วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

ชีวิตและพันธุกรรมกำหนดของความเป็นมนุษย์

ปิแอร์ ลุยกิ ลุยสิ, มหาวิทยาลัยโรมา อิตาลี

วิถีภายในตัวเองของการรู้ตัว

(The Immanence path to consciousness)

“การรู้ตัว” เป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญ เราได้ดำเนินมาถึงจุดที่มีนัยสำคัญ อย่างยิ่งของการ พูดเรื่องชีวิต ในบริบทมุมมองทางวิทยาศาสตร์ และโดยวิธีธรรมชาติ ปรากฏการณ์วิทยา (phenomenological naturalism) มีคนนับว่าการรู้ตัว รู้สติ เป็นคุณสมบัติ ของจิต (mind) และจิตเป็นอะไรที่ได้มาจากสารในสมอง ซึ่งคิดแบบนี้ก็ค่อนข้างเรียบง่าย ในการเข้าถึงการรู้สติ (ผู้เรียบเรียงไม่แน่ใจว่าแบบนี้จะสมควรหรือไม่) แต่อย่างน้อยนักวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่พอยอมรับ ว่าการรู้สตินั้นเป็นคุณสมบัติ ที่ผุดกำเนิดขึ้นในสมองของเรา สำหรับมนุษย์เป็นการรับรู้ที่อยู่ในระดับ ก้าวหน้าและซับซ้อนมาก

นั่นคือเพียงพอที่จะเกิดการรู้ตนเอง สะท้อนตนเอง ครุ่นคิดถึงความคิดของตนเอง และเราทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องอาศัยอะไรที่หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ต้องอาศัยอำนาจ เหนือมนุษย์ การรู้สติจึงได้เป็นคุณสมบัติหรือวิถีภายในตัวเองของมนุษย์ (อาจจะมีคนไม่ค่อยพึงพอใจ กับคำ “คุณสมบัติ” อีก แต่เราขอใช้ไปพลางๆ ณ ที่นี้) จริงๆเราควรเริ่มที่จุดเริ่มต้นของชีวิต (ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์พัฒนามาจากสารไม่มีชีวิต)

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเรื่อง จุดเริ่มต้นชีวิตจะ บานปลายเกินไป เอาเพียงว่าตอนนี้ ทางวิทยาศาสตร์ ทั่วๆไปเราเชื่อว่าปฏิกิริยาและ กระบวนการ ระดับโมเลกุลที่ซับซ้อนมาก เกิดระบบจัดการตนเอง จนในที่สุดเกิดขอบเขต (boundary) ของเครือข่ายปฏิกิริยาที่ว่านี้ สร้างตนเองได้ เกิดโครงสร้างในเซลล์ได้ กลายเป็นชีวิตในที่สุด (Oparin, 1924) จากเดิมที่ชีวิตมาจาก LUCA cells (Last Universal Common Ancester หรือบรรพบุรุษร่วมสากล รุ่นสุดท้าย) กลไกวิวัฒนาการแบบของดาร์วิน ก็ทำให้เกิดความแตกต่างหลากหลายเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต จนมนุษย์ถือกำเนิดมาในที่สุด ประเด็นเชิงปรัชญาที่สำคัญก็ได้แก่ชีวิตและมนุษย์นั้นกำหนดให้มี หรือเป็นเพียง series ของความหลากหลายและลงเอยที่การกำเนิด (หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เกิดขึ้น โดยบังเอิญ) แต่ก็จะต้องใช้เวลามากเกินกว่าที่จะมี ในทางวิทยาศาสตร์เองก็มีสาย ที่เชื่อว่าชีวิต และมนุษย์นั้นเป็นวิถีแห่งจักรวาลกำหนด (cosmic imperative) ซึ่งเราอาจจะพิจารณาต่อจากมุมมองนี้ โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องอะไรที่เหนือมนุษย์กัน

ตามความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ สรรพสิ่งเริ่มต้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ (the Big Bang) เมื่อประมาณหมื่นสามพันเจ็ดร้อยล้านปีก่อน ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งชีวิต มนุษย์ ล่วนแล้วแต่เป็นผลผลิตจากวิวัฒนาการของโมเลกุล

สำหรับเรื่องของมนุษย์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นประเด็นของบทความนี้ จึงจะขอลงวิเคราะห์วิวัฒนาการ ทางชีวภาพที่ให้กำเนิดมนุษยชาติ และอาจจะต้องแตะตัวทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ล ดาร์วิน อันเป็นทฤษฎีรากฐานเกี่ยวกับความหลากหลายของชีวิตตามความเชื่อวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน

สัตว์เซลล์เดียวขั้นพื้นฐานธรรมดา
การผุดกำเนิด
ระบบจัดการตนเอง
ระบบอัตตกำเนิด
การไร้ซึ่งจุดจำเพาะเจาะจงหรือศูนย์กลางแห่งชีวิต
การรับรู้
วิถีภายในตัวเองของการรู้ตัว
ทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วินสู่ยุคพันธกรรมมนุษย์
ภาพรวมและอนาคตที่กำลังผุดกำเนิด
พันธุกรรมของมนุษย์จะส่งผลอะไรกับเรา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-