สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>

ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน

(Watson’s Caring Theory)

การใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสันเพื่อพัฒนาความรู้ทางการพยาบาลโดยการวิจัย

สมิท (2004) ได้ทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการวิจัยที่ใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสันเป็นกรอบแนวคิด โดยสามารถจัดแบ่งลักษณะงานวิจัยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1.การวิจัยที่เกี่ยวกับธรรมชาติของการดูของการพยาบาล :

ข้อค้นพบของงานวิจัยลักษณะนี้ค้นพบข้อเท็จจริงในลักษณะของประเด็นที่ช่วยอธิบายถึงสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การดูแลสัมฤทธิ์ผล (Watson , 2008) ความมีเกียรติศักดิ์ศรี (Dignity) ความรัก (love) ความปลอดภัย (security) การมีตัวตน (Presence) การยอมรับ (Respect) (Beauchamp, 1993; Miller, Harber & B yrne, 1992) สเวนสัน (1991) ทำการวิจัย ธรรมชาติการดูแลมารดาในหอผู้ป่วยเด็กทารกวิกฤต และได้ข้อสรุปที่ต่อมาพัฒนาเป็นทฤษีการดูแลระดับเพื่อการดูแลมารมารดากลุ่มดังกล่าว เป็นต้น

2.การวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลของพยาบาลที่ผู้ป่วยรับรู้ :

งานวิจัยในกลุ่มนี้มุ่งเน้นการวัดและประเมินการดูแล โดยอาศัยการประเมินจากสถานการณ์การดูแลที่เกิดขึ้นจริงผ่านการรับรู้ของผู้ป่วย และพยาบาล งานวิจัยในกลุ่มนี้ได้พัฒนาเครื่องมือวิจัยเพื่อใช้วัดประเมินการพยาบาลทางคลินิกหลายชิ้น (Watson, 2009)

3.การวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์ของมนุษย์และความต้องการการดูแล :

ได้แก่งานวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์การเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น cystic fibrosis, depression, polycystic kidney disease ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจความต้องการของผู้ป่วยอย่างลึกซึ้ง มากขึ้นเพิ่มเติมจากการประเมินสภาพของผู้ป่วยโดยใช้แนวคิดวิทยาศาสตร์การแพทย์

4.การวิจัยเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการดูแลในการปฏิบัติการพยาบาล และการศึกษา :

งานวิจัยในกลุ่มนี้มุ่งเน้นการนำทฤษฎีการดูแลไปปฏิบัติการพยาบาลในระดับขององค์กรและมีการติดตามประเมินผลลัพธ์ของการปฏิบัติการพยาบาล

การวิจัยทั้ง 4 กลุ่มครอบคลุมทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ โดยการวิจัยส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเกี่ยวกับประสบการณ์แห่งการดูแล สัมพันธภาพแห่งการดูแล ซึ่งล้วนสลับสนุนความเชื่อของทฤษฎีการดูแลของวัตสัน ประเด็นที่น่าสนใจซึ่ง สมิท (2004) ค้นพบจากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบก็คือ วิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงการดูแลอย่างเข้าถึงจิตใจคนได้ และงานวิจัยตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมาเริ่มให้ความสนใจไปสู่ผลลัพธ์ของการปฏิบัติการพยาบาล คือการฟื้นหาย ที่มีกรอบแนวคิดจากทฤษฎีการดูแลของวัตสันมากขึ้น

ภูมิหลังของผู้พัฒนาทฤษฎี
ความเชื่อพื้นฐานของทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
แกนหลักของทฤษฎีการดูแล
ปัจจัยการดูแล 10 ประการ และกระบวนการปฏิบัติการด้วยความรักเพื่อการดูแล
มโนมติหลักของการพยาบาลในทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
ประโยชน์และการนำไปใช้ทางการพยาบาล
การใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสันในการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง
การใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสันเพื่อพัฒนาความรู้ทางการพยาบาลโดยการวิจัย
ความท้าทายของการใช้ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เอกสารอ้างอิง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» รอยต่อพัฒนาการ
หนึ่งในมโนทัศน์ของ เลฟ เซเมโนวิช ไวก็อตสกี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาการ และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการการศึกษาของเด็กปฐมวัยและพัฒนาการเด็ก

» ทฤษฎีการดูแลของวัตสัน
เป็นทั้งปรัชญาและทฤษฏีทางการพยาบาล ที่มีจุดเน้นที่การดูแล ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 ภายใต้อิทธิพลทางด้านมานุษยวิทยา รวมทั้งความรู้สึกผูกพันต่อบทบาทการดูแลเพื่อการฟื้นหายของผู้ป่วยที่วัตสันประจักษ์ด้วยตัวเอง

» ทฤษฎีแห่งการสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างความรู้ขึ้นด้วยตนเอง มิใช่ได้มาจากครูและในการสร้างความรู้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงมือสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา

» ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน
มิติทางวิชาการหลายมิติที่ซ้อนทับ เคลื่อนไหว และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง

» การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย
สังคมทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ตราบใดที่สังคมนั้นยังต้องมีการติดต่อและสัมพันธ์กับสังคมอื่น การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างหนึ่ง

» ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ
เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-