ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

ดนตรีไทย

ดนตรีไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนไทยที่มีประวัติความเป็นมาวิวัฒนาการ และการสืบทอดที่ยาวนานจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาติอันมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และจิตใจ ดังนั้น ในการศึกษาดนตรีไทย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปะแขนงนี้อย่างแท้จริง นักเรียนจึงควรศึกษาวิวัฒนาการของดนตรีไทยด้านต่างๆ การประสมวง และลักษณะเพลงไทยสมัยต่างๆ

การประสมวงดนตรีไทยสมัยต่างๆ

การประสมวง หมายถึง การนำเครื่องดนตรีไทยประเภทต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินทำนองและกำกับจังหวะมาบรรเลงร่วมกันอย่างมีหลักเกณฑ์และแบบแผน แบ่งออกได้เป็นสมัยต่างๆ ดังนี้

สมัยกรุงสุโขทัย

ในสมัยนี้มีการประสมวงดนตรีไทย 3 ประเภท คือ

1. การบรรเลงพิณ สันนิษฐานว่าเป็นการบรรเลงในรูปแบบการประสมวงเป็นครั้งแรก มีจุดประสงค์เพื่อขับกล่อม
2. วงขับไม้ เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น สมโภชพระมหาเศวตฉัตร พิธีขึ้นพระอู่ เป็นต้น นิยมบรรเลงมาจนถึงปัจจุบัน
3. วงปี่พาทย์เครื่องห้า เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง
4. วงเครื่องประโคม เป็นวงดนตรีที่ใช้สำหรับงานพระราชพิธี สันนิษฐานว่ามีจุดประสงค์เพื่อแสดงพระบรมเดชานุภาพ และพระเกียรติยศแห่งองค์พระมหากษัตริย์ วงเครื่องประโคมแบ่งเป็น วงประโคมแตรและมโหระทึก วงประโคมแตรสังข์กลองชนะ เป็นต้น

สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา การดนตรีเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ประชาชนมีความนิยมและความสามารถในการบรรเลงดนตรีอย่างยิ่ง มีการปรับปรุงเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ และคิดค้นเพิ่มเติม จนเกิดการประสมวงดนตรีแบบใหม่ ดังนี้

1. วงมโหรีเครื่องสี่ เป็นการปรับปรุงวงขับไม้ของเดิมในสมัยกรุงสุโขทัย คือ รวมเอาการบรรเลงพิณเข้ามาไว้ด้วยกัน แล้วเปลี่ยนจากการไกวบัณเฑาะว์มาเป็นการตีโทน เนื่องจาก โทนสามารถควบคุมและทำจังหวะได้ดีกว่า

2. วงเครื่องสาย สันนิษฐานว่าอาจจะมีการบรรเลงรวมกันเป็นวงทุกเครื่องมือ หรือไม่ครบก็ได้

3. วงมโหรีเครื่องหก มีวิวัฒนาการมาจากวงมโหรีเครื่องสี่ โดยเพิ่มเครื่องดนตรีเข้าไปอีก 2 ชนิด คือ ขลุ่ย รำมะนา

4. วงปี่พาทย์เครื่องห้าอย่างเบา มีวิวัฒนาการมาจากวงปี่พาทย์เครื่องห้าสมัยกรุงสุโขทัย นิยมใช้บรรเลงสำหรับประกอบการแสดงโนรา หรือหนังตะลุงของภาคใต้

5. วงปี่พาทย์เครื่องห้าอย่างหนัก มีวิวัฒนาการมาจากวงปี่พาทย์เครื่องห้าสมัยกรุงสุโขทัยเช่นเดียวกัน นิยมใช้บรรเลงสำหรับประกอบการแสดง หรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ

6. วงปี่พาทย์นางหงส์ เป็นการนำวงปี่พาทย์เครื่องห้ามาเปลี่ยนแปลงเครื่องดนตรี 2 ชนิด คือ ปี่ และกลอง

7. วงกลองแขก แบ่งตามลักษณะการบรรเลงในโอกาสต่างๆ ดังนี้

  • บรรเลงในขบวนแห่พระบรมศพของพระศพเจ้านายในราชสำนักเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองมลายู ปี่ชวา ฆ้องโหม่ง
  • บรรเลงในการนำขบวนพยุหยาตรา เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองแขก ปี่ชวา ฆ้องโหม่ง
  • บรรเลงในงานพิธีศพทั่วไป เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองมลายูปี่ชวา ฆ้องโหม่ง

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในสมัยนี้มีการประสมวงดนตรีประเภทต่างๆ ดังนี้

1. วงปี่พาทย์เครื่องห้า

มีการเพิ่มกลองทัดเข้าไปอีก 1 ลูก ในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วยึดถือเป็นแบบแผนจนถึงปัจจุบัน

2. วงปี่พาทย์เสภา

เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นวงปี่พาทย์ที่ใช้กลองสองหน้ามากำกับจังหวะหน้าทับแทนตะโพนและกลองทัด มีจุดประสงค์เพื่อนำมาบรรเลงร่วมกับการเล่นเสภา

3. วงปี่พาทย์เครื่องคู่

เนื่องด้วยในสมัยรัชกาลที่ 3 มีผู้ประดิษฐ์เครื่องดนตรี เพิ่มขึ้นอีก 2 ชนิด คือ ระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็ก จุดประสงค์เพื่อนำไปบรรเลงให้เข้าคู่กับเครื่องดำเนินทำนองในวงปี่พาทย์เครื่องห้าที่มีอยู่เดิม

4. วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่

เป็นวงที่เกิดจากวงปี่พาทย์เครื่องคู่ โดยการเพิ่มระนาด-เอกเหล็ก และระนาดทุ้มเหล็ก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมัยรัชกาลที่ 4) ทรงประดิษฐ์ขึ้น นอกจากนี้ บางวงยังได้เพิ่มกลองทัดเป็น 3 ใบบ้าง 4 ใบบ้าง ส่วนฉาบใหญ่ นำเข้ามาใช้ในวงปี่พาทย์ในสมัยรัชกาลที่ 5

5. วงปี่พาทย์มอญ

เป็นวงดนตรีไทยที่ได้รับอิทธิพลทางด้านเครื่องดนตรีมาจากชนชาติมอญ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • วงปี่พาทย์มอญเครื่องห้า
  • วงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่
  • วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ เป็นวงที่เกิดจากวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่ โดยการเพิ่มระนาดเอกเหล็กและระนาดทุ้มเหล็กเข้าไปในวง

วงปี่พาทย์มอญ แต่เดิมนั้นสามารถบรรเลงประกอบในโอกาสต่างๆ ได้ทั้งงานมงคล เช่น งานฉลองพระพุทธมหาปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ในสมัยกรุงธนบุรี และงานอวมงคล เช่น งานศพ แต่เนื่องจากเสียงของเครื่องดนตรีและท่วงทำนองของเพลงมอญให้ความรู้สึกโศกเศร้า และโหยหวน วงปี่พาทย์มอญในปัจจุบันจึงได้รับความนิยมในการบรรเลงประกอบงานศพเท่านั้น

6. ปี่พาทย์ไม้นวม

เป็นวงปี่พาทย์ที่ใช้ไม้ตีระนาดและฆ้องวงเปลี่ยนจากไม้แข็งเป็นไม้นวม คือ หัวไม้ที่ใช้ตีจะพันด้วยผ้าและด้ายร้อยหลายๆ รอบให้แน่น เมื่อใช้ตีจะมีเสียงนุ่มนวล ประกอบด้วยเครื่องดนตรีเช่นเดียวกับวงปี่พาทย์ (ไม้แข็ง) เครื่องห้า เครื่องคู่ และเครื่องใหญ่ เพียงแต่เพิ่มซออู้ 1 คัน ใช้ขลุ่ยเพียงออแทนปี่ และใช้กลองแขก 1 คู่ แทนตะโพนและกลองทัด

7. วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์

เป็นวงปี่พาทย์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก มีต้นเค้าสืบเนื่องมาจากละครดึกดำบรรพ์ ซึ่งเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว. หลาน กุญชร) และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ร่วมกันปรับปรุงขึ้นโดยอาศัยแนวละครอุปรากร (Opera) ของตะวันตกเข้ามาประกอบ วงปี่พาทย์นี้ได้ชื่อตามโรงละครซึ่งเจ้าพระยาเทเวศร์วงค์วิวัฒน์ตั้งชื่อว่า “โรงละครดึกดำบรรพ์” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงคัดเลือกเครื่องดนตรีที่มีเสียงนุ่มนวลประสมเข้าด้วยกัน

8. วงเครื่องสาย

เป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีที่ใช้สายเป็นต้นกำเนิดของเสียงเป็นหลัก คือ เครื่องดีด และเครื่องสี มีจุดประสงค์เพื่อการขับกล่อมเป็นหลัก สามารถแบ่งประเภทเพลงได้ดังนี้

  • วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว
  • วงเครื่องสายเครื่องคู่
  • วงเครื่องสายผสม เป็นวงเครื่องสายที่นำเอาเครื่องดนตรีต่างชาติหรือที่นอกเหนือไปจากวงเครื่องสายเข้ามาร่วมบรรเลงด้วย การเรียกชื่อวงนั้นนิยมเรียกชื่อตามเครื่องดนตรีที่เข้ามาร่วมบรรเลง เช่น นำเอาขิมเข้ามาร่วมบรรเลงก็เรียกว่า วงเครื่องสายผสมขิม นำออร์แกนเข้ามาร่วมบรรเลงก็เรียกว่า วงเครื่องสายผสมออร์แกน นำระนาดเอกเข้ามาร่วมบรรเลงก็เรียกว่า วงเครื่องสายผสมระนาดเอก เป็นต้น
  • วงเครื่องสายปี่ชวา เป็นวงที่เกิดจากการประสมวงระหว่างวงเครื่องสายกับวงกลองแขกในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเพิ่มปี่ชวา 1 เลา เปลี่ยนจากขลุ่ยเพียงออเป็นขลุ่ยหลิบ และเปลี่ยนจากโทน-รำมะนา เป็นกลองแขก

9. วงมโหรี

เป็นวงดนตรีที่เกิดจากการประสมระหว่างเครื่องดนตรีประเภทดีด สี ตี และเป่า นิยมนำมาบรรเลงเพื่อการขับกล่อมมากกว่าการแสดง นอกจากวงมโหรีเครื่องสี่ และเครื่องหกที่มีในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว วงมโหรียังได้มีการพัฒนาวงขึ้นมาเป็นลำดับ ดังนี้

  • วงมโหรีเครื่องเดี่ยว
  • วงมโหรีเครื่องคู่
  • วงมโหรีเครื่องใหญ่ เป็นวงที่เกิดจากวงมโหรีเครื่องคู่โดยการเพิ่มระนาด-เอกเหล็กและระนาดทุ้มเหล็กเข้าไปในวง

10. วงเครื่องประโคม

การประโคมแตรและมโหระทึก ยังยึดรูปแบบและแบบแผนที่ได้สืบทอดมาแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย ส่วนการประโคมแตรสังข์และกลองชนะในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารูปแบบการประสมวง โดยเพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีในวง ดังนี้

  • สังข์ 4 ตัว
  • แตรงอน 32 ตัว
  • แตรสังข์ 20 ตัว
  • ปี่ (หากเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเกี่ยวกับพระราชพิธีมงคลใช้ปี่ชวา แต่ถ้าเกี่ยวกับพระบรมศพใช้ปี่ไฉน)
  • กลองสองหน้า 2 ตัว
  • กลองชนะเงิน 20 ตัว
  • กลองชนะทอง 20 ตัว
  • กลองชนะเขียวลายเงิน 20 ตัว
  • กลองชนะแดงลายทอง 20 ตัว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-