Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

นิทานชาดก

เสียงสัตว์ 8 ชนิด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภเสียงแสดงความแร้นแค้นอันน่าสพึงกลัวที่พระเจ้าโกศลได้สดับในเวลาเที่ยงคืน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษีบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าหิมพานต์ ต่อมาปีหนึ่งได้เข้าไปพำนักอยู่ในสวนหลวงของพระเจ้าพรหมทัต ผู้ปกครองเมืองพาราณสี โดยที่ระราชาไม่ทรงทราบได้ ในคืนหนึ่ง เวลาเที่ยงคืนขณะที่พระราชากำลังบรรทมอยู่นั้นได้สดับเสียบ 8 เสียงติดต่อกันไม่ขาดสาย คือ

1. เสียงนกกระยางตัวหนึ่งในสวนหลวงร้อง
2. แม่กาอาศัยอยู่ที่เสาระเนียดโรงช้างร้อง
3. แมลงภู่ที่ช่อฟ้าเรือนหลวงร้อง
4. นกดุเหว่าที่เลี้ยงไวในเรือนหลวงร้อง
5. เนื้อที่เลี้ยงไว้ในเรือนหลวงร้อง
6. ลิงที่เลี้ยงไว้ในเรือนหลวงร้อง
7. กินนร (อมนุษย์ในเทพนิยายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก) ร้อง
8. พระปัจเจกพุทธเจ้าได้เปล่งเสียงอุทานขึ้น

พระองค์เมื่อสดับเสียงเหล่านี้แล้วตกพระทัยสะดุ้งกลัว ในวันรุ่งขึ้งจึงรับสั่งให้พราหมณ์โหรหลวงเข้าเฝ้าสอบถามถึงเภทภัยพวกโหรหลวงดูฤกษ์แล้วถวายบังคมว่า "อันตรายจักมีแก่พระองค์พระเจ้าข้า" แล้วแนะนำให้ทำการบูชายัญสัตว์อย่างละ 4 ตัวพระราชาทรงอนุญาตให้ทำตามนั้น

สมัยนั้น มีชายหนุ่มลูกศิษย์ของหัวหน้าพราหมณ์บูชายัญคนหนึ่งเป็นผู้มีปัญญาฉลาดเฉลียว จึงเข้าไปหาอาจารย์พร้อมอ้อนวอนว่า "อาจารย์ การบูชายัญด้วยสัตว์ ขอท่านอย่าได้ทำเลนนะท่านอาจารย์" อาจารย์ตอบว่า "เจ้าช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ถ้าเราไม่ทำการบูชาแล้วเราจะมีอาหารที่ดี ๆ รับประทานได้อย่างไร"

ชายหนุ่ม "อาจารย์ ขอท่านอย่าเห็นแก่ปากแก่ท้องแล้วไปตกนรกเลยนะ" พวกพราหมณ์ได้ฟังเช่นนั้นแล้วก็โกรธหาว่าเขาขัดลาภ

ชายหนุ่มกลัวมีอันตรายแก่ตนเองจึงขอตัวเข้าเมืองไปแสวงหานักบวชเพื่อจะให้ไปห้ามพระราชาไม่ให้กระทำการบูชายัญ ได้แวะเข้าไปหาฤๅษี ในสวนหลวงนั้น ด้วยมั่นใจว่าจะเป็นผู้ที่พระราชาให้ความเคารพนับถือ เรียนให้ฤๅษีทราบว่า "พระคุณเจ้า ท่านไม่คิดจะสงเคราะห์ชีวิตสัตว์บ้างหรือ พระราชามีรับสั่งให้ฆ่าสัตว์บูชายัญในวันนี้ ท่านช่วยปลดเปลื้องความทุกข์แก่สัตว์น้อยใหญ่จะไม่สมควรอยู่หรือ" พระฤๅษีตอบว่า"ก็ถูกต้องล่ะพ่อหนุ่ม แต่ว่าพระราชาไม่รู้จักเรา และเราก็ไม่รู้จักพระราชาเช่นเดียวกัน"

ชายหนุ่ม "ว่าแต่ว่า พระคุณเจ้ารู้ผลของเสียงที่พระราชาทรงสดับหรือไม่"

พระฤๅษี "ใช่เรารู้"

ชายหนุ่ม "เมื่อรู้ทำไมไม่กราบทูลพระราชาล่ะ"

พระฤๅษี "พ่อหนุ่ม ถ้าพระราชาทรงเสด็จมาที่นี้ เราก็จะกราบทูลให้ทรงทราบ"

ชายหนุ่มรีบเข้าไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบว่ามีฤๅษีตนหนึ่งมาพำนักอยู่ที่สวนหลวง ทราบเสียงที่พระองค์ทรงสดับว่า มีผลเป็นอย่างไร พระราชาทรงเสด็จไปสวนหลวงโดยเร็วไว ไหว้ฤๅษีแล้วถามถึงเสียงเหล่านั้น พระฤๅษีกราบทูลให้ทรงทราบว่า "มหาบพิตร.. จะไม่มีอันตรายอะไรแก่พระองค์เลย เพราะได้สดับเสียงเหล่านั้น นกกระยางตัวหนึ่งที่สวนหลวงไม่ได้เหยื่อ หิวอาหารจึงร้องขึ้นเป็นเสียงแรก ถ้าพระองค์จะเมตตาต่อมัน ก็จงชำระสวนให้สะอาดแล้วปล่อยน้ำให้เต็มสระเถิด " พระราชารับสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งไปกระทำตามนั้น



พระฤๅษีทูลต่อว่า "แม่กาตัวหนึ่งที่เสาพะเนียดโรงช้างโศกเศร้าคิดถึงลูกน้อย 2 ตัวที่ตายไป จึงร้องเป็นเสียงที่ 2 สาเหตุเพราะนายคราญช้างชื่อพันธุระที่ตาบอดข้างหนึ่ง เวลาขี่ช้างออกจากโรงมักจะเอาขอตีถูกแม่กาบ้างลูกกาบ้าง รื้อรังมันบ้าง แม่กาได้รับความลำบากจึงร้องขอให้ตาของนายคราญช้างนั้นบอดทั้ง 2 ข้าง ถ้าพระองค์จะเมตตาต่อมัน จงเรียกนายพันธุระมาให้เลิกทำพฤติกรรมนั้นเสียเถิด"

พระราชารับสั่งให้หาตัวนายพันธุระมาเข้าเฝ้า ทรงปริภาษแล้วไล่ออกไป ทรงตั้งคนอื่นเป็นนายควาญช้างแทน

พระฤๅษีทูลต่อว่า "แมลงภู่ตัวหนึ่งที่ช่อฟ้ามหาปราสาทกัดกินกระพี้ไม้หมดแล้วไม่อาจจะกัดกินแก่นไม้ได้ เมื่อไม่ได้อาหารและบินออกไปที่อื่นไม่ได้ จึงร้องออกไปเป็นเสียงที่ 3 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตาต่อมันจงให้คนนำมันออกจากช่อฟ้านั้นเถิด" พระราชารับสั่งให้ทหารคนหนึ่งไปนำแมลงภู่ออกจากช่อฟ้าแล้วปล่อยไป

พระฤๅษีทูลต่อว่า "นกดุเหว่าตัวหนึ่งคิดถึงป่าที่ตนเคยอยู่อาศัยว่า 'เมื่อไรหนอเราจึงจะพ้นกรงนี้ ได้ไปสู่ป่าที่ร่มเย็นของเรา' จึงร้องขึ้นไปเป็นเสียงที่ 4 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตามัน จงปล่อยมันเถิด" พระราชารับสั่งให้นายพรานคนหนึ่งนำมันไปปล่อยที่ของมันตามเดิม

พระฤๅษีทูลต่อว่า "เนื้อตัวหนึ่งในเรือนหลวงที่พระองค์เลี้ยงไว้ มันเป็นพญาเนื้อ เมื่อคิดถึงนางเนื้อของตนจึงร้องขึ้นเป็นเสียงที่ 5 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตาก็ปล่อยมันไปเถิด" พระราชารับสั่งให้นำมันไปปล่อยที่เดิม

พระฤๅษีทูลต่อว่า "มีลิงตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงไว้ในเรือนหลวงมีความกำหนัดต้องการผสมพันธุ์กับฝูงลิงในป่า ดิ้นรนอยากจะไปจึงร้องขึ้นเป็นเสียงที่ 6 ขอพระองค์ทรงปล่อยมันไปเถิด" พระราชารับสั่งให้ทำตามนั้น

พระฤๅษีทูลต่อว่า "มีกินนรตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงไว้ในเรือนหลวงคิดถึงนางกินรี ดิ้นรนเพราะอำนาจกิเลส จึงร้องขึ้นเป็นเสียงที่ 7 ขอพระองค์ทรงปล่อยมันไปเถิด" พระราชารับสั่งให้ทำตามนั้น

พระฤๅษีทูลต่อว่า "มหาบพิตร เสียง 8 เป็นเสียงอุทานของพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งที่อายุสังขารจะสิ้นลง จึงเหาะมาจากภูเขายังถิ่นมนุษย์จึงได้ปรินิพพานที่โคนไม้รังในสวนหลวงของพระองค์ เวลามาถึงยอดปราสาทของพระองค์ได้เปล่งเสียงอุทานขึ้น ขอเชิญพระองค์เสด็จไปปลงศพท่านด้วยเถิด" ทูลจบก็นำพาพระราชาไปยังที่นั้น พระราชาพร้อมหมู่พลได้กำการบูชาศพพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ของหอม สั่งให้งดการบูชายัญ ให้ตีกลองประกาศห้ามฆ่าสัตว์ในเมือง ให้เล่นมหรสพและทำการสักการะศพของพระปัจเจกพุทธเจ้าตลอด 7 วัน พระฤๅษีได้แสดงธรรมแก่พระราชาไม่ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทแล้วก็กลับเข้าป่าหิมพานต์ตามเดิม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ปัญหาทุกปัญหามีทางออกและมีวิธีแก้ที่ถูกต้องถ้าได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม (เสนาซุย)

พญาไก่ป่า
พระราชาผู้รู้เสียงสัตว์
ปูทองผู้ฉลาด
ชายหนุ่มปราบยักษ์
แบ่งกันไม่ลงตัว
คุณธรรมของหัวหน้า
เสียงสัตว์ 8 ชนิด
แพะกับเสือเหลือง
พญานกแขกเต้าผู้สันโดษ
มองในเวลาที่ไม่ควรมอง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com