองทั้งสองก็ล่มลง ท้าวคำบางซึ่งเป็นน้าของพญาทั้งสองไปสร้างเมืองสุวรรณภูมิที่ “เก้าเลี้ยวเก้าคด” สืบขนบธรรมเนียมประเพณีของเมืองทั้งสองที่ล่มไป คือ เมืองอินทปัฐและเมืองจุลณี หลังจากมหารัตนกุมารและจุลรัตนกุมารอายุได้ 1 ขวบ พญาอินทปัฐได้ถึงแก่กรรม พระอนุชาคือ พญาจุลอินทปัฐขึ้นครองเมืองแทน พร้อมกันนั้นพญาจุลณีแห่งเมืองจุลณีถึงแก่กรรม พระราชโอรสคือ พญาปุตตจุลณีได้ขึ้นครองเมืองแทน พระมเหสีของพญาปุตตจุลณีทรงตั้งครรภ์ พญาทั้งสองที่ถึงแก่กรรมไปแล้วจึงได้กลับชาติมาเกิดเป็นโอรสของพญาปุตตจุลณีมีชื่อว่า มหาสุวรรณ

พญานันทเสนแห่งศรีโคตรบูรได้ถึงแก่กรรม และกลับชาติไปเกิดเป็นโอรสของพญาสุริยวงศาธรรมิกราชที่เมืองร้อยเอ็ด ชื่อสังขชัยกุมาร ส่วนเมืองศรีโคตรบูรนั้นเกิดมีโรคภัยไข้เจ็บระบาด พระอนุชาของพญานันทเสนผู้เป็นเจ้าเมืองแทนจึงย้ายเมืองมาอยู่ที่ป่าไม้รวก ตั้งเมืองมรุกขนครขึ้น และเฉลิมพระนามพระองค์ว่า พญามรุกขนคร



เมืองสาเกตหรือเมืองร้อยเอ็ด ที่พญานันทเสนกลับชาติไปเกิดเป็นสังขวิชกุมารนั้น เมื่อกุมารอายุได้ 1 ขวบ บิดาหรือพญาสุริยวงศาธรรมิกราชธรรมิกราชถึงแก่กรรม และกลับชาติไปเกิดเป็นโอรสของพญามรุกขนคร ชื่อ สุมิตตธรรมกุมาร

ส่วนที่เมืองกุรุนทะหรือศรีอโยธยานั้น พญาศรีอมรนีและพญาโยธกา ได้ทิ้งเมืองไปบวชเป็นฤษีอยู่ที่ป่าหิมพานต์ อำมาตย์จึงเลือกกันในหมู่ของตนให้เป็นหัวหน้า และเห็นว่า เมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองที่มีทรัพย์สมบัติมากนั้น เป็นผลได้จากการทำศึกสงครามของเจ้านายตน ดังนั้น เมื่อเจ้านายของตนละทิ้งเมืองไปแล้ว ประกอบกับพญาสุริยวงศาธรรมิกราชได้ถึงแก่กรรม จึงได้ยกทัพไปตีเมืองร้อยเอ็ด ผู้คนก็แตกกระจัดกระจาย บางส่วนไปตั้งบ้านเล็กเมืองน้อยทั่วไปทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงในเขตการปกครองของพญาสุมิตตธรรมที่เมืองมรุกขนคร ผู้คนบางส่วนกลับไปอยู่บ้านเมืองเดิมของตนทั้งร้อยเอ็ดหัวเมือง ส่วนสังขวิชกุมารนั้น พวกเหล่าอำมาตย์ได้พาพระองค์อพยพไปพำนักที่เมืองลาหนองคาย ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในเขตแดนเมืองสุวรรณภูมิของท้าวคำบาง

ฝ่ายพระอรหันต์ทั้งห้า เมื่อกลับจากเมืองราชคฤห์ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุส่วนอื่น ๆ มาด้วย แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในที่ต่าง ๆ ภายในแคว้นของบุรีจัน หลังจากนั้นก็กลับไปเยี่ยมญาติในชาติที่แล้วของแต่ละองค์ มหาสังขวิชเถระได้ไปที่เมืองมรุกขนคร และเปิดเผยชาติที่แล้วของพญาสุมิตตธรรม พญาสุมิตตธรรมมีความปีติจึงได้ไปบูรณะอุบมุงพระอุรังคธาตุที่ภูกำพร้า ในครั้งนี้พระองค์ได้ทำการประดิษฐานพระอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นไปตามพุทธพยากรณ์ทุกประการ พญาสุมิตตธรรมเมื่อทำการประดิษฐานพระอุรังคธาตุแล้ว ได้ไปทำนุบำรุงพุทธศาสนาที่เมืองร้อยเอ็ด เมื่อถึงแก่กรรมได้ไปเกิดเป็นสุมิตตธรรมฤษีอยู่ที่ป่าหิมพานต์

ตำนานในความหมายของการเป็นรากฐานอารยธรรม
ความสำคัญตำนานอุรังคธาตุ
สาระสำคัญจากตำนานอุรังคธาตุ
การลำดับเรื่องราวในตำนานอุรังคธาตุ
ช่วงระยะเวลาก่อนพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน
ช่วงระยะเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน 8 ปี
ช่วงร่วมระยะเวลาเดียวกันกับพระเจ้าอโศก
ช่วงระยะเวลาแห่งราชอาณาจักรลาวล้านช้าง
ระยะเวลาในการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ
พระธาตุพนมในมิติของการเป็นศูนย์กลางของรัฐโบราณ : แคว้นศรีโคตรบูร
ตำนานอุรังคธาตุคือตำนานของการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง
ชุมชนโบราณที่แสดงถึงการมีอยู่ของแคว้นศรีโคตรบูร
บทส่งท้าย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com