สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน

ความหมายของการพัฒนา แนวคิด และวิวัฒนาการ
ความหมายของทฤษฎีและทฤษฎีการพัฒนา
ปรัชญา อุดมการณ์ของการพัฒนาชุมชน
แนวคิดและความหมายของชุมชนและการพัฒนาชุมชน
ประวัติความเป็นมาของการพัฒนาและการพัฒนาชุมชนในประเทศไทย
หลักการพัฒนาชุมชน
บรรณานุกรม

หลักการพัฒนาชุมชน

วิธีให้การศึกษาในงานพัฒนาชุมชน

วิธีการให้การศึกษาที่ประเทศต่าง ๆ นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล มีวิธีการดังนี้

1. การเยี่ยมบ้านและไร่นา (Visiting)

การเยี่ยมเยียน (Visiting) เป็นวิธีการให้การศึกษาแก่ชาวบ้านที่มีประโยชน์มาก ใช้กันแพร่หลายในงานพัฒนาชุมชน งานสังคมสงเคราะห์ งานเกษตร และอนามัย การเยี่ยมเยียนเป็นวิธีการแสวงหาข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในงานและเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักพัฒนาและชาวบ้าน การสร้างความสัมพันธ์ นักพัฒนาจะต้องให้โอกาสชาวบ้านพูดตามสบาย ชาวบ้านพูดอะไรนักพัฒนาควรจะรับฟัง เพื่อจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้สำเร็จ การเยี่ยมเยียน นักพัฒนาไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านเกิดความเบื่อหน่าย ลักษณะท่าทาการแสดงออก ควรจะมีลักษณะเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใส แสวงหาจุดเด่นจุดดีของชาวบ้านแล้วยกย่อง ชมเชย โดยไม่ให้เขารู้ตัว

ประโยชน์ที่ได้จากการเยี่ยมเยียน

1) ได้รู้ปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้านและหมู่บ้าน จากปากคำของชาวบ้านและด้วยตาของตนเอง
2) จะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
3) สามารถทราบได้แน่นอนว่าผู้นำท้องถิ่นที่สำคัญอยู่ที่ไหน เพื่อประโยชน์ในการประสานงาน
4) ช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแก่วิธีอื่น
5) สามารถเข้าถึงชาวบ้านดีกว่าวิธีอื่น
6) เป็นการวางพื้นฐานเพื่อนำวิธีการต่าง ๆ เข้าไปเสนอแก่ประชาชน

ข้อเสนอแนะในการเยี่ยมบ้าน ไร่นา

เพื่อให้การเยี่ยมมีประสิทธิภาพก่อนออกไปเยี่ยมจึงควรจะได้วางแผนไว้อย่างดีและในระหว่างที่เยี่ยมนี้ ควรจะได้ระลึกถึงสิ่งต่อไปนี้ไว้เสมอ คือ

1) รักษาบรรยากาศความเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัวของเขาไว้ให้มากที่สุด
2) อย่าอยู่นานเกินควรและพยายามปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่มีอยู่ให้มากที่สุด
3) ช่างสังเกตและสุภาพอ่อนโยน
4) ปฏิบัติตัว วางตัว และพูดจาให้ถูกต้องเสมอ
5) พยายามใช้ภาษาง่าย ๆ ภาษาถิ่น ถ้านำมาใช้ได้จะเป็นการดี หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิค
6) จงปล่อยให้ชาวบ้านพูดมากที่สุดและอย่าพยายามขัดจังหวะ
7) มีความจริงใจ
8) ควรให้การยกย่องเมื่อชาวบ้านมีการเสนอความคิดที่ดี
9) มีของฝากที่เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านและราชการ เช่น เอกสาร พันธุ์พืชต่าง ๆ เป็นต้น
10) ลงจากบ้านหรือไร่นาของชาวบ้านด้วยมิตรภาพ
11) หากจะมาเยี่ยมเยียนอีกควรแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
12) บันทึกการเยี่ยมเยียนไว้ทุกครั้งเกี่ยวกับเวลา จุดมุ่งหมาย

2. การอภิปราย (Discussion)

การอภิปราย อาจุทำได้ภายหลังจากที่นักพัฒนาได้ข้อมูลความสนใจของประชาชนจากการไปเยี่ยมเยียน โดยจัดให้มีการประชุม อภิปรายในระหว่างประชาชนที่มีความสนใจเหมือน ๆ กัน สถานที่อาจได้แก่ โรงเรียน ศาลาวัด ศาลาประชาคม ที่ทำการศูนย์ต่าง ๆ หมู่บ้าน หรือที่อื่น ๆ ที่สะดวกสำหรับสมาชิกส่วนใหญ่

ข้อเสนอแนะในการจัดอภิปราย

1) กลุ่มอภิปรายไม่ควรใหญ่เกินไป จะทำให้ไม่ได้ผล
2) ถ้าเป็นไปได้ให้ประชาชนในท้องถิ่นทำการอภิปรายเอง
3) แจ้งจุดมุ่งหมายในการอภิปราย แก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมรู้ล่วงหน้า
4) สร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง
5) พยายามให้ทุกคนได้พูดและแสดงออก
6) ไม่ควรตำหนิเมื่อสมาชิกในกลุ่มแสดงความคิดเห็น
7) หลีกเลี่ยงการดูถูกหรือติเตียนวิธีการทำงานแบบเก่า ๆ ที่ประชาชนยังใช้อยู่
8) อภิปรายให้เสร็จเป็นเรื่อง ๆ ไม่ควรพิจารณาหลาย ๆ หัวข้อเรื่องพร้อมกัน
9) แจ้งหัวข้อการประชุมอภิปรายในครั้งต่อไปให้สมาชิกทุกคนทราบ เพื่อสมาชิกทุกคนจะได้เตรียมตัว

ประโยชน์ของการอภิปราย

1) มติของที่ประชุมจะเป็นที่ยอมรับของสมาชิก
2) สามารถค้นพบผู้นำท้องถิ่น
3) ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนทำงานอย่างมีแบบแผน
4) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาชน
5) เป็นพื้นฐานในการจัดกลุ่มต่าง ๆ เป็นทางการ

3. การสาธิต (Demonstration)

การสาธิต คือ การทำการแสดงให้ชาวบ้านเรียนรู้จากการเฝ้าดู ทดลองทำดู ได้รับประสบการณ์ทางตาอย่างถูกต้องชัดเจน ถ้าให้ชาวบ้านช่วยกันสาธิตด้วย จะยิ่งทำให้มีประสบการณ์และมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนของการดำเนินการสาธิต มีดังนี้ คือ
1) ขั้นเตรียมการ นักพัฒนาต้องเตรียมการ เช่น กำหนดจุดมุ่งหมาย เชิญวิทยากรเตรียมอุปกรณ์ สถานที่ เตรียมผู้ชม เป็นต้น
2) ขั้นแสดงการสาธิต ดำเนินการตามขั้นตอนแล้วหยุดให้ซักถามเพื่อความเข้าใจ พูดให้ดังเพื่อผู้ชมทุกคนได้ยิน สิ่งที่จะลืมไม่ได้ คือ ให้โอกาสผู้ชมทดลองฝึกทักษะด้วยการทำดู
3) ขั้นติดตามผล บันทึกชื่อ ที่อยู่ ของผู้ชมที่ต้องการอย่างจริงจังที่จะเอาไปปฏิบัติ นักพัฒนาควรติดตามผลว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะได้แนะนำข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติได้ผลดียิ่งขึ้น

4. การจัดนิทรรศการ (Exhibition)

นิทรรศการที่จะจัดแสดงนั้น ควรจะเป็นการแสดงด้วยตัวอย่างของสิ่งต่าง ๆ ในด้านวัตถุเพื่อให้ผู้ไม่รู้หนังสือสามารถรับรู้และเข้าใจได้ นอกจากนี้ การให้ชาวบ้านนำสิ่งของและพืชผลที่ผลิตได้มาร่วมแสดง โดยตั้งรางวัลไว้ด้วย จะช่วยให้เกิดแรงจูงใจแก่ประชาชนได้อย่างดียิ่ง

หลักการทั่ว ๆ ไปในการจัดนิทรรศการ

1) ให้เป็นการแสดงทางด้านวัตถุมากกว่าตัวหนังสือ
2) มีจุดมุ่งหมายแน่นอน
3) ส่วนประกอบที่นำมาแสดงควรมีคำอธิบายชัดเจน
4) ไม่บรรจุสิ่งที่แสดงมากเกินไป จนรกรุงรัง จะทำให้ความสนใจของผู้ชมลดลง
5) สิ่งที่นำมาแสดงต้องมีความดีเด่น

หลักการพัฒนาชุมชน
หลักการพัฒนาชุมชนของกรมการพัฒนาชุมชน
หลักการปฏิบัติงาน 4 ป.
การดำเนินงานพัฒนาชุมชน
วิธีการพัฒนาชุมชน
วิธีให้การศึกษาในงานพัฒนาชุมชน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-