Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การควบคุมทางสังคม

การขัดเกลาทางสังคม

ในหนังสือเรื่อง "สังคมและวัฒนธรรม" บทที่ 3 การขัดเกลาทางสังคม โดย รศ. สุพัตรา สุภาพ ได้กล่าวถึงการขัดเกลาทางสังคม (socialization) มีข้อความบางตอนดังนี้

1. ความมุ่งหมายของการขัดเกลาทางสังคม อาจแบ่งได้เป็น 4 ประการ คือ

 

2. ตัวแทนของการขัดเกลาทางสังคม มีอยู่ 6 กลุ่ม คือ

ตัวแทนที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีส่วนสำคัญในการหลอมหล่อบุคลิกภาพของบุคคลตามที่สังคมต้องการ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมต่อไป

ประโยชน์ที่ได้รับ

  1. จากเรื่องย่อข้างบนทำให้ทราบว่าครอบครัวมีบทบาทสำคัญมากอย่างยิ่งในการอบรมเลี้ยงดูบุตร การเลี้ยงดูบุตรต้องใช้ความอดทน ความมานะอย่างสูง เพราะ เด็กจะมีการเลียนแบบพ่อแม่ อย่างลูกสาวก็จะเรียนแบบแม่ ลูกชายจะเรียนแบบพ่อ ถ้าพ่อแม่ใช้คำหยาบลูกก็จะใช้คำหยาบด้วย พ่อแม่สกปรก เกียจคร้าน ลูกก็จะเลียนแบบอย่างนั้น
  2. ในการเลี้ยงดูจะต้องให้ความรักความอบอุ่นกับเด็ก การสร้างกิจกรรมร่วมกันกับเด็ก ให้เวลากับลูกอย่างเหมาะสมจะทำให้เด็กรักในสถาบันครอบครัว ปัญหาการฆ่าตัวตายก็จะลดลง เพราะเด็กได้รับคำปลอบประโลมจากพ่อแม่ ได้รับการให้กำลังใจเพื่อทำให้เขาสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่ย่อท้อ
  3. ตามทฤษฎีของอีริคสัน (Erikson's theory) จะพบว่าในขั้นที่ 3 (Initiative Versus Guilt) ช่วง 3-5 ปี และในขั้นที่ 4 (Industry Versus Inferiority) ช่วง 6-12 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มพัฒนาความคิดเรื่องความรู้สึกบาป พัฒนาความรู้สึกขยันและ ความรู้สึกด้อย จึงเป็นช่วงที่ควรเอาใจใส่เด็กเป็นพิเศษ
  4. โรงเรียนและผู้ปกครองของเด็กควรจะมีการร่วมกันพัฒนาเด็กในด้านจิตใจเพื่อให้เด็กเป็นผู้มีสมรรถภาพ เป็นคนเก่งด้วยปัญญา มีคุณภาพ เป็นคนดีด้วยคุณธรรม และมีสุขภาพ มีความสุขในสังคม กล่าวอย่างสั้น ๆ คือ ให้เป็นคนเก่ง คนดี มีสุข
  5. การลงโทษที่รุนแรงเกินไป และขาดการชี้แจง จะทำให้เด็กเข้าใจผิดคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก การลงโทษที่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของพ่อแม่ จะทำให้เด็กสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ อันจะนำไปสู่การกระทำผิดได้
  6. ความแตกแยกของครอบครัว อันเกิดขึ้นจากการหย่าร้างการแยกกันอยู่หรือการตายจากไปของบิดามารดาจะมีผลต่อปัญหาด้านสุขภาพจิตของเด็กเป็นอย่างยิ่งซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสังคมต่าง ๆ เช่น ปัญหายาเสพติด เป็นต้น
  7. โรงเรียนไม่ควรจะปลูกฝังเด็กให้เป็นคนรักการเรียนแต่ควรปลูกฝังให้เด็กเป็นคนที่รักจะทำความดีด้วย ดังพระราชหัตถเลขาเกี่ยวกับเยาวชนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวดังนี้คือ "ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้นคือเยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์ สุจริต มีอุปนิสัยใจคอดี"
  8. ศาสนาเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้คนมีศีลธรรม จริยธรรม รู้สำนึกในผิดชอบ-ชั่วดี จึงควรให้มีหลักสูตรการสอนศาสนาในระดับปริญญาตรีด้วย
  9. ศาสนาใดก็ตามนอกจากจะมีหน้าที่สอนให้คนทำดีแล้วยังต้องส่งเสริมสนับสนุนกันและกันดังพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "ศาสนาใด ๆ จะมีชื่อว่าอะไรก็ตาม ต้องส่งเสริมสนับสนุนกันเพื่อความเป็นอยู่เป็นปึกแผ่นของสังคม ฉะนั้นที่ศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทยปรองดองกันดีพอสมควรเป็นเวลาช้านาน จึงทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขได้"
  10. ช่วงชีวิตวัยใด ๆ ก็ตามอย่าเป็นคนที่ มองแคบ คิดใกล้ ใฝ่ต่ำ มองแคบ คือ มัวแต่มองกันไปมองกันมาอยู่ข้างในกลุ่มตัวเอง เหมือนกับไก่ในเข่งที่เขาจะเอาไปทำเครื่องเซ่นไหว้ตอนตรุษจีนก็ยังตีกันอยู่ในเข่ง ถ้ามองกว้างออกไปภายนอก จะเห็นสภาพความเป็นไป มองเห็นปัญหาของมนุษยชาติ มองเห็นปัญหาของโลก คิดใกล้ คือ คอยรอ คอยตามรับจากเขา จึงคิดใกล้หรือคิดสั้น ไปหยุดไปตันแต่ที่เขาทำเท่านั้นเอง เราไม่คิดเลยหน้าไปไกลกว่าเขา ใฝ่ต่ำ คือ หวังลาภยศ มุ่งจะหาวัตถุบำรุงบำเรอความสุขและความลุ่มหลงเพลิดเพลินอยู่กับการเสพอามิส

ที่มา :
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิมพ์
4 มีนาคม 2541

ภาวะสังคมในสหรัฐอเมริกา
ภาวะวิกฤตทางสังคมไทย
วิกฤตสังคมไทยยุคโลกาภิวัตน์และทางออก
การขัดเกลาทางสังคม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com