Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

วิถีโลก

เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป

วิวัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ การเมืองการปกครองของสังคมโลก
สภาพปัจจุบันของสังคมโลก
ปัญหาและการแก้ปัญหาสังคมของโลก
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
การปรับตัวของไทยในสังคมโลก
บรรณานุกรม

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลก

1. แนวโน้มเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ

ในศตวรรษที่ 21 ระบบเศรษฐกิจโลกโดยภาพรวมจะยังคงเป็นระบบทุนนิยม หรือเสรีนิยมแต่จะมีรูปแบบที่พัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การค้าเสรีจะยังคงดำรงอยู่แม้ว่าจะลดความสำคัญลง องค์การการค้าโลกจะมีบทบาทมากขึ้น

ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจก้าวหน้าที่สุดเคลื่อนตัวไปสู่ระบบเศรษฐกิจ ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีข้อมูลสนเทศ เพื่อผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ยุโรปและ สหรัฐอเมริกาจะถ่ายโอนอุตสาหกรรมเก่า ๆ ที่ไม่ต้องอาศัยข้อมูลสนเทศมากไปให้กับประเทศระดับรองลงไป เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ และไทย โดยจะส่งมอบระบบการสร้างความมั่งคั่งในรูปแบบคลื่นลูกที่สองให้กับประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจต่ำกว่าตนทำให้ประะเทศเหล่านี้ พัฒนาเข้าสู่ระบบระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเร็วขึ้น ทิ้งห่างประเทศในกลุ่มด้อยพัฒนา (Low Development Country : LDC ) ออกไป ส่วนประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (New Industial Countries : NICs) ก็จะส่งมอบผลิตแบบคลื่นลูกที่สองพร้อมกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตให้กับประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจล้าหลังกว่า แล้วเคลื่อนตัวเองไปสู่การผลิตแบบคลื่นลูกที่สาม

ในอนาคตการแบ่งกลุ่มเป็นประเทศทุนนิยม กับสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จะหมดไปเพราะจะมีแต่ประเทศทุนนิยมเท่านั้น การแบ่งกลุ่มประเทศในเชิงเศรษฐกิจในอนาคต จึงเป็นการแบ่งแบบใหม่คือกลุ่มประเทศที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างรวดเร็ว กับกลุ่มประเทศที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างเชื่องช้า

ในระบบเศรษฐกิจที่กิจกรรมดำเนินไปรวดเร็วและใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าจะเร่งการผลิต ซึ่งอัตราความเร็วดังกล่าวนี้จะวัดกันด้วยความเร็วในการดำเนินธุรกรรมทางเศรษฐกิจ เวลาที่ต้องใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน ความสำเร็จในการสร้างแนวคิดใหม่ ๆ และการนำสินค้าสู่ตลาด อัตราการหมุนเวียนของทุน ประการสำคัญคือ ความเร็วในการสร้างและกระจายข้อมูลสารสนเทศและความรู้ภายในระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจที่เร็วจะสร้างความมั่งคั่งได้รวดเร็วกว่าระบบเศรษฐกิจที่ช้า ปัจจัยที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว คือความรู้ซึ่งความรู้นี้จะเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น บาร์โค้ด คอมพิวเตอร์ และข่ายงานอีเล็กทรอนิกส์ที่แผ่ไปทั่วโลก เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นตัวอย่างของกิจกรรมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างรวดเร็วแล้วยังสามารถเก็บข้อมูลจากลูกค้าผู้ใช้สินค้า และบริการแล้วป้อนกลับไปยังผู้ผลิตในทันทีสามารถทำให้ผู้ผลิตรับรู้และตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภคได้ทันต่อเหตุการณ์ ความรู้จึงช่วยให้ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจสั้นลง

ส่วนในประเทศกำลังพัฒนาอาจใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และวิทยาการด้านพันธุศาสตร์เข้าช่วยจึงจะทำให้สามารถก้าวหน้ารวดเร็วได้ การเพิ่มผลผลิตทางเกษตรนอกจากการผลิตธัญญพืชที่เป็นอาหารแล้วจะต้องเน้นการผลิตพืชที่ให้พลังงานและนำไปสังเคราะห์วัตถุใหม่ ๆ ได้ด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมี่อได้มีการเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งระบบโทรคมนาคมและข่ายงานทางด้านคอมพิวเตอร์ด้วยการค้าเสรีจะเป็นประเด็นสำคัญในทางเศรษฐกิจในอนาคต การกีดกันทางการค้าจะค่อยได้รับการแก้ไขแม้ว่าจะมีรูปแบบอื่น ๆ ที่มิใช่มาตรการทางภาษีศุลกากรแต่อาจอยู่ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ผลิตเพื่อการส่งออกให้สามารถสู้กับสินค้าต่างประเทศได้ ซึ่ง องค์การการค้าโลก คงจะมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ

2. แนวโน้มเกี่ยวกับการเงินและการค้า

ในอนาคตระเบียบการเงิน ระเบียบการค้า และการค้าต่างประเทศจะมีแนวโน้มดังนี้

2.1 ระเบียบการเงิน ในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าจะยังไม่มีระบบการเงินระหว่างประเทศที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งนี้ เพราะประสบการณ์จากการใช้ระบบมาตรฐานปริวรรตทองคำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและการใช้กลไกอัตราแลกเปลี่ยนของสหภาพยุโรปทำให้ไม่มีประเทศมหาอำนาจใดยอมเป็นผู้นำในการดูแลระบบการเงินระหว่างประเทศ เพราะการทำหน้าที่เป็นผู้คุมกฎจะทำให้ประเทศของตนไม่มีเสรีภาพในการใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคตจะมีเงินตรา 3 สกุลใหญ่ ๆ คือดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (US$) เงินยูโร (Euro) ของสหภาพยุโรป และเงินเยน (Yen) ของญี่ปุ่น

2.2 ระเบียบการค้า ในอนาคตองค์การการค้าโลกจะมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อตกลงและวางระเบียบกฎเกณฑ์ทางการค้าแทน GATT การค้าต่างประเทศจะเปลี่ยนจากพหุภาคีนิยม (Multilateralism) ไปสู่ระบบทวิภาคีนิยม (Bilateralism) มีการต่อรองระหว่างกลุ่มมากขึ้น

2.3 การค้าระหว่างประเทศ เขตเศรษฐกิจส่วนภูมิภาคจะมีบทบาทมากขึ้น เช่น สหภาพยุโรป เขตการค้าเสรีอเมริกา เขตการค้าเสรีอาเซียน สินค้าในเขตเศรษฐกิจจะขยายตัวแต่ในขณะเดียวกันแต่ละเขตเศรษฐกิจก็จะกลายเป็นป้อมปราการในการสกัดสินค้าจากต่างเขต ขณะเดียวกันก็จะมีการกีดกันสินค้าสมัยใหม่ด้วยการสร้างทำนบที่มิใช่ภาษีศุลกากร (Non-Tariff Bariers) ในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น การค้าระหว่างหน่วยการผลิตภายใต้เจ้าของเดียวกันและการค้าภายใต้ อุตสาหกรรมเดียวกันจะมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากความเติบโตของบริษัทระหว่างประเทศด้วยการขยายสาขาและบริษัทในเครือทำให้การค้าขยายกว้างขวางมากขึ้น

2.4 การเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากมีการขยายเครือข่ายการลงทุนของบริษัทระหว่างประเทศหรือบริษัทข้ามชาติมากขึ้น บรรษัทข้ามชาติขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีจำนวนและความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรษัทของประเทศโลกที่สาม บริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะหาพันธมิตรในการลงทุนและวิจัยพัฒนาทำให้มีการแข่งขันกันน้อยลง ตลาดการเงินระหว่างประเทศจะใหญ่ขึ้น การเชื่อมสัมพันธ์กับตลาดการเงินของประเทศต่าง ๆ การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศจะเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเอกชนและการระดมเงินด้วยการขายหลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ในตลาดการเงินระหว่างประเทศจะเพิ่มความสำคัญขึ้น เศรษฐกิจฟองสบู่จะเกิดขึ้นและสลายเป็นระยะ ๆ การกู้ยืมเงินระหว่างประเทศและความช่วยเหลือระหว่างประเทศจะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น

3. แนวโน้มเกี่ยวกับโครงสร้างและภาวะเศรษฐกิจโลก

3.1 แนวโน้มเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ในอนาคตกระบวนการทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งมีมานับร้อยปีนับแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกจะยังคงปรากฏต่อไป เศรษฐกิจโลกจะมี เขตเศรษฐกิจสำคัญ 3 เขตได้แก่ อเมริกาเหนือนำโดยสหรัฐอเมริกา ยุโรปนำโดยสหภาพยุโรป และเอเชียแปซิฟิกนำโดยญี่ปุ่น เขตเศรษฐกิจแต่ละเขตต่างพยายามปรับตำแหน่งของตนในภาวะเศรษฐกิจโลก ด้วยการสร้างสายสัมพันธ์กับภูมิภาคอื่นๆ เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจ

สหรัฐอเมริกาจะมีความสำคัญในโครงสร้างการผลิตของโลกลดลง สหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเชียจะมีความสำคัญมากขึ้น

3.2 แนวโน้มเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจโลกไม่มีความแน่นอนมั่นคงมาโดยตลอด หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำเป็นอันมาก อันเป็นผลกระทบจากภาวะสงครามครั้งใหญ่ ซึ่งมีขอบเขตเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตามเมื่อย่างเข้าสู่ทศวรรษที่ 1990 เศรษฐกิจโลกได้กระเตื้องขึ้น เกิดองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจหลายองค์การ เช่น สหภาพยุโรป (EU) เขตการค้าเสรีอเมริการเหนือ เขตการค้าเสรีอาเซียนและเอเปก แต่แล้วก็ต้องซบเซาลงไปอีกจากการเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย ซึ่งคงต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะกระเตื้องขึ้น

3.3 แนวโน้มเกี่ยวกับการกระจายรายได้ ความยากจน ความอดอยากหิวโหยและภาวะทุโภชนายังคงมีต่อไป ภาวะทุพภิกขภัยจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แม้ว่าโลกจะมีธัญพืชอย่างพอเพียงสำหรับ การเลี้ยงดูประชากรโลก แอฟริกาเป็นศูนย์กลางแห่งความยากจน ปัญหาความยากจนในเอเชียจะบรรเทาเบาบางลง การกระจายรายได้ระหว่างประเทศจะเลวร้ายลง เพราะประเทศที่มีฐานะปานกลางสามารถตักตวงผลประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ แต่กลุ่มประเทศยากจนไม่อยู่ในฐานะที่จะได้รับประโยชน์ ดังกล่าว ประเทศยากจนอาจไม่สามารถเข้าไปอยู่ใน เครือข่ายการผลิตและการค้าของ เขตเศรษฐกิจต่างๆ และไม่สามารถแสวงหาเงินทุนได้

3.4 แนวโน้มเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรระหว่างประเทศ ในอนาคตสินค้าและบริการสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ในเขตเศรษฐกิจเดียวกัน แต่การค้าข้ามเขตเศรษฐกิจมีการแทรกแซงมากขึ้นการเคลื่อนย้ายทุนเป็นไปอย่างเสรี อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินมีความถี่ในการเปลี่ยนแปลง การขาดแคลนเงินกลายเป็นปัญหาระดับโลก เงินทุนจะถูกดึงดูดไปยังเขตเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง เช่น สหภาพยุโรป
ในเรื่องแรงงานนั้น กลไกราคาไม่สามารถทำหน้าที่จัดสรรแรงงานระหว่างประเทศได้อย่างเต็มที่ ประเทศต่างๆ มีนโยบายส่งออกแรงงานแต่กีดกันการอพยพเข้าของแรงงาน ยกเว้นแรงงานที่ประเทศนั้นขาดแคลน การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศจึงมีมากขึ้น

3.5 แนวโน้มเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียที่เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1997 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ แม้ว่าต่อมาจะเริ่มปรับเข้าสู่เสถียรภาพมากขึ้นในช่วงปลายปี ค.ศ. 1998 อันเนื่องมาจากการดำเนินมาตรการเพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ประสบปัญหาโดยตรง รวมทั้งการดำเนินมาตรการเพื่อผ่อนคลายและบรรเทา ผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศสำคัญทางอุตสาหกรรม แต่การเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังประเทศเกิดใหม่มีแนวโน้มลดลงและระบบการเงินของโลกอยู่ในลักษณะเปราะบาง ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจลงในปี ค.ศ. 1999 เป็นร้อยละ 2.2 เท่ากับปีก่อนหน้านั้น โดยปริมาณการค้าโลกจะขยายตัวร้อยละ 4.41 กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่จะขยายตัวร้อยละ 0.5 เทียบกับการหดตัวร้อยละ 2.6 กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขยายตัวร้อยละ 3.5 เทียบกับร้อยละ 2.8 ส่วนกลุ่มประเทศ อาเซียนจะหดตัวร้อยละ 1.4 กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมสำคัญขยายตัวร้อยละ 1.5 ชะลอตัวลง

ประเทศไทยได้ประสบกับภาวะเศรษฐกิจอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ทำให้มีภาระหนี้สินกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศจำนวนเกือบสามล้านล้านบาท กล่าวคือเมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณ 2544 (Bank of Thailand : 34) ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะถึง 2,931,700 ล้านบาท มากกว่าหนี้สินปีงบประมาณ 2543 ซึ่งมีเพียง 2,804,300 ล้านบาท ถึงกว่า 127,000 ล้านบาท

4. แนวโน้มเกี่ยวกับความร่วมมือและความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ

4.1 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันก่อตั้งเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ สหภาพยุโรป เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ เขตการค้าเสรีอาเซียน เขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชียแปซิฟิก ซึ่งเขตเศรษฐกิจเหล่านี้จะมีการร่วมมือกันต่อไปและจะร่วมมือกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อ ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันภายในกลุ่มและกีดกันสินค้าจากนอกเขตกลุ่มของตน

กลุ่มที่มีการร่วมมืออย่างแข็งขันยิ่งคือกลุ่มสหภาพยุโรปซึ่งมีการร่วมมือกันจนสามารถใช้เงินสกุลเดียวกันคือเงินยูโร(EURO) โดยในชั้นแรกเมื่อถึงวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1999 อันเป็นวันกำหนดให้มีการใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการปัจจุบัน มี 12 ประเทศ ในจำนวน 15 ประเทศที่ใช้เงินดังกล่าว ส่วนอีก 3 ประเทศที่เหลือได้แก่ อังกฤษ เดนมาร์ก และสวีเดน ก็จะพร้อมที่จะใช้ในโอกาสต่อไป เชื่อว่าสหภาพยุโรปจะร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นแข็งขันต่อไป ส่วนกลุ่มความร่วมมืออื่นๆ ก็คงจะร่วมมือกันอย่างแข็งขันต่อไปเช่นดียวกัน

4.2 ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติ ในอดีตมีความขัดแย้งกันในรูปของการแข่งขัน และการกีดกันทางการค้า เช่น สหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น หรือการขัดแย้งกันเกี่ยวกับแหล่งเศรษฐกิจ เช่น การอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะ สแปรตลีย์ (Spratlys) ของประเทศต่างๆ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งหมู่เกาะดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะมีน้ำมันและแหล่งแก๊สธรรมชาติมหาศาล อีกทั้งเป็นจุดผ่านสำคัญของเส้นทางเดินเรือของชาติต่างๆ ในและนอกเขต เหตุการณ์ที่ทำท่าจะ รุนแรงผ่อนคลายลงเมื่ออาเซียนได้ประกาศปฏิญญาอาเซียนเหนือทะเลจีนใต้ (ASEAN Declaration on the South China Sea) ว่า “ประเทศที่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยและสิทธิการครอบครองอาณาเขตบนหมู่เกาะดังกล่าว ในทะเลจีนใต้ตกลงกันว่าจะแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี” ทำให้ปัญหาดังกล่าวผ่อนคลายลงแต่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่จนถึงปัจจุบัน และยังเป็นประเด็นขัดแย้งต่อไปในอนาคต

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของโลก
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลก
แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของโลก
บทสรุป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com