วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

ชีวิตและพันธุกรรมกำหนดของความเป็นมนุษย์

ปิแอร์ ลุยกิ ลุยสิ, มหาวิทยาลัยโรมา อิตาลี

ทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วินสู่ยุคพันธกรรมมนุษย์

การรู้สติ

(consciousness)

เรื่องของสติของมนุษย์ เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์ของสปีซีส์ แม้ว่าเราจะมีความก้าวร้าว รุนแรง และสัญชาติญาณเรื่องความรัก ความเมตตากรุณา แต่เมื่อพูดถึงสติ การรู้สติ การมีสติ จะเป็นอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากลักษณะอื่นๆข้างต้น รวมถึงอาจจะมี คำถามด้วยว่าแล้วสติที่เรามีอยู่ในปัจจบันนี้ จะเป็นอะไรที่ปรากฏอยู่ในบรรพบุรุษ หรือต้นตระกูลมนุษย์ ด้วยหรือไม่ บรรพบุรุษร่วมระหว่างเรากับชิมแปนซีจะมี “สติ” เหมือนกันหรือไม่ มนุษย์ถ้ำนีแอนเดอธัล เป็นสัตว์ที่มีสติหรือไม่?

คำถามเหล่านี้ยากจะหาคำตอบ อาจจะพูดได้แค่ว่า อาจจะมีรูปแบบของสติอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ในปัจจุบันอาจจะมีการปรับ หรือพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น ละเอียดอ่อนมากขึ้น ในการที่จะวิเคราะห์เรื่องนี้ ต้องพิจารณาเรื่องความหมายที่หลากหลายและระดับความลึก ว่าเรากำลังพูดกันในระดับไหน

ในที่นี้ เราเอาแค่สองพื้นฐานของการมีสติ ยกตัวอย่างเช่น การหยุดรถที่ไฟแดง เป็นพฤติกรรมแสดงออกของการมีสติ เป็นระดับการควบคุมผ่านการตัดสินใจ และเลือกกระทำ ในการศึกษาภาวะการรับรู้มักจะเรียกระดับนี้ว่า “สติในการแก้ปัญหาง่าย” คำว่า “ง่าย” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างโดยละเอียดในการกระตุ้น การตอบสนอง แต่หมายถึงตามหลักการแล้ว เราเห็นกลไกพฤติกรรมการกระทำ ความสัมพันธ์ของการกระทำกับสมอง เป็นระดับรู้สติเดียวกับที่ปรากฏในไดอะแกรมรูปที่ห้า

ทว่ายังมีการรับรู้สติอีกระดับหนึ่ง นั่นคือการรับรู้ว่าเรากำลังเห็นและได้เจอไฟแดง สติในระดับนี้ยากแก่การอธิบายหรือทำให้คนอื่นทราบ และถือเป็น “สติในการแก้ปัญหายาก” เพราะว่าไม่มีคำอธิบายหรือกลไกใดๆที่จะช่วยทำให้เราทราบเหตุผลว่าว่าที่เรามีประสบการณ์เช่นนี้เพราะอะไรและอย่างไร ยกตัวอย่างเพิ่มเติมเช่น “ฉันสามารถท่องบทกวีได้ขึ้นใจ จากความทรงจำ และจากความต้องการของฉัน” แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ฉันสามารถ “รับรู้” ว่าฉันทำได้ รับรู้ว่าฉันรู้ ฉันทำได้ เป็นการรับรู้ว่าฉันจำ รับรู้ว่าฉันท่องได้ นี่เป็นสติที่อยู่ในระดับละเอียดอ่อนของการรู้สติ นั่นคือ “กำลังรู้ว่าฉันรับรู้” รู้ว่าฉันนั้นคือฉัน รู้ว่าเรากำลังมีชีวิต และการรับรู้ระดับนี้นั้น มีเหตุผลเพียงพอว่าสัตว์อื่นๆไม่สามารถทำได้ สัตว์อื่นไม่ได้รับรู้ว่ามันกำลังรู้ แต่ได้แค่ว่ามันรู้ มีวรรณกรรมอ้างอิงมากมายในเรื่อง “ปัญหายาก” นี้ของระดับการรู้สติ (Chalmers, 1996; Velmans, Bitbol, 2008; Dennet, 1991) คุณลักษณะนี้เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นมนุษย์

การแยกกันได้ของสองระดับการมีสตินี้มีความสำคัญ แม้ว่าระดับลึกซึ้งนั้นจะสำคัญ และเป็นหัวข้อการศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องสติ และประสบการณ์ความรู้สึก และการรับรู้ แต่การมีสติในระดับง่ายนั้น มีความสำคัญมากกว่าทางสังคม ทางการเมือง สิ่งสำคัญๆที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์จะสร้างหรือไม่สร้างระเบิดนิวเคลียร์ ทำหรือไม่ทำวิจัยเรื่องเซลล์ต้นกำเนิด ประเทศไหนจะใช้หรือไม่ใช่พลังงานแสงอาทิตย์หรือหันไปหาพลังงานนิวเคลียร์ เราควรจะพัฒนามหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรือเราจะสร้างกองทัพ เราจะหันไปสร้างคลองปานามา หรือว่าทำทางขึ้นภูเขาหิมาลัย ทั้งหมดเป็นผลพวงมาจากการรู้สติของมนุษย์ และอนาคตของ มวลมนุษย์นั้นก็จะขึ้นกับเรื่องนี้ด้วย

เรื่องราวของต้นกำเนิดชีวิต ต้นกำเนิดของการรู้สติ ซึ่งเป็นคุณสมบัติภายใน ของสิ่งมีชีวิตเอง เราจะสังเกตเห็นได้ว่า วิวัฒนาการโดยตลอดของมนุษย์ ได้ถูกอิทธิพลครอบงำ มาจากการรับรู้ สติที่เรามีนั่นเอง ไม่ว่าสุดท้ายโลกของเราจะถูกทำลาย จากการเติบโตทางระบบ เศรษฐกิจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการมีสติรับรู้ (หรือบางคน อาจจะบอกว่าน่าจะเป็น “การไม่รับรู้” มากกว่า) หรือการมองอะไรเห็นหรือไม่เห็น ยังคงมีความหวังว่าการรับรู้ของเราทุกคน อาจจะเป็นกลไกสำคัญ อันทรงพลัง ที่จะแก้ไขวิวัฒนาการ และปัญหาต่างๆในขณะนี้ รวมถึงผลจากการกระทำผลักดันโดยสัญชาติญาณเอปนักฆ่านั้นด้วย ความท้าทายนี้รวมไปถึง เราจะสามารถหยุดยั้ง สงครามต่างๆได้หรือไม่ เป็นต้น

คำถามเหล่านี้จะย้อนกลับมาอีกทีในบทสรุปของบทความนี้ เอาเป็นว่า “การรู้สติ” เป็นอีกตัวกำหนดความเป็นมนุษย์ ยังมีตัวกำหนดอื่นอีกที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงใกล้ชิดกับการรู้สติ และมีความเป็นอัตตวิสัยมากขึ้นของสติ นั่นคือเรื่องราวของ “จิตวิญญาณ (Spirituality)”

สัตว์เซลล์เดียวขั้นพื้นฐานธรรมดา
การผุดกำเนิด
ระบบจัดการตนเอง
ระบบอัตตกำเนิด
การไร้ซึ่งจุดจำเพาะเจาะจงหรือศูนย์กลางแห่งชีวิต
การรับรู้
วิถีภายในตัวเองของการรู้ตัว
ทฤษฏีวิวัฒนาการของดาร์วินสู่ยุคพันธกรรมมนุษย์
ภาพรวมและอนาคตที่กำลังผุดกำเนิด
พันธุกรรมของมนุษย์จะส่งผลอะไรกับเรา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-