Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

อุทยานแห่งชาติของไทย

อุทยานแห่งชาติทางบก
อุทยานแห่งชาติทางทะเล

อุทยานแห่งชาติทางบก

อุทยานแห่งชาติไทรโยค

อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ใน ท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 500 ตารางกิโลเมตร หรือ 312,500 ไร่ มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำ

หลังจากนั้นน้ำตกไทรโยค จึงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และผู้คนโดยทั่วไป ดั่งเพลง เขมรไทรโยค เป็นเพลงไทยอมตะ บรรยายถึงความซาบซึ่งในธรรมชาติ และความงามของน้ำตกไทรโยค ยังความประทับใจแก่ชาวไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้

ได้รับเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ในท้องที่ตำบลสิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ และตำบลไทรโยค ตำบลวังกระแจะ ตำบลบ้องตี้ ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2523 นับเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 19 ของประเทศ และเป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่ง

อุทยานแห่งชาติไทรโยค ครอบคลุมพื้นที่ป่าวังใหญ่ ป่าแม่น้ำน้อย และป่าห้วยเขยง ส่วนหนึ่งอยู่ในป่า โครงการไม้กระยาเลย มีสภาพป่าเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ สลับซับซ้อน ภูเขาส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ส่วนหนึ่งของภูเขาเทือกนี้ ทอดตัวยาวจากเหนือลงมาใต้ ด้านทิศตะวันตกจรดชายแดนประเทศพม่า ส่วนที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาแขวะ สูงประมาณ 1,327 เมตร รองลงมาคือ ยอดเขาเราะแระ สูงประมาณ 1,125 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ลักษณะภูมิอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาว มีหมอกจัดในฤดูฝน ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม และแล้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูหนาวเหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคมากที่สุด ด้วยสภาพป่าที่เขียวขจี ธารน้ำไหลแรงที่สายน้ำตก กลุ่มหมอกที่ไหลเรี่ยลำแควน้อยเป็นมนต์ขลังแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก
สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีไม้ไผ่เป็นพื้น เช่น ไม้รวก ไม้ไผ่ป่า ไม้ไผ่นวล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีป่าสัก ซึ่งขึ้นอยู่ในแนวแคบ ๆ สองฝั่งแม่น้ำแควน้อย ป่าเต็งรังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนป่าดงดิบชื้นจะมีอยู่ทางด้านตรงข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย ไปจนติดชายแดนประเทศพม่า

สัตว์นานาชนิดจากการสำรวจพบรอยเท้า เก้ง กวาง ในบริเวณถ้ำหลายแห่ง และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านที่เชื่อถือได้พบว่า มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เสือ หมี ชะนี ไก่ฟ้า นกนานาชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้หากินข้ามเขตเทือกเขาของไทยและพม่า

สถานที่ท่องเที่ยว

น้ำตกไทรโยค เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยแยกเป็น 2 แพร่ง ต้นกำเนิดของสายน้ำ เชื่อว่าเกิดจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า สายน้ำที่พุ่งตกลงมากระเซ็นสู่ลำน้ำแควน้อย เราสามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้ โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้าม หรือโดยทางน้ำในฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัสบรรยากาศของ ความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา กลุ่มหมอกที่ลอยตัวเรี่ยผิวน้ำผ่านน้ำตก มีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลยิ่งนัก

น้ำตกไทรโยคน้อย (เขาพัง) เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขา มาตามลำธารเล็ก ๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูน แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นับเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

แม่น้ำแควน้อย เป็นสภาพแม่น้ำฝั่งตะวันตกของประเทศ มีโขดเขาเกาะแก่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ร่องน้ำที่ลัดเลาะไปตามซอกเขาหินปูน ความแตกต่างของพื้นที่และเกาะแก่ง เป็นเหตุให้แม่น้ำสายนี้ ไหลเชี่ยวกราก บางตอนเป็นหาดทรายยื่นออกมาในลำน้ำ เป็นที่ชื่นชอบของนักล่องแพโดยทั่วไป

ถ้ำดาวดึงส์ เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร แบ่งเป็นห้องได้ถึง 8 ห้อง มีชื่อตามลักษณะของหินงอก หินย้อย โดยทั่วไปมีสีขาว เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น

ถ้ำละว้า อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคโดยทางน้ำประมาณ 20 กิโลเมตร ไปทางตอนใต้ของอุทยาน ฯ ปากถ้ำแคบ แต่ภายในกว้างขวาง หินงอก หินย้อย สวยงามมากแห่งหนึ่ง และมีห้องโถงกว้างใหญ่คล้ายท้องพระโรง

ค้างคาวคุณกิตติ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crasoonyeteris thonglongyai เป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคือ คุณกิตติ ทองลงยา ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2516 นับเป็นค้างคาววงศ์ใหม่มีเพียงชนิดเดียวในโลก และนับเป็นค้างคาวที่เล็กที่สุดในประเทศ และเท่าที่สำรวจพบ ปรากฏว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก มีน้ำหนัก 1.5-2 กรัม ลำตัวยาว 2.5-3 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาล กางปีกออกจะกว้างประมาณ 10 เซ็นติเมตร หูค่อนข้างใหญ่ จมูกคล้ายจมูกหมู อาศัยอยู่ตามถ้ำโดยทั่วไป จะอพยพย้ายถิ่นทันที่หากถูกรบกวนโดยมนุษย์ ปัจจุบันพบอยู่แห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

นอกจากนั้น ยังมีถ้ำอีกหลายแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค มีความสวยงามตามธรรมชาติ และมีความสำคัญต่อทางโบราณคดี ที่พาดพิงถึงประวัติอันยาวนานของมนุษย์ยุคหิน เท่าที่เคยขุดพบที่ถ้ำพระ ถ้ำละว้าและถ้ำไทรโยค

 

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
อุทยานแห่งชาติออบหลวง
อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
อุทยานแห่งชาติแม่ยม
อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์
อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น
อุทยานแห่งชาติทับลาน
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์
อุทยานแห่งชาติไทรโยค
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
อุทยานแห่งชาติตาดโตน
อุทยานแห่งชาติภูเวียง
อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูพาน
อุทยานแห่งชาติห้วยหวด
อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com