Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานอุรังคธาตุ

ระยะเวลาในการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ

การศึกษาเอกสารประเภทตำนาน ถ้าสามารถศึกษารู้ระยะเวลาในการเขียนตำนานนั้นได้ ย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการที่จะนำเอกสารตำนานนั้นมาใช้เป็นข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อเรื่องในตำนานอุรังคธาตุมาจบลงในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช จึงทำให้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า ตำนานอุรังคธาตุได้รับการเรียบเรียงขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แต่ในตอนต้นของเรื่องกล่าวถึงระยะเวลาก่อนที่พระพุทธองค์จะเข้าสู่พระนิพพาน พระพุทธองค์ทรงทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองไว้ ซึ่งมีนักวิชาการบางท่านได้เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เหตุการณ์เรื่องราวที่มีลักษณะเป็นพุทธทำนายนั้น ผู้เรียบเรียงต้องการให้เป็นไปตามประวัติของกษัตริย์ลาวล้านช้าง เหตุการณ์ในพุทธทำนายมีรายพระนามของพระมหากษัตริย์ลาวต่อเนื่องไปจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชไปอีก ซึ่งเมื่อได้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในตำนาน ตามพุทธพยากรณ์ในตำนาน ที่มีการนำพระมหากษัตริย์ลาวที่มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องที่สำคัญ รวมทั้งเป็นที่เคารพนับถือของชาวลาว มาผูกขึ้นเป็นเรื่องตามกฎแห่งกรรม และเพื่อให้การอธิบายเรื่องกลับชาติมาเกิดใหม่ดูสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากลำดับชื่อกษัตริย์ในตำนานไม่ต่อเนื่องกัน เพราะในเหตุการณ์จริงตามประวัติศาสตร์ลาว ยังมีกษัตริย์องค์อื่น ๆ คั่นอยู่ระหว่างลำดับชื่อกษัตริย์ในตำนานด้วย ผู้เรียบเรียงตำนานจึงได้ใช้คติเรื่องภูมิฤาษี มาใช้ประกอบในการเรียบเรียง คือ การทำให้ผู้วายชนม์ไปเกิดเป็นฤษีซึ่งมีฤทธิ์สามารถชะลอเวลาตายเพื่อไปเกิดใหม่ จึงทำให้บุคคลในอดีตชาติที่มีชื่อกล่าวไว้ในตำนานอุรังคธาตุ สามารถกลับชาติมาเกิดเป็นพระมหากษัตริย์องค์สำคัญ ๆ ของลาวได้ (พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. 2521 : 12-15) วิธีการแบบภูมิฤาษี จึงทำให้เวลาของบุคคลในตำนาน อุรังคธาตุสามารถกลับชาติมาเกิดใหม่ โดยให้มาเชื่อมต่อเข้ากันกับเวลาของบุคคลที่มีชื่อหรือมีตัวตนอยู่ในสมัยประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรลาวล้านช้างได้อย่างสมจริง



บุคคลในเวลาของนิทานปรัมปรา ผู้กลับชาติมาเกิดในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ลาว ในที่นี้จะยกมากล่าวเฉพาะที่เป็นหัวใจของเรื่องในตำนานอุรังคธาตุ มี 2 ตน คือ อมรฤษี ต้นวงศ์ของเมือง สาเกตหรือเมืองร้อยเอ็ด กับสุมิตตธรรมฤษี ผู้ซึ่งมีชาติกำเนิดครั้งแรกในนิทานปรัมปราเป็นพญาศรีโคตรบูร เป็นผู้ได้พบพระพุทธองค์และถือบาตรของพระองค์มาส่งที่ภูกำพร้า และในพระชาติสุดท้ายก่อนเป็นฤษี คือ พญาสุมิตรตธรรม แห่งเมืองรุกขนคร ผู้ได้บูรณะพระธาตุพนมเป็นครั้งที่สองและเป็นผู้ประดิษฐานพระอุรังคธาตุไว้ในเจดีย์ ทั้งอมรฤษีและสุมิตตธรรมฤษีได้กลับชาติมาเกิดเป็นพระมหากษัตริย์ลาวพ่อลูกกันตามคำอธิษฐาน

เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ลาวตั้งแต่พระไชยเชษฐาธิราชลงมาค่อนข้างสับสน เอกสารทางประวัติศาสตร์ของลาว ซึ่งเป็นพงศาวดารตำนานฉบับต่าง ๆ ก็สับสนตามไปด้วย โดยเฉพาะตอนเริ่มสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ดูเหมือนว่าผู้บันทึกเอกสารทางประวัติศาสตร์ของลาวฉบับอื่น ๆ จะไม่ทราบประวัติที่มาของพระองค์ที่แน่นอนโดยมากมักจะกล่าวถึงพระองค์ขึ้นมาลอย ๆ หรือมิฉะนั้นก็ขัดกันเองภายในเนื้อหาเล่มเดียวกัน

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (2521 : 12-15) ได้อธิบายถึงช่วงระยะเวลาการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ลาวว่า ตามที่มีการระบุเวลาการขึ้นครองราชย์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฉบับ คือฉบับพิมพ์ของกระทรวงศึกษาธิการลาว ที่ได้ชำระจากตำนานเก่า ๆ และให้ศักราชไว้ 2 ช่วงพุทธศักราช คือ พ.ศ. 2176 กับ พ.ศ. 2181 (จ.ศ.995 กับ จ.ศ. 1000) ปี พ.ศ. 2181 หรือ จ.ศ. 1000 นี้ ตรงกันกับปีขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชในตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน แต่ที่ถูกมองข้ามไปคือ ในตำนานอุรังคธาตุได้ระบุถึงปี ที่เขียนเป็นภาษาบาลี ว่า “ปุณณ สหัสส วุฒิมงคลสังกราช” ฝูงเทวดาอารักษ์จึงอัญเชิญเจ้าสุริยกุมารขึ้นเสวยราชสมบัติ ศักราชที่ผูกประโยคเป็นภาษาบาลีนี้ คือ จ.ศ. 1000 นั่นเอง ( คำว่า “สหัสส” มีความหมายถึง 1,000 ) ดังนั้น ตำนานอุรังคธาตุ จึงน่าจะได้รับการเรียบเรียงขึ้นในช่วงระยะเวลาการครองราชย์ของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช คือ ระหว่าง พ.ศ. 2181- 2233 เพราะในตำนานอุรังคธาตุ ได้กล่าวต่อไปว่า พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชจะได้บูรณะพระธาตุพนม ซึ่งผลบุญดังกล่าวจะส่งผลให้ไปเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ แต่จากการขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากร เพื่อตรวจอายุของชั้นดินที่พระธาตุพนม ได้พบหลักฐานที่ทำให้ทราบได้ว่า พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชไม่มีโอกาสได้บูรณะพระธาตุพนม เพราะพระองค์ได้เสด็จสวรรคตก่อนเวลาการบูรณะพระธาตุพนมประมาณ 2-3 ปี หรือมิฉะนั้นก็คงได้รับการเรียบเรียงขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2176-2181 แต่ทั้งนี้ถ้าปี พ.ศ. 2176 เป็นปีที่เสด็จขึ้นสู่ราชสมบัติของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช และทรงทำพิธีบรมราชภิเษกในปี พ.ศ. 2181 ชื่อพระยาศรีไชยชมพูจึงน่าจะเป็นข้าราชสำนักผู้เรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ ขึ้น ดังปรากฏนามไว้ในตอนท้ายของเรื่อง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในช่วงเวลาที่เป็นมงคลนี้

ตำนานในความหมายของการเป็นรากฐานอารยธรรม
ความสำคัญตำนานอุรังคธาตุ
สาระสำคัญจากตำนานอุรังคธาตุ
การลำดับเรื่องราวในตำนานอุรังคธาตุ
ช่วงระยะเวลาก่อนพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน
ช่วงระยะเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าเข้าสู่ปรินิพพาน 8 ปี
ช่วงร่วมระยะเวลาเดียวกันกับพระเจ้าอโศก
ช่วงระยะเวลาแห่งราชอาณาจักรลาวล้านช้าง
ระยะเวลาในการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ
พระธาตุพนมในมิติของการเป็นศูนย์กลางของรัฐโบราณ : แคว้นศรีโคตรบูร
ตำนานอุรังคธาตุคือตำนานของการสร้างความสัมพันธ์ของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง
ชุมชนโบราณที่แสดงถึงการมีอยู่ของแคว้นศรีโคตรบูร
บทส่งท้าย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com